ทัศนคติ

เรียนมา 19 ปี เงินเดือน 15,000 …แล้วไง?

15000

กระแสต่อต้านมนุษย์เงินเดือนรายได้ 15000 ต่อเดือนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งหลังจากที่เงียบหายไปพักใหญ่ ไลฟ์โค๊ช(?) จำนวนหนึ่งออกมาบอกให้เราตั้งคำถามชีวิตว่าเราทนเรียนมา 19 ปีไปทำไม เรายอมเป็นลูกจ้างเขาได้อย่างไร เรายอมได้เงิน 15000 ได้อย่างไร

 

ในฐานะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกจ้างคนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ คำถามว่าเรียนมา 19 ปีเพื่อเป็นลูกจ้างเขาได้อย่างไร คำตอบก็คือ “เราพอใจจะเป็นแบบนี้”

 

เพราะชีวิตมนุษย์ไม่ได้มีจุดสูงสุดเพียงแค่การเงินให้รวยล้นฟ้า และมนุษย์ทุกคนมีคุณค่าในชีวิตมากกว่าคำว่าเงิน

 

การพูดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าคนที่ออกไปเป็นเจ้าของกิจการนั้นไม่ดีหรือเห็นแต่เงิน แต่มันหมายถึงนั่นคือสิ่งที่เขาเลือก เหมือนกับที่พนักงานประจำเลือกจะมีชีวิตเช่นกัน การยกข้อเสียของพนักงานมาบิดเบือนให้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนมันดูแย่ รถติดบ้างหละ เจ้านายขี้บ่นบ้างหละ เพื่อนที่ทำงานขี้อิจฉาบ้างหละ เพื่อการสร้างตรรกะแบบบิดเบือนที่จงใจทำลายเหตุผลในการวิเคราะห์ เพราะความจริงทุกอาชีพก็มีข้อเสียในตนเอง เจ้าของกิจการก็มีความไม่แน่นอนของรายได้ มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจนหมดตัว มีโอกาสที่จะหมุนเงินไม่ทันจนเป็นหนี้เป็นสิน ถ้าจะเทียบข้อเสียก็ต้องเทียบกับข้อเสีย ถ้าจะเทียบข้อดีก็ต้องเทียบข้อดี ไม่ใช่เอาข้อเสียมาเทียบกับข้อดีแล้วบอกว่าชีวิตของอีกคนหนึ่งมันร้าย และชีวิตอีกคนหนึ่งมันดีมากมายนัก

 

“ทุกชีวิตมีคุณค่าในแบบของตนเอง”

 

นกอินทรีกับเสือดาวใครเก่งกว่ากัน ใครดีกว่ากัน ใครมีคุณค่ากว่ากันตอบได้ไหม นกบินได้นะ แต่เสือบินไม่ได้ แบบนี้คือนกอินทรีดีกว่าเสือดาวจริงหรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่เลย นกอินทรีก็เป็นนกอินทรี เสือดาวก็เป็นเสือดาว พวกเราทุกคนต่างมีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น

 

อย่ายอมให้ใครมาลดคุณค่าในตัวเราเอง

 

เราต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเราเองมีเป้าหมายคืออะไร ใช้ชีวิตไปเพื่ออะไร และคุณค่าของเราอยู่ที่ตรงไหน การเรียนมา 19 ปีแล้วมาเป็นพนักงานประจำก็เป็นเรื่องธรรมดา การเป็นพนักงานไม่ใช่การลดคุณค่าของตัวเองใดใดลงทั้งสิ้น การเป็นพนักงานก็รวยได้ การเป็นพนักงานก็ประสบความสำเร็จได้ ไม่ต่างกับที่เจ้าของกิจการเป็นกัน

 

จงศรัทธาในคุณค่าของตัวเอง

 

อย่ายอมให้ใคร อะไร สิ่งไหนมาทำให้คุณค่าในตัวเองของเราลดลง การเป็นพนักงานไม่ได้หมายว่าเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ด้อยค่า สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีประโยชน์ อย่าลืมว่าเราเป็นคนส่งมอบคุณค่าอะไรบางอย่างให้กับองค์กร องค์กรจึงต้องการตัวเราไว้ เราอย่าทำงานเช้าชามเย็นชามไปเรื่อยๆ แต่จงสร้างคุณค่าในตัวเองขึ้น พัฒนาตัวเองขึ้นไปทุกวัน เราทำงานเพื่อพัฒนาตัวเองด้วย ไม่ใช่ว่าทำงานเพื่อหาเงินให้ใครร่ำรวย

 

“ทุกชีวิตมีคุณค่าในแบบของตนเอง”

 

เราบินได้ตราบใดที่เราเลือกจะบิน

เราวิ่งได้ตราบใดที่เราเลือกจะวิ่ง

เราว่ายน้ำได้ตราบใดที่เราเลือกจะทำ

 

อย่าปล่อยให้ใครมาพูดจาลดคุณค่าของตัวคุณ เพื่อกดเราให้ต่ำลง และลากเขาไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้น

 

เรียนมา 19 ปี เงินเดือน 15,000 แต่ก็ยังดีกว่าคนที่พูดจากดคนอื่นให้ตัวเองดูดี

 

ก็สะดวกแบบนี้ อยากเป็นลูกจ้างคนอื่นเขา แล้วจะทำไม?

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน