ทัศนคติ

สังคมเปรียบเทียบทำลายชีวิตคนทำงาน

สังคมเปรียบเทียบทำลายชีวิตคนทำงาน

สังคมเปรียบเทียบทำลายชีวิตคนทำงาน

 

วิธีการจัดระเบียบทางสังคมที่เราคุ้นเคย คือการคัดเลือกหัวกะทิ นักเรียนหรือพนักงานที่มีแววในสายตาครูหรือหัวหน้างาน โดยตัวชี้วัดหลักที่ใช้ในการประเมินหาคนเหล่านี้คือการแข่งขัน การทดสอบ ชิงประกาศนียบัตร ถ้วยรางวัล อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถตอบได้ว่าแล้วกะทิช่วงกลาง หางกะทิที่เหลือ เราจะนำเขาเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์อะไร Margaret Heffernan เสนอเหตุผลว่าทำไมเราควรเลิกแบ่งส่วนยอดมนุษย์ออกจากคนธรรมดา แล้วเพิ่มการสื่อสารและความใส่ใจระหว่างกัน เพื่อประสิทธิผลที่มากกว่า ใน TED Talk ที่ชื่อ “Forget the pecking order at work” หรือ “ทำไมจึงได้เวลาเลิกจัดชั้นสังคมในที่ทำงานแล้ว”

 

การจัดลำดับชั้นเพื่อเฟ้นหาบุคลากรที่ดีที่สุดไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในการจัดระเบียบทางสังคมของมนุษย์ นักชีววิทยาวิวัฒนาการที่มหาวิทยาลัยเพอร์ดู ชื่อ วิลเลียม มูร์ ทำการทดลองเพื่อศึกษาพฤติกรรมของไก่และความสามารถในการผลิตไข่ เขาเริ่มจากการทำการทดลองกับไก่กลุ่มหนึ่ง มันเป็นไก่คุณสมบัติธรรมดาที่ถูกนำมาเลี้ยงรวมกัน แล้วปล่อยให้สืบพันธุ์ต่อไปหกรุ่น แล้วก็คัดเลือกไก่อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นซุปเปอร์ไก่ หมายความว่าฝูงนี้เต็มไปด้วยไก่ที่ออกไข่เก่งที่สุด แล้วในแต่ละรุ่นก็คัดเลือกไก่ที่เก่งที่สุดออกมารวมฝูงต่อต่อไป

 

หลังจากหกรุ่นผ่านไป เขาค้นพบว่า ในไก่ฝูงธรรมดา ไก่ทุกตัวอยู่รวมกันอย่างปกติดี ทุกตัวสุขภาพร่างกายแข็งแรง อ้วนพี ขนดก และผลิตไข่เพิ่มเยอะขึ้นมาก ในขณะที่กลุ่มซุปเปอร์ไก่ มีไก่มีชีวิตเหลืออยู่แค่สามตัว นอกนั้นตายหมด เพราะสามตัวที่แข็งแกร่งที่สุดจิกตัวอื่นตายหมด ไก่ที่เก่งที่สุด ประสบความสำเร็จได้ด้วยการบั่นทอนความสามารถในการออกไข่ของไก่ตัวอื่น

 

ตลอดชีวิตของมาร์กาเรต เฮฟเฟอร์นัน เธอก็ถูกป้อนทัศนคติที่ว่า เราต้องแข่งขันเพื่อที่จะก้าวหน้า ทุกคนต้องแย่งกันเข้าโรงเรียนที่ดี ได้งานที่ดี ไต่เต้าเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่เธอไม่เคยรู้สึกว่าการเป็นยอดมนุษย์เป็นแรงบันดาลใจให้เธอพัฒนาตัวเอง เธอมองว่าการได้อยู่ล้อมรอบโดยคนเก่ง ๆ เป็นสิ่งที่เป็นกำไรให้กับเธอ เธอไม่ได้มองว่าเธอต้องแข่งขันจัดการคนเหล่านั้น แต่เราจะเห็นได้ทั่วไปว่าองค์กรต่าง ๆ มักจะใช้วิธีคัดเลือกคนทำงานแบบซุปเปอร์ไก่ แล้วทุ่มทรัพยากรและอำนาจไปให้คนเหล่านั้น

 

ผลการวิจัยของทีมสถาบันเอ็มไอทีได้แสดงให้เห็นว่า กลุ่มคนที่ประสบความสำเร็จมักไม่ใช่กลุ่มที่มีใครไอคิวสูงลิ่ว และไม่ใช่กลุ่มที่คะแนนไอคิวรวมทุกคนของสมาชิกในกลุ่มสูงที่สุด แต่ทีมที่ประสบความสำเร็จมีคุณสมบัติสามอย่าง อย่างแรกคือสมาชิกในกลุ่มมีความใส่ใจซึ่งกันและกันสูง เมื่อวัดแบบทดสอบความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นของคนเหล่านี้ก็พบว่ากลุ่มที่มีคะแนนสูงแก้ปัญหาได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้คะแนนต่ำกว่า

 

นอกจากนั้น กลุ่มที่ประสบความสำเร็จให้เวลาในการแสดงความคิดเห็นสมาชิกแต่ละคนเท่า ๆ กัน และมักจะประกอบไปด้วยสมาชิกที่เป็นผู้หญิง โดยอาจเป็นเพราะผู้หญิงได้คะแนนเฉลี่ยในการทำแบบทดสอบความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นสูงกว่า สิ่งที่ชัดเจนจากการทดลองนี้คือการเชื่อมโยงทางสังคมระหว่างสมาชิกในกลุ่มพาไปสู่ความสำเร็จ

 

สิ่งที่คนเราต้องการคือความผูกพันธ์ ความซื่อสัตย์ และไว้วางใจระหว่างกัน เป็นทุนทางสังคมที่ทำให้เกิดการพึ่งพิง อย่างบริษัทของอเล็กซ์ เพนท์แลนด์ ได้รับผลกำไรเพิ่มขึ้น 15 ดอลลาร์ หลังจัดเวลาพักดื่มกาแฟของพนักงานให้ตรงกัน และความพึงพอใจของพนักงานเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ การสร้างต้นทุนทางสังคมไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีหรือให้สิทธิพิเศษกับคนขี้เกียจ แต่ทำให้คนที่ขุ่นเคืองใจ มุ่งมั่น ใจร้อน ได้ถกเถียงกับคนอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย และนำไปสู่ไอเดียใหม่ ๆ ที่ยอดเยี่ยม

 

การแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งมันมีเดิมพันที่ต้องเสียสละ เราไม่มีทางแก้ปัญหาได้ด้วยการคาดหวังให้ยอดมนุษย์เป็นคนแบกความหวังไว้ ทุกคนมีคุณค่าในแบบของตัวเอง ปลดปล่อยพลังงาน จินตนาการ และแรงขับเคลื่อนเพื่อสร้างสิ่งที่ดีที่สุด

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน