ทัศนคติ

Peak – end bias ผิดหวังได้ แต่จงปิดท้ายด้วยเรื่องดี

ผิดหวังได้ แต่จงปิดท้ายด้วยเรื่องดี

Peak – end bias ผิดหวังได้ แต่จงปิดท้ายด้วยเรื่องดี

 

ชีวิตในโลกของการลงทุนและการเป็นนักลงทุนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยง บางครั้งเมื่อเสี่ยงอาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ประทับใจ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ในวันที่ล้มเหลว ผิดพลาด หรือสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปตามคาดอาจจะทำให้รู้สึกโกรธตัวเอง ผิดหวัง หรือ เสียใจ เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและเศรษฐศาสตร์ความสุขได้ให้คำแนะนำไว้ว่าจะผิดหวังเสียใจอย่างไรก็ได้ แต่ให้ปิดท้ายด้วยเรื่องดี ๆ

 

เมื่อเวลาผ่านไป เราจะจดจำแต่ตอนที่พีคสุดและตอนท้าย

 

เดเนียล ไคน์มัน (Daniel Kahneman) นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเจ้าของรางวัลโนเบลได้อธิบาย “อคติของจุดสูงสุดและจุดจบ” (Peak-End bias) ไว้ว่า เรานึกถึงและให้คุณค่าประสบการณ์ในอดีต โดยใช้เพียงแค่บางส่วนของประสบการณ์มาใช้ประเมิน เราใช้จุดที่สูงที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุด (Peak) และ ตอนจบของประสบการณ์นั้น (End) มาเป็นปัจจัย เพราะฉะนั้นการที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งจะสุขหรือทุกข์ไม่ได้เกี่ยวกับ “ระยะเวลา” ยาวหรือสั้น แต่สมองเราถูกพัฒนามาให้จดจำว่า “มันโดดเด่นอย่างไร” และ “ลงเอย” ในตอนท้ายเป็นแบบไหน

 

เราอาจจะเคยไปคอนเสิร์ตที่เครื่องเสียงไม่ดี แต่สุดท้ายก่อนปิดคอนเสิร์ตเล่นเพลงที่อยู่ในความทรงจำที่เราชอบ เราก็รู้สึกประทับใจจดจำว่าคอนเสิร์ตนั้นเป็นคอนเสิร์ตที่ดี

 

เราอาจจะเคยคบกับใครสักคนมีวันเวลาที่มีความหมาย มีความสุขความทรงจำที่สุขใจ มีสิ่งดี ๆ ที่ทำร่วมกันมากมาย แต่เมื่อวันสุดท้ายที่เลิกกันจบด้วยประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็กลายเป็นความสัมพันธ์นั้นถูกประเมินว่าไม่ดีไป

 

ในการขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวสักที่หนึ่ง แต่ระหว่างทางเครื่องเกิดขัดข้องอากาศแปรปรวน แม้จะเที่ยวสนุกแค่ไหนก็ดูไร้ความหมายไป กลายเป็นทริปนี้ถูกจดจำว่าเกือบตายจากเครื่องบินขัดข้อง

 

เราจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างไร?

 

หากเราเป็นเจ้าของธุรกิจหรือออกแบบการบริการ การปิดท้ายด้วยการชำระเงินจำนวนสูงอาจไม่ได้สร้างการจดจำและความรู้สึกดี ได้มากเท่าการย้ายขั้นตอนการจ่ายเงินมาไว้ตอนต้นและให้จบการบริการแบบประทับใจ หรือการวางกลยุทธ์ให้การบริการเกิดความพีคในเวลาที่เหมาะสมที่จะทำให้คนมาใช้บริการจดจำและช่วยบอกต่อสื่อสารออกไป และหากเป็นการใช้ชีวิตก็อาจจะนำไปปรับใช้ให้เป็นนิสัยในการนึกถึงเรื่องดี ๆ ขอบคุณสิ่งดี ๆ ก่อนนอน ทำให้ไม่ว่าวันนั้นจะดีจะร้ายสุดท้ายก็จบวันด้วยเรื่องดี

 

หากเป็นนักลงทุน

 

ประสบการณ์ที่พีคของนักลงทุน โดยอัตโนมัติคงหนีไม่พ้นเรื่องของการได้กำไรหรือขาดทุน และปิดท้ายด้วยการขายหรือไม่ขาย ติดลบไปเท่าไหร่ ได้เงินมากแค่ไหน หากเป็นเช่นนี้แล้ว เมื่อมองย้อนกลับไปทบทวนประสบการณ์การลงทุน คนส่วนใหญ่ก็จะบอกว่ามีแต่การขาดทุนเสียมากกว่าได้ เพราะเรามักจะจดจำครั้งที่เราเสียหายหรือขาดทุนได้มากกว่าที่จะจดจำครั้งที่เราได้เงินหรือกำไรเป็นไปตามทฤษฎีความคาดหวัง (Prospect theory)

 

สิ่งที่เราควรสนใจและฝึกฝน

 

ฝึกฝนตัวเองให้แม้เสียหายหรือขาดทุนก็ยังคงมองเห็นการเรียนรู้เป็นการปิดท้าย ฝึกฝนให้นับครั้งประสบการณ์ที่เรา “ได้” ให้เป็นพีคหนึ่งของความทรงจำ และฝึกฝนให้ยอมรับความจริงว่ามีได้ก็ต้องมีเสีย ชีวิตคือการมองแบบค่าเฉลี่ย มีสุดทางด้านหนึ่ง ก็ต้องมีสุดทางอีกด้านหนึ่งคู่กัน ไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จไปตลอดโดยไม่ล้มเหลว หากวันใดวันหนึ่งเราเห็นคนบางคนประสบความสำเร็จตลอดไม่เคยผิดพลาดนั่นก็มาจากเขาผิดพลาดในอดีตสะสมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนที่เราไม่ได้รับรู้

 

นักลงทุนจะกำไรมากอย่างไรก็ต้องเคยขาดทุนมากมาก่อน นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดได้ ก็ต้องมีผิดพลาดแบบตกต่ำสุดเช่นกัน แต่บางครั้งมันอาจจะไม่ใช่ความผิดพลาดที่ตกต่ำในตลาดของการลงทุนก็ได้ มันอาจจะหมายถึงความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต แต่เขาได้เรียนรู้

 

เราจะจดจำว่าประสบการณ์ครั้งนั้นเป็นความผิดพลาดสูงสุด หรือ เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ที่สุด ก็แล้วแต่นักลงทุนแต่ละคนจะจดจำ เพราะ “ความหลังเรื่องเดียวกัน” อาจกลายเป็น “ความทรงจำ” ที่ไม่เหมือนกันก็ได้ เนื่องจากมองจุดพีคและจุดจบของประสบการณ์นั้นแตกต่างกันคนละสายตา แล้วคุณล่ะ มีประสบการณ์การลงทุนเป็นอย่างไร?

 

อย่าลืม จะผิดหวัง เสียใจ ร้องไห้ฟูมฟายอย่างไรก็ได้ แต่จงปิดท้ายด้วยเรื่องที่ดี

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน