ทัศนคติ

อย่าสนใจแต่สวนหลังบ้านตัวเอง

อย่าสนใจแต่สวนหลังบ้านตัวเอง

อย่าสนใจแต่สวนหลังบ้านตัวเอง

 

ในชีวิตของนักลงทุนคงจะมีบ่อยครั้งที่เราได้มีโอกาสฟังวิสัยทัศน์ ฟังทิศทางการเติบโตของธุรกิจที่เรากำลังสนใจว่าเขาจะลงทุนเพิ่มในสิ่งใด และจะสร้างผลกระทบอย่างไรต่ออุตสาหกรรม สังคม หรือ ประเทศ อาจจะจาก opp day หรือ ตามวาระต่าง ๆ คงมีบ้างที่เราเห็นด้วยและบางอย่างที่ก็อาจจะไม่เห็นด้วย และเราอาจจะเคยเห็นคนที่แสดงความคิดเห็นว่าจำเป็น สำคัญ ควรมี แต่ไม่ควรจะอยู่ที่ตรงนี้ หากเป็นเช่นนั้นคุณอาจจะกำลังพบกับ ปรากฎการณ์ กระทบใครไม่สำคัญ ขอแค่อย่ากระทบฉันก็พอ

 

NIMBY หรือ Not-in-my-backyard หากแปลตรงตัวจะหมายถึง “ไม่ใช่ในสวนหลังบ้านฉัน” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียก ปรากฎการ์ณ์ที่มีคนต่อต้านนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคมอันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในภาพรวม โดยคนกลุ่มนั้นจะสนับสนุนนโยบายเหล่านี้ ตราบใดที่มันไม่ได้มาเกิดขึ้นที่สวนหลังบ้านของตัวเอง นั่นก็คือผลกระทบทางลบของสิ่งเหล่านั้นควรจะไปเกิดขึ้นไกลออกไปและไม่กระทบกับเขา

 

เราอาจจะเคยได้เห็นปรากฎการณ์ NIMBY บ่อยครั้งรอบ ๆ ตัว เช่น การตัดถนนไปสู่เส้นทางใหม่ ๆ ที่จะกระทบกับธุรกิจที่อยู่บนถนนสายเก่าแลกกับการมีเส้นทางเพิ่มเติมรองรับการจราจรหรือทางลัดใหม่ ๆ การเปิดห้างสรรพสินค้าขายส่งขนาดใหญ่ที่จะกระทบต่อกิจการร้านขายของชำ การสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า ติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่ การก่อสร้างขยายสนามบิน สิ่งเหล่านี้หากอยู่ไกลตัวออกไปก็มักจะไม่ขัดขวางหรือต่อต้านปฏิเสธ

 

ในทางกลับกันบางครั้งก็อาจมีธุรกิจที่สร้างมลภาวะ เกิดขยะและของเสีย ขึ้นในกระบวนการผลิต ธุรกิจจำนวนไม่น้อยก็อาจจะแอบลักลอบนำไปทิ้งหรือไปกำจัดในที่ที่ไม่ใช่สวนหลังบ้านของตัวเองด้วยเช่นกัน เช่น การลำเลียงขยะจากจังหวัดหนึ่งไปทิ้งหรือไปเผาที่อีกจังหวัดหนึ่ง

 

ถ้าทุกคนปฏิเสธหมดก็ไม่เกิดการพัฒนา

 

NIMBY เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้น หากโครงการของรัฐ หรือ การลงทุนทางธุรกิจเหล่านั้น ไม่ได้คิดให้รอบด้าน ประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไว้ล่วงหน้า ขาดการสื่อสารให้เกิดการมีส่วนร่วมในการคิด ปรับปรุง พัฒนา สิ่งใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นนั้นก็จะขาดการเป็นเจ้าของโดยชุมชนไป นำไปสู่การต่อต้านหรือไม่ให้ความร่วมมือในการดูแลรักษา

 

Think win-win

 

ประโยชน์และความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่แค่การคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม และประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังจำเป็นต้องคิดให้รอบด้านถึงสิ่งแวดล้อม ถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสิ่งอื่นให้น้อยที่สุด ชดเชยเยียวยา และปรับแต่งให้เกิดผลประโยชน์บ้างกับผู้ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ที่อยู่มาก่อน

 

เพราะหากการจะเกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับบ้านเมืองทุกครั้ง ต้องมีผู้เสียสละอย่างสุดโต่งอยู่เสมอ ต้องเสียสละมาก ๆ และยากที่จะมีอะไรมาทดแทน หากสะสมกันต่อเนื่องหลาย ๆ ครั้งก็เกิดเป็นความคับแค้นและขุ่นข้องหมองใจ วันหนึ่งก็อาจส่งผลให้เกิดการต่อต้าน คงไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจและภาพลักษณ์ที่ได้สะสมสร้างสืบเนื่องมา และการปรับให้มีการยอมนั้นคงไม่ใช่ซื้อด้วยเงินหรือใช้อำนาจบังคับ แต่ควรจะมาจากการหารือร่วม สร้างความเข้าใจ และออกแบบให้เกิดประโยชน์ร่วมที่ยอมรับได้

 

เราในฐานะนักลงทุนก็สามารถมีส่วนร่วมในการทำให้ผลกระทบตรงนี้คำนึงถึงทุกฝ่ายอย่างรอบคอบและรอบด้านได้ จากการเลือกจะลงทุนหรือหยุดที่จะลงทุน เราสามารถเป็นคนเลือกสนับสนุนแต่ธุรกิจที่มีการดำเนินการที่เป็นประโยชน์ โปร่งใส ใส่ใจในการดำเนินการได้

 

ในโอกาสของการประชุมผู้ถือหุ้นหรือเมื่อได้พบกับผู้บริหารที่มานำเสนอภาพรวมธุรกิจในเวทีการลงทุน เราเองก็มีสิทธิ์และสามารถที่จะส่งเสียงตั้งคำถาม เสนอแนะคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายได้ การมีหลาย ๆ มุมมอง หลายแนวคิด ก็จะช่วยทำให้สิ่งที่เกิดนั้นมีประโยชน์ได้จริง ๆ และยั่งยืน หากนักลงทุนคำนึงถึงประโยชน์ของสังคมทุกฝ่ายแบบไม่เลือกชนชั้นและเลือกปฏิบัติ ให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” ไม่น้อยไปกว่า “มูลค่า” เมื่อนั้นการลงทุนก็จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของสังคมที่จะช่วยกำกับให้สิ่งดี ๆ ถูกผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายโดยแท้ การจะเกิดตลาดทุนที่มีธรรมาภิบาล มอบคุณค่า และมูลค่า อย่างมีจริยธรรมได้นั้น การกำกับควบคุมโดยกติกาอาจยังไม่เพียงพอ นักลงทุนต้องช่วยกันสอดส่องและสร้างขึ้นมาด้วย

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน