ทัศนคติ

คิดจะลงทุน อย่ามัวแต่หมกมุ่นกับกระจกมองหลัง

คิดจะลงทุน อย่ามัวแต่หมกมุ่นกับกระจกมองหลัง

คิดจะลงทุน อย่ามัวแต่หมกมุ่นกับกระจกมองหลัง คือ คำสอนคำหนึ่งที่มีผลต่อชีวิตการลงทุนของผมมาก ๆ เรียกได้ว่าเป็นคำที่ปลุกให้มีสติเลย รุ่นพี่ หรืออีกนัยหนึ่ง อาจารย์ด้านการลงทุนของผมได้พูดให้ผมฟังเรื่องนี้ และหลังจากนั้น ผมก็เปลี่ยนแนวทางการลงทุนไปมากจนแทบจะเป็นคนละคน

 

ในช่วงต้นของชีวิตการลงทุน ผมหมกมุ่นกับกระจกมองหลังอยู่มาก

 

หากการลงทุน คือ การขับรถ ผมในช่วงเวลาการลงทุนประมาณ 1 ปีแรกก็เอาแต่มองกระจกมองหลังเท่านั้น เรียกอีกอย่างว่าหมกมุ่นกับอดีตเสียเกินจำเป็นก็ว่าได้ ผมนั่งอ่านตัวเลขทางการเงินย้อนหลัง 10 ปีเสมอในทุกหุ้น หุ้นไหนที่เข้าตลาดหุ้นมาไม่ถึง 5 ปี ผมก็มักจะคัดทิ้ง หุ้นที่มีรายได้ หรือกำไร สะดุดสักปี หรือ 2 ปี ผมก็จะคัดออก เรียกได้ว่า เรื่องมากด้านการลงทุนถึงขีดสุด หุ้นที่อยู่ในกลุ่มที่พอจะซื้อได้ก็เหลืออยู่เพียงหยิบมือเท่านั้น แถมมูลค่าพื้นฐานก็มักจะต่ำกว่าราคาตลาด จนทำให้ซื้อไม่ได้ด้วย

 

สิ่งที่ผมขาดไป คือ การมองไปข้างหน้า

 

ผม ในช่วงเวลาเริ่มต้นลงทุน เป็นคนที่เติบโต และเข้าตลาดหุ้นมากับตำราการลงทุนที่เน้นการวิเคราะห์เชิงปริมาณผ่านงบการเงินเป็นหลัก ดูความมั่นคงจากอดีตไปจนถึงปัจจุบัน และนั่นก็ทำให้เกิดจุดอ่อนสำคัญของการเข้าใจปัจจุบัน และอนาคต ผมในช่วงเวลานั้นแทบจะไม่ได้มองภาพของธุรกิจในอนาคตเลย เฝ้าแต่ดูงบการเงินที่ผ่านไปแล้ว แต่แทบจะไม่ได้ตั้งคำถามเลยว่า งบการเงินในอนาคตเบื้องหน้านั้นจะเป็นอย่างไร

 

สิ่งสำคัญของการขับรถ คือ การมองไปข้างหน้า

 

รุ่นพี่ที่ผมเคารพให้ข้อคิดว่า นักลงทุนก็เหมือนกับคนขับรถ เราขับรถไปข้างหน้า เพราะเราลงทุนไปในอนาคต ไม่ใช่อดีต การมองไปข้างหน้าจึงสำคัญที่สุด กระจกมองหลังมีไว้มองเพียงชั่วเวลาสั้น ๆ เท่านั้น มองให้เราเข้าใจสถานการณ์โดยรอบ มองให้เราเข้าใจเบื้องหลังแต่พอประมาณ แต่ไม่ใช่ว่ายึดไว้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในการลงทุน ถ้ามองแต่กระจกมองหลังอย่างเดียว ขับไปไม่ได้ไกลก็คว่ำแน่ เพราะเล่นไม่ดูปัจจุบันขณะที่อยู่เบื้องหน้าเลย

 

แนวทางการลงทุนของผมหลังจากนั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก

 

ผมหมกมุ่นกับงบการเงินในอดีตน้อยลง แต่ครุ่นคิดไปถึงงบการเงินที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมากขึ้น หันมาสนใจเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น แนวโน้มรายได้ แนวโน้มค่าใช้จ่าย แนวโน้มกำไร โครงการการลงทุนใหม่ ๆ สภาพตลาด สภาพอุตสาหกรรม จากที่เคยนั่งคำนวณแต่กำไรในอดีต ผมก็หันมาสนใจกำไรในอนาคตแทน

 

ผมค่อนข้างประสบความสำเร็จกับแนวคิดการลงทุนแบบนี้ ผมจึงยึดการลงทุนที่มองไปข้างหน้าเป็นหลัก และมองข้างหลังเป็นเพียงองค์ประกอบตลอดมา

 

กระจกมองหลัง มองได้ แต่อย่ามองมากไป จนโดนภาพในอดีตบดบังอนาคตเบื้องหน้าไปเสียหมด

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน