ทัศนคติ

คุณค่าของคำว่าเพื่อน : ถ้าเราได้ที่หนึ่งแล้วจะมีใครยินดีกับเราไหม

ถ้าเราได้ที่หนึ่งแล้วจะมีใครยินดีกับเราไหม

ถ้าเราได้ที่หนึ่งแล้วจะมีใครยินดีกับเราไหม กลายเป็นประโยคสั้นๆ ที่บอกถึงความเจ็บปวดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมาย หลังจากเฌอปราง อารีย์กุล ผู้ชนะผลโหวตได้ตำแหน่งเซนเตอร์กล่าวในงาน 6th Single Senbatsu General Election ของวงไอดอลชื่อดังของประเทศไทย BNK48

 

วงไอดอล BNK48 ได้รับวัฒนธรรมการแข่งขันภายในวงระหว่างเมมเบอร์กันเองอย่างชัดเจนมาจากประเทศญี่ปุ่น ทุกเพลงที่ออกมาใหม่ ไม่ใช่ว่าเมมเบอร์ทุกคนในวงจะมีโอกาสได้ร้องได้แสดง ทางวงต้องคัดสรรเลือกเซ็มบัตสึ หรือ คนที่จะได้ร้องและแสดงในเพลงนั้นก่อน ทุกย่างก้าวในวงไอดอลนี้คือการแข่งขัน อย่างรางวัลที่เฌอปรางได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นคฑาอาเธน่า (Athena) ที่เป็นสัญลักษณ์ของเทพีแห่งปัญญาและสงคราม

 

เฌอปรางเป็นตัวอย่างที่ของคนที่เข้ามาใน BNK48 เพื่อเป็น BNK48 อย่างชัดเจน

 

จากสารคดี Girls Don’t Cry เฌอปรางบอกเสมอว่าการเป็นหัวหน้าวงของเธอทำให้เธอต้องแบกรับอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ “แบก” วงไปให้ถึงคำว่าประสบความสำเร็จ เพราะการแข่งขันของ BNK48 ไม่ได้มีแค่ภายในวงไอดอลเดียวกันเท่านั้น แต่มันยังหมายถึงการได้มาซึ่งความยอมรับและพื้นที่ในใจแฟนคลับเมื่อเทียบกับวงอื่นหรื่อกลุ่มศิลปินอื่นด้วย

 

“คนที่อยู่ข้างบนไม่มีวันเข้าใจคนอยู่ข้างล่าง คนที่อยู่ข้างล่างก็ไม่มีวันเข้าใจคนที่อยู่ข้างบน”

 

ประโยคดังกล่าวกลายเป็นอีกประโยคหนึ่งที่แสดงถึงความเจ็บปวดของการดำรงอยู่ของทุกคนภายในวงเป็นอย่างดี สุดท้ายแล้ว เมมเบอร์ที่ไม่ค่อยติดเซ็มบัตซึก็เจ็บปวด กัปตันที่โด่งดังที่สุดอย่างเฌอปรางก็เจ็บปวดเช่นกัน

 

ถ้าเราได้ที่หนึ่งแล้วจะมีใครยินดีกับเราไหม

 

สิ่งหนึ่งที่เฌอปรางทำมาตลอด คือ การเว้นระยะห่างออกจากเพื่อนร่วมวง เธอพูดเสมอว่า BNK48 คืองาน ไม่ใช่แค่กลุ่มเพื่อน ดังนั้น งานต้องมาก่อน เธอต้องจัดการความสัมพันธ์ให้เธอยังเป็นกัปตันที่สามารถควบคุมทีมได้ แน่นอนว่าการกระทำดังกล่าวก็เป็นกำแพงที่ยิ่งใหญ่ระหว่างเธอกับเมมเบอร์คนอื่น รวมไปถึงเรื่องที่เมมเบอร์คนอื่นอาจจะไม่ชอบหน้าเธอก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นเกินจินตนาการเท่าใดนัก

 

จวบจนเฌอปรางก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ จุดที่อาจจะเป็นจุดที่ประสบความสำเร็จสูงสุดหนึ่งที่ไอดอลคนหนึ่งจะทำได้ก็ว่าได้ อย่างน้อยวันนี้ BNK48 ก็มาถึงระดับประเทศจริง และวันที่เฌอปรางขึ้นรับรางวัลเซนเตอร์จากการโหวต เธอก็ได้กล่าวบนเวทีว่า…

 

“ขอบคุณนะคะ แต่เฌอรู้สึกผิด ทุกครั้งที่มีการประกาศอันดับก่อนหน้านี้ แต่เราอยากพยายามเพื่อแฟนๆมากที่สุดและพยายามพิสูจน์ตัวเองมากที่สุด เคยถามตัวเองว่ามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร แฟนๆ ทุกคนของเฌอสุดยอดมากค่ะ ขอบคุณที่มอบโอกาส เฌอจะก้าวผ่านทุกเรื่องและทำให้เต็มที่ต่อไป ขอบคุณเพื่อนในวงที่อยู่ข้างวง สิ่งที่ทุกคนมอบให้เราคือโอกาส ได้รับมากกว่าที่เราจะเคยคิดได้ ขอบคุณที่สนับสนุนเฌอมาตลอด เฌอทำตามความฝันได้แล้ว และอยากส่งต่อสิ่งนี้ให้ทุกคน หนูจะอยู่ตรงนี้ไปอีกสักพักหนึ่ง เพื่อดูแลทุกคน และให้ทุกคนก้าวข้ามไป ขอบคุณสำหรับการยอมรับ จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป ขอบคุณค่ะ”

 

ช่วงที่สำคัญที่สุดคือช่วงที่เธอพูดจบแล้วกลับหันไปถามเมมเบอร์เพื่อนในวงของเธอว่า… ถ้าเราได้ที่หนึ่งแล้วจะมีใครยินดีกับเราไหม

 

ประโยคดังกล่าวสะท้อนอะไรออกมามากมาย อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าการไปถึงคำว่าประสบความสำเร็จนั้น มันอาจจะไม่มีความหมายเลยก็เป็นได้ หากไม่ได้มีใครสักคนอยู่เคียงข้างและชื่นชมความสำเร็จไปด้วยกัน หลายครั้งเราต่างเร่งรัดชีวิตและพากันมองไปถึงแต่เป้าหมาย จนเมื่อไปถึงจุดเส้นชัยแล้วมองย้อนกลับไป เราก็พบว่าเราสูญเสียอะไรไปมากมายระหว่างทาง หลายครั้งก็มากจนไม่รู้ว่าคุ้มค่าหรือเปล่ากับคำว่าชัยชนะที่ได้รับมา

 

โชคดีที่เฌอปรางก็คงจะยังไม่ถึงกับจะใช้คำว่าสูญเสียนัก เพราะหลังจากเธอถามว่ามีใครยินดีกับเธอไหม เพื่อนในวงก็พากับวิ่งเข้ามากอดและเช็ดน้ำตาให้กับกัปตันผู้แข็งแกร่ง

 

ถ้าเราได้ที่หนึ่งแล้วจะมีใครยินดีกับเราไหม

 

ดูเหมือนว่าการเดินทางที่แสนเด็ดเดี่ยวของเฌอปราง อารีย์กุล ในฐานะไอดอลคนหนึ่งใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

 

เพราะเธอได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าเธอทำตามความฝันได้แล้ว และคงจะอยู่ตรงนี้ไปอีกสักพักหนึ่ง นั่นหมายถึง หากปีนี้ปีหน้า เธอจะตัดสินใจล้างมือในอ่างทองคำ ประกาศจบการศึกษา (สำหรับวงไอดอลหมายถึงออกจากวง) เพื่อเปิดทางให้เมมเบอร์คนอื่นๆ ขึ้นมาเฉิดฉาย ในขณะที่เธอก็กล่าวอำลาวงไปในตอนที่ยังเป็นดาวที่ส่องแสงสว่างสวยอยู่ นั่นก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ

 

คำถามของเฌอปรางหลังจากรับรางวัลโหวตสูงสุดอันดับหนึ่งในครั้งนี้ ฝากความคิดอะไรไว้ในหัวสมองผมมาก อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมรู้ว่า คำว่าเพื่อนมีความหมายมากแค่ไหน และความสำเร็จที่ปราศจากคนเคียงข้างที่จะร่วมชื่นชม มันก็คงจะเป็นความสำเร็จที่อ้างว้างไม่น้อย

 

ไม่ว่าเรากำลังทำอะไร

ไม่ว่าเรากำลังมุ่งไปในเส้นทางสายไหน

อย่าลืมจับมือคนข้างๆ ไว้ให้แน่น

อย่าลืมจับมือคนสำคัญไว้อย่างเข้าใจ

 

อย่างน้อย ในวันที่เราก้าวไปถึง “อันดับหนึ่ง” แล้ว เราจะยังเหลืออ้อมกอดที่พร้อมจะอยู่เคียงข้าง และร่วมใช้ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จนั้นอย่างยินดี

 

ถ้าเราได้ที่หนึ่งแล้วจะมีใครยินดีกับเราไหม

 

อย่าลืมถามตัวเองดูหละว่าในเส้นทางนี้ เราหลงลืมใครไปบ้างหรือยัง?

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy