ทัศนคติ

แทนที่จะก้มหน้าอยู่เฉย เราควรหาจุดบกพร่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

แทนที่จะก้มหน้าอยู่เฉย เราควรหาจุดบกพร่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

แทนที่จะก้มหน้าอยู่เฉย เราควรหาจุดบกพร่องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า

 

บ่อยครั้ง ที่มนุษย์หลีกเลี่ยงความขัดแย้งเพราะจินตนาการล่วงหน้า ถึงความซับซ้อนและยุ่งเหยิงมากมายที่จะตามมา จากการสร้างข้อโต้แย้งขึ้นมาในคราวใดความหนึ่ง การลงทุนในการอยู่เงียบ ๆ เฉย ๆ แล้วแสดงออกว่าเห็นด้วยนั้น มีต้นทุนต่ำกว่าการพูดโต้แย้งออกไปว่าสิ่งที่เสนอมานั้นยังมีจุดบกพร่องและบางอย่างที่ต้องแก้ไขอยู่ แต่หลายครั้งการสร้างข้อโต้แย้งกลับนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่า มาร์กาเร็ต เฮฟเฟอร์นันอธิบายความสำคัญของการโต้แย้งให้เราฟังใน Ted Talk ที่ชื่อว่า “จงกล้าที่จะแย้ง” หรือ “Dare to Disagree”

 

ก่อนที่เราจะเริ่มถกเถียงกันว่า การโต้แย้งนั้นนำไปสู่ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพกว่าอย่างไร มาร์กาเร็ตเริ่มต้นอธิบายเหตุผลของเธอจากการยกตัวอย่างกรณีการทำงานของแพทย์หญิงคนหนึ่งในยุคทศวรรษที่ 1950 เธอคนนี้ชื่อ อลิซ สจวร์ต ถ้าเปรียบเทียบกับสัดส่วนแพทย์ที่เป็นผู้หญิงในช่วงเวลานั้น ถือว่าเธอเป็นหนึ่งคนที่โดดเด่นมาก ๆ เพราะในสมัยก่อนจำนวนแพทย์หญิงนั้นมีน้อยกว่าสัดส่วนนายแพทย์หลายเท่า อลิซทำงานหนักอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องแต่งงาน มีครอบครัว เลี้ยงลูก หรือแม้กระทั่งหลังการหย่า

 

ในการทำงานที่นำไปสู่การประสบความสำเร็จอย่างมากนั้น ตัวการสำคัญสู่ความสำเร็จของเธอนั้นมาจากการที่เธอมีคู่หูที่ทำงานด้วยที่วางตัวเหมือนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเธออยู่เสมอ นั่นคือ จอร์จ นีล เขาสองคนมีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว ในขณะที่อลิซเป็นคนอบอุ่น เข้าสังคมเก่ง แต่จอร์จเป็นคนถนัดทำงานคนเดียว มีความสุขุมนุ่มลึก จอร์จทำหน้าที่เป็นเหมือนคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของอลิซเสมอ ไม่ว่าอลิซจะค้นพบข้อมูลทางการวิจัยแบบไหนมา จอร์จจะคอยทำงานเพื่อหาข้อมูลอีกฝั่ง เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าอลิซคิดผิด

 

แต่ด้วยการทำงานแบบพยายามหักล้างกันและกันเอง จึงนำมาสู่ข้อสรุปที่ทำให้ผลวิจัยของอลิซประสบความสำเร็จ เพราะมันคือกระบวนการในการหาข้อด้อย จุดบกพร่อง ไปเรื่อย ๆ นั่นหมายความว่าเมื่อเวลาผ่านไป 25 ปี การวิจัยครั้งนี้บรรลุเป้าหมาย เพราะมันหมายความว่าผลงานของอลิซนั้นถูกต้อง และไม่มีข้อโต้แย้งแล้ว โดยมีจอร์จเป็นคนทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง หาความเป็นไปได้ที่จะผิดพลาด และเป็นคู่คิดให้อลิซทำงานจนประสบความสำเร็จ

 

นี่คือโมเดลการทำงานร่วมกันที่ยอดเยี่ยม เพราะมันหมายความว่าคนที่เรากำลังทำงานด้วยนั้นไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ห้องสะท้อนความคิดเห็นของเรา เขาไม่ได้คอยแต่จะเห็นด้วย ยอมรับในผลลัพธ์งานของเรา แต่เขาตั้งคำถาม สร้างความสงสัย ที่นำไปสู่การพัฒนาไปข้างหน้าและการลดจุดบกพร่อง ซึ่งมันอาศัยการมีเพื่อนร่วมงานที่มีพื้นฐาน เรื่องราวที่แตกต่างจากเรา เพราะยิ่งสมาชิกในทีมมีความหลากหลายมากเท่าไหร่ เราก็จะได้ความคิดที่หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น

 

ในการสำรวจผู้บริหารชาวยุโรปและอเมริกันกว่าร้อยละ 85 พบว่า พวกเขามีประเด็นความกังวลในที่ทำงานที่พวกเขาไม่กล้าพูดออกมา เพราะกลัวมันจะกระตุ้นความขัดแย้งและทำให้เขาเหล่านั้นต้องเข้าไปพัวพันกับการโต้เถียงที่จะนำมาซึ่งความยุ่งยากวุ่นวาย หลายครั้งปัญหาครั้งใหญ่มันไม่ได้มาจากจุดบกพร่องที่เรามองไม่เห็น หรือส่วนที่เป็นเรื่องลับ แต่มันมาจากปัญหาที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าและไม่มีใครคิดที่จะทำอะไรกับมัน เพราะความรู้สึกไม่อยากหรือไม่กล้าที่จะจัดการมัน

 

การเปิดเผยจุดบกพร่องไม่ได้เป็นการสร้างปัญหา แต่ในทางกลับกันมันอาจนำไปสู่จุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน