ทัศนคติ

กฎ 3 วินาที

กฎ 3 วินาที

คุณเคยอยากได้อะไรมากๆ ไหม แล้วในวันที่ได้มันมารู้สึกอย่างไร คุณเคยได้ตั้งคำถามนี้กับตัวเองหรือเปล่า? ผมเคยตั้งคำถามกับตัวเองและนี่เป็นที่มาของ “ กฎ 3 วินาที ”

 

ผมเป็นคนชอบฝัน

 

ถ้านับไล่เรียงมาตั้งแต่เด็กจนโต ผมเป็นคนที่มีความฝัน หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือความต้องการในชีวิตสูงมาก เช่น อยากเป็นหมอ อยากเป็นครู อยากเป็นนักเขียน อยากเป็นนักพูด อยากเป็นเภสัชกร อยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย อยากเป็นนักวิจัย ไล่เรียงไปจนนับนิ้วแทบไม่หมด

 

นอกจากเป้าหมายระยะไกลแล้ว เป้าหมายระยะใกล้ผมก็มีเยอะมากอีกด้วย

 

เช่น อยากมีพอร์ตขนาดเท่านี้ อยากได้กำไรจากหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ อยากให้คนกดไลค์เพจจำนวนเท่าไหร่ อยากให้มีคนอ่านงานเขียนของเรากี่คน อยากสอบได้กี่คะแนน อยากได้เกรดเท่าไหร่

 

อาจจะเรียกได้ว่าผมเป็นคนชอบวางเป้าหมายก็ว่าได้ เพราะการตั้งเป้าหมายก่อนทำ มักจะทำให้ผมทำงานออกมาได้ดี มีทิศทางการวางแผนและการทำงานอย่างชัดเจน ไม่ไขว้เขว ไม่ทำสิ่งที่ไม่ค่อยได้ประโยชน์ เพราะเป้าหมายก็บอกชัดอยู่ว่าควรทำอะไร

 

แต่อยู่ดีๆ ผมก็นึกคำถามขึ้นมาได้ว่าจริงๆ แล้ว เมื่อเราไปถึงเป้าหมาย เรามีความสุขอยู่นานเท่าไหร่กัน?

 

หลังจากคิดคำถามได้ ผมก็เริ่มต้นลองจับสังเกตตัวเอง โดยตอนนั้นหุ้นในพอร์ตผมกำลังขึ้นดีมาก พอร์ตผมกำลังจะไปถึงเป้าหมายที่ผมตั้งไว้มาตลอด หุ้นผมกำลังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผมเริ่มนับถอยหลัง

 

3…

 

2…

 

1…

 

สำเร็จแล้ว!

 

1…

 

2…

 

3…

 

แต่ผมดีใจอยู่แค่ 3 วินาทีเอง

 

เรื่องราววันนั้นเองกลับให้ผมมานั่งคิดว่า เออ จริงๆ ที่เราตั้งเป้าหมายชีวิตไว้เยอะแยะนี่เราอิ่มเอมกับผลสัมฤทธิ์ที่ได้มามากแค่ไหน มันคุ้มค่ากับความพยายามตั้งหน้าตั้งตารอคอยของเราหรือเปล่า

 

ผมค้นพบว่ามันยาวนานแค่ 3 วินาที

 

ถ้าเรามุ่งมั่นกับเป้าหมายมาก จดจ่อกับเป้าหมาย บางครั้งเมื่อไปถึงจริง เราอาจจะพบเพียงความว่างเปล่าของกฎ 3 วินาที (ที่ผมเป็นและตั้งขึ้นมาเอง)

 

หลังจากนั้น ผมจึงบอกตัวเองเสมอและสอนให้ตัวเองเรียนรู้ความสุขระหว่างทางในทุกวันที่เราก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น

 

เป้าหมายพอร์ต 1 ล้าน 10 ล้าน 100 ล้าน 1,000 ล้านอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับความสุขในการเดินทางบนถนนเส้นลงทุนในแต่ละวัน

 

ถ้าเรามีความสุขกับการเดินทางในทุกวันได้ ชีวิตก็จะไม่น่าเบื่อ ความคาดหวังทั้งหมดก็จะไม่ถูกเทไปที่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าถ้าเราเกิดพลาดเป้า เราก็ยังมีความสุขในทุกวันที่ผ่านมาเป็นเบาะรองรับความผิดหวังของเรา

 

ผมเคยถามเพื่อนที่ชอบเดินป่าปีนเขาว่า การลำบากลำบนไปถึงถึงยอดเขานี่มีความสุขจริงหรือ ยอดเขามีอะไร ภาพทิวทัศน์สวยงามเหรอคือสิ่งที่ต้องการ แบบนี้ถ้าเดินป่าไปแล้วฟ้าปิด หมอกลง ความพยายามทั้งหมดไม่ถือว่าสูญเปล่าหรอกเหรอ

 

เพื่อนนักเดินทางของผมตอบกลับมาว่า…

 

ความสุขของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่เป้าหมาย

แต่อยู่ที่รอยเท้าแต่ละก้าวที่ได้ก้าวเดินไปมากกว่า

เรื่องระหว่างทางสำคัญกว่าจุดหมายปลายทางมาก

 

หากเราผูกตัวเองไว้กับเป้าหมาย
เราต้องถึงเป้าหมาย เราถึงจะมีความสุขได้
แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาผูกตัวเองไว้กับการเดินทางไปสู่เป้าหมาย
เราจะมีความสุขตั้งแต่วินาทีนี้เลย

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy