ทัศนคติ

แพงหรือไม่ อยู่ที่ใจตัดสิน

แพงหรือไม่ อยู่ที่ใจตัดสิน

ก่อนอื่นผมต้องขอสารภาพว่าผมไม่ใช่คนประหยัดเท่าไหร่นัก ผมเคยกินกาแฟแก้วละ 200 กินข้าวมื้อละ 500 บินไปเที่ยวต่างประเทศด้วยเงินที่มีเลขศูนย์ลงท้ายหลายตัว แต่มั่นใจว่ามันไม่ได้ “แพง” จนเกินไป ผมพูดเสมอว่า แพงหรือไม่ อยู่ที่ใจตัดสิน คือ เราทุกคนต่างต้องมีมาตรวัดของตนเอง คุณค่าของชีวิต ประสบการณ์ มุดหมายทางความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป เราตัดสินแทนใครไม่ได้ว่าแพงหรือถูก นั่นคือเรื่องที่ต้องให้เจ้าตัวตัดสินเอง

 

ผมเป็นนักลงทุน ดังนั้น ผมจะตัดสินก่อนซื้อทุกครั้งว่า “ราคา” ที่จ่ายคุ้มค่ากับ “มูลค่า” ที่ได้รับหรือไม่ และหลายครั้งมูลค่าที่ได้รับมันเป็นเรื่องทางใจที่แต่ละคนให้มูลค่าไม่เท่ากัน ดังนั้น สำหรับบางคนมันจึงแพง แต่บางคนมันจึงถูก

 

สิ่งสำคัญคือผมมองว่าคนเราทุกคนควรตัดสินความแพงกันด้วยปัจเจกของตนเอง คือตัดสินใจเองว่าอะไรแพงไม่แพง ซื้อไม่ซื้อ เลือกด้วยตนเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ใครเอาไม้บรรทัดของเขามาวัด

 

ผมมองว่าตราบใดที่เรายังใช้เงินอยู่ในขอบเขต คือ มีการวางแผนการเงินที่ดี มีเงินเก็บตามอัตภาพ ใช้ชีวิตแบบไม่ใช่เดือดร้อนคนอื่น แบบนี้ผมมองว่าเราก็น่าจะมีสิทธิ์ที่จะซื้อหาความสุขได้ในขอบเขตที่เราพอจะซื้อได้

 

อย่างผมเองไม่เคยยอมรูดบัตรเครดิตเมื่อร้านค้าชาร์ตค่ารูด แม้ว่ามันจะเป็นเงินไม่ถึง 20 บาทเลย เพราะผมมองว่าการจ่ายดอกเบี้ย 3% ต่อเงินกู้ยืม 40 วันนั้นมากเกินไป แต่ผมยอมจ่ายเงินหลักแสน เพื่อบินข้ามครึ่งโลกไปพบวอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนอันดับหนึ่งของโลก เพราะผมรู้สึกว่านี่เป็นการลงทุนที่แสนคุ้มค่าเหลือเกิน

 

โปรดจงใช้มาตรวัดของใจตนเอง

 

เวลามีคนพยายามจะใช้ไม้บรรทัดของเขามาวัดเรา เราก็จงรู้อยู่แก่ใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ คนเรามีความสุขต่างกัน การให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ในชีวิตต่างกัน เราคงไม่ต้องหวังให้คนทุกคนเข้าใจเราก็ได้ ขอแค่เราเข้าใจตัวเองก็พอ

 

ผมเคยคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนคนนี้กินกาแฟแก้วละเกินร้อยแทบทุกวัน ผมถามเพื่อนว่ามึงเคยคิดไหมว่ามันสิ้นเปลือง เพื่อนผมตอบมาได้อย่างน่าคิดว่า กูไม่เคยอยากไปต่างประเทศ กูไม่เคยอยากไปเที่ยวต่างจังหวัด กูไม่เคยอยากกินบุฟเฟ่ในโรงแรมหรู แต่กูแค่มีความสุขกับการกินกาแฟ กูว่าก็น่าจะกินกาแฟได้นะ เพราะความสุขกูก็มีอยู่แค่นี้เอง (ขออภัยที่ใช้เสียงในฟิล์มเพื่ออรรถรสในการรับชม)

 

ผมเองก็คงไม่ต่างกัน ผมวางแผนการเงินตัวเอง จัดสรรแล้วพบว่ามีเงินเหลือ ผมก็ไปเที่ยวต่างประเทศโดยตลอด ผมมองว่าการท่องเที่ยวคือการซื้อประสบการณ์ คือการซื้อความสุขที่จะประทับอยู่ในหัวใจเราไปตลอดชีวิต

 

ผมมองว่านี่คือชีวิตที่ผมอยากใช้ ผมอาจจะไม่ได้เป็นนักลงทุนที่พอร์ตใหญ่โตที่สุด เพราะแอบเอาเงินออกไปทำตามใจบ้าง แต่ก็นั่นแหละ ผมเดินทางสายที่ไม่ตึงไปหย่อนไปดีกว่า ถึงช้าหน่อยแต่มีความสุข ผมก็โอเคนะ

 

ถ้าแผนการเงินพร้อมแล้ว จัดสรรปันส่วนดีแล้ว ก็อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขบ้างเถิด ชีวิตคนเราอาจจะไม่ได้ยืดยาวนัก ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและสติไปตามอัตภาพดีกว่า

 

ผมคิดว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะซื้อหาความสุขในขอบเขตที่ตนไม่ได้เบียดเบียนใครได้ ถึงแม้ว่าความสุขนั้นจะไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นจะจินตนาการอยากให้เรามีก็ตาม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน