ทัศนคติ

ลงทุนในเหตุ ปฎิเสธผลไม่ได้ – แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

วันก่อนมีเพื่อนในเพจถามผมว่าผมทำใจอย่างไรเวลาหุ้นตกลงมาก ผมไม่เสียใจเหรอ ผมข้ามผ่านไปได้อย่างไร คำถามนั้นทำให้ผมนึกถึงคำพูดหนึ่งของ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต คือลงทุนในเหตุ ปฎิเสธผลไม่ได้

วันก่อนมีเพื่อนในเพจถามผมว่าผมทำใจอย่างไรเวลาหุ้นตกลงมาก ผมไม่เสียใจเหรอ ผมข้ามผ่านไปได้อย่างไร คำถามนั้นทำให้ผมนึกถึงคำพูดหนึ่งของ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต คือลงทุนในเหตุ ปฎิเสธผลไม่ได้

 

ผมตอบว่าสิ่งสำคัญสุดคือ “อย่าไปอยากได้เงินมาก”

 

ฟังแล้วตลก หลายคนอาจคิดว่าถ้าไม่อยากได้เงินแล้วเข้าตลาดหุ้นมาทำไม เอาเวลาไปนอนอยู่เฉยๆ สิ

 

ผมเข้าตลาดหุ้นเพราะอยากได้ผลตอบแทนตามอัตภาพ หมายถึงประมาณตลาดหรือชนะตลาดนิดหน่อย เป้าหมายอยู่ที่ปีละ 10%

 

พอเราเข้าใจแบบนี้ เราจะนิ่งขึ้น สงบขึ้น หลายครั้งเราว้าวุ่นมากเพราะเราอยากได้กำไรสูงสุด คือขึ้นฉันต้องได้ขาย ลงฉันต้องได้ซื้อ ถ้าหุ้นจะลงฉันจะขายก่อนแล้วค่อยไปซื้อใหม่ ถ้าหุ้นจะขึ้นฉันก็ต้องได้ซื้อทุกตัว

 

การคิดแบบนี้ทำให้เป็นทุกข์

 

หุ้นตกก็ทุกข์เพราะไม่ได้ขาย หุ้นขึ้นก็ทุกข์เพราะไม่ได้ซื้อหรือซื้อไว้ไม่เท่าใจอยาก

 

สุดท้ายเราจะเครียดมากเพราะเราจะคิดถึงแต่ เงิน เงิน เงิน

 

สิ่งที่ดีที่สุดคือการลงทุนอย่างเข้าใจ

 

เข้าใจ หมายถึง เข้าใจในเหตุ ในผล ในปัจจัยต่างๆ โดยรอบ ลงทุนโดยศึกษาหาความรู้ วิเคราะห์อย่างรอบคอบ อันนี้เรียก “ลงทุนในเหตุ” แต่ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ต้องรับให้ได้ เพราะตลาดหุ้นมีปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้องโดยมาก หลายครั้งคิดมารอบคอบทุกอย่าง แต่ผลก็อาจไม่เป็นอย่างที่คิด คือเราจะ “ปฎิเสธผลไม่ได้” นั่นเอง

 

ผมพูดเสมอว่าการบริหารจิตใจนั้นยากเสียกว่าการศึกษาหาความรู้เรื่องหุ้นมาก เรื่องหุ้น งบ ธุรกิจ มูลค่า ผู้บริหาร เรียนได้ง่าย ทำความเข้าใจได้ง่าย

 

แต่เรื่องการบริหารจิตใจนั้นยากกว่ามาก เพราะมันขัดกับความเป็นมนุษย์ในตัวเรา พวกเราทุกคนถูกฝังความโลภและความกลัวมาในพันธุกรรมตั้งแต่เกิดแล้ว การหลีกหนีจากการใช้อารมณ์เหนือเหตุผลจึงทำได้ยากยิ่ง

 

ติดตามจิตใจเรา เหมือนที่เราติดตามหุ้นในพอร์ตของเราอย่างใดอย่างนั้น เงินล้นฟ้าไม่อาจทำให้เรามีความสุขหากใจเราไม่สงบ

 

อย่ายึดติดกับเงินให้มาก เพราะเงินเป็นตัวเลข และตัวเลขเป็นสิ่งที่เปรียบเทียบได้และไม่มีวันจบสิ้น

 

แค่ “พอ” ก็ “พอ”

 

ผมเคยตั้งเป้าชีวิตว่าอยากมีพอร์ตขนาดเท่านั้นเท่านี้ วันหนึ่งพอร์ตผมวิ่งไปแตะเป้าหมายที่ผมรอคอยมาตลอดชีวิต

 

เชื่อไหมว่าผมมีความสุขอยู่เพียง 3 วินาทีเท่านั้น

 

ผมนับ 1 2 3 แล้วผมก็พบว่าความปิติยินดีนั้นหายไป ทิวทัศน์บนยอดเขาที่ผมปีนป่ายมาตลอดนั้นว่างเปล่ากว่าที่ผมคิดมาก

 

สุดท้ายแล้วเป้าหมายอาจไม่สำคัญเท่าเรื่องราวระหว่างทางก็เป็นได้ ผมค้นพบว่าตัวเองมีความสุขจากการตามหุ้น อ่านหุ้น แกะรอยหุ้น มากมายเสียกว่าเงินที่ได้มาในพอร์ตเสียอีก

 

แค่ “พอ” ก็ “พอ” จริงๆ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy