ทัศนคติ

โรคคิดอะไรก็ถูกไปหมด

โรคคิดอะไรก็ถูกไปหมด

โรคคิดอะไรก็ถูกไปหมด คือโรคที่ผมนิยามขึ้นจากปัญหาที่ประสบในชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง อาการของโรคนี้อธิบายง่ายมาก คือ ไม่ว่าเราจะคิดวิเคราะห์ว่าผลจะเกิดขึ้นในทางไหน มันก็ดูถูกไปหมดเสมอ แม้ว่าผลที่เลือกวิเคราะห์ออกไปจะเป็นคำตอบคนละฟากโลกเลยก็ตาม

 

ยกตัวอย่างเช่น หากรัฐบาลออกกฎหมายในการเก็บภาษีการซื้อรถยนต์ใหม่มากขึ้น เพื่อลดปริมาณการใช้รถ เพราะอยากบรรเทาภาวะโลกร้อน แบบนี้จะเกิดผลตามที่รัฐต้องการไหม คิดแบบแรก รัฐบาลเก็บภาษีมากขึ้น คนซื้อรถน้อยลง คนใช้รถน้อยลง รถที่ออกมาปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง โลกร้อนน้อยลง หรือหากลองคิดอีกแบบ รัฐบาลเก็บภาษีรถใหม่มากขึ้น คนหันไปซื้อรถมือสอง รถมือสองเผาผลาญพลังงานได้แย่กว่ารถมือหนึ่ง รถปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น โลกร้อนมากขึ้น

 

ผมเรียกอาการแบบนี้ว่า โรคคิดอะไรก็ถูกไปหมด คือเราสามารถหาเหตุผลมาเชื่อมโยงเหตุไปยังผลที่เราต้องการได้ ไม่ว่าผลนั้นจะเป็นผลอะไรก็ตาม

 

โรคคิดอะไรก็ถูกไปหมดถือว่าเป็นอันตรายมากในการลงทุน เพราะถ้าเราจับผิดวิธีการคิดของตัวเองไม่ได้ ตามอคติของตัวเองไม่ทัน เราจะคิดว่าสิ่งที่เราคิดถูกแล้วดีแล้ว ทั้งที่ความเป็นจริง มันอาจจะเป็นความคิดที่ผิดทั้งหมด และทอดพาเรามุ่งหน้าไปสู่หายนะของการลงทุนก็เป็นได้

 

ยกตัวอย่างเช่น หากหุ้นตัวหนึ่งออกมาประกาศว่าจะบุกตลาดจีน เราอาจจะคิดว่านี่เป็นโอกาสในการลงทุนครั้งใหญ่ เพราะตลาดจีนกว้างมาก โอกาสการเติบโตมหาศาล หรือเราอาจจะคิดว่าเราต้องรีบขายหุ้นหนีเสียแล้ว เพราะตลาดจีนแข่งขันกันดุ การเปิดตลาดใหม่ต้องลงทุนมาก ใช้งบการตลอดมาก ผลประกอบการอาจตกต่ำลง

 

หากเราคิดไปทั้งสองแบบ เราจะรู้ว่าการคิดวิเคราะห์ของเรานั้นไม่ได้หนักแน่นเพียงพอเท่าไหร่ เพราะคิดอยู่บนหลักการที่จับต้องยาก และเป็นหลักการที่สามารถพาเราออกทะเลไปที่ไหนก็ได้ แต่อันตรายจะเกิดขึ้นทันทีหากเราไม่รู้ตัวและคิดไปเพียงเส้นทางเดียว เราอาจจะคิดว่าเราตัดสินใจถูก ทั้งที่ความจริงมันอาจจะตรงข้ามกับความเป็นจริงแบบสุดขั้วเลย

 

วิธีการรักษาโรคคิดอะไรก็ถูกไปหมด คือ การหาตัวเลขข้อเท็จจริงมาพิสูจน์ซ้ำ

 

เช่น หากเราคิดว่าหุ้นจะบุกตลาดจีนแล้วจะเกิดผลอย่างไร เราอาจจะไปดูกรณีศึกษาของหุ้นอื่นที่บุกตลาดจีนก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจและวิเคราะห์ รวมไปถึงค่อยๆ ติดตามผลประกอบการของหุ้นนั้นว่าทำได้จริงไหม ผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไรบ้าง ก่อนจะตัดสินใจลงทุน

 

สังเกตว่าโรคคิดอะไรก็ถูกไปหมดมักจะเกิดกับเรื่องที่คาดเดายากและความไม่แน่นอนสูง

 

เรื่องที่ง่ายมากเกินไป โรคคิดอะไรก็ถูกไปหมดมักไม่ค่อยเกิด เช่น หากเรากินชานมไข่มุกทุกวันติดต่อกันสักปี เราจะอ้วนขึ้นไหม แบบนี้วิเคราะห์ง่าย เพราะถ้าทุกอย่างเหมือนเดิม เพิ่มเติมแค่แคลอรี่ของชานมไข่มุกที่กินเสริมไปอีก มันก็คิดให้ไปในทางอื่นยาก เพราะเป็นตรรกะที่ค่อนข้างง่าย และตรงตัว (แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะอ้วนขึ้น 100% นะ ต้องดูปริมาณการเผาผลาญพลังงานต่อวันประกอบด้วย)

 

ดังนั้น เมื่อเรารับมือกับเรื่องที่ค่อนข้างยากเกินไป โดยเฉพาะการวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจที่ใช้ในการตัดสินใจลงทุนทั้งหลาย แนะนำให้ลองคิดไปหลายแบบหลายทางทั้งดีและแย่ เพื่อพิสูจน์ว่าเรากำลังเจอกับดักของโรคคิดอะไรก็ถูกไปหมดหรือเปล่า และที่สำคัญ อย่าลืมหาตัวเลข ข้อเท็จจริง และสิ่งที่จับต้องได้มาประกอบเสมอ

 

แต่การมีตัวเลขก็ไม่ใช่ว่าจะไม่โดนหลอกนะ ไว้คราวหน้ามาเล่าเรื่องการโดนหลอกจากตัวเลขให้ฟัง!

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy