ทัศนคติ

เราถูกหลอกง่าย จริงไหม ?

เราถูกหลอกง่าย จริงไหม ?

เราถูกหลอกง่าย จริงไหม ?

 

ระวังอย่าไว้ใจใคร เดี๋ยวถูกหลอก อย่าเชื่อคนง่าย คงเป็นประโยคที่หลาย ๆ คนเคยได้รับคำเตือน หรือ เตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะทุก ๆ วันที่เราใช้ชีวิต เราไม่แน่ใจในเจตนาของผู้คนที่เข้าหา ไม่แน่ใจในข้อมูลที่ได้รับว่าควรจะเชื่อข้อมูลไหน หรือ ควรจะฟังใคร เราถูกหลอกง่าย จริงไหม ?

 

Hugo Mercier นักวิทยาศาสตร์สมอง เจ้าของหนังสือ Not Born Yesterday: The Science of Who We Trust and What We Believe ที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการเชื่อคนง่ายหรือการถูกหลอกลวงได้ง่าย (gullible) ได้รวบรวมงานวิจัยและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลของโฆษณาชวนเชื่อ กิจกรรมรณรงค์ทางการเมือง หรือศาสนา โดยพบว่าบางทีคนเราก็ไม่ได้ถูกหลอกกันง่ายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

 

การจูงใจคนหมู่มากเป็นเรื่องยาก

 

การทดลองหลายชิ้นทางจิตวิทยาได้ให้ข้อสรุปไว้ว่ากลไกในการจะเชื่ออะไรสักอย่างหนึ่งของคนเป็นเรื่องซับซ้อน ประกอบไปด้วยการคิดคำนวณ การรับรู้สัญญาณต่าง ๆ ที่อยู่ตรงหน้า และประสบการณ์เก่าในความทรงจำ การจะเปลี่ยนใจคนได้ต้องหยิบยื่นหลักฐานที่ใช่ ในเวลาที่เหมาะสม ดังนั้นแล้วการจะจูงใจคนหมู่มากพร้อม ๆ กัน อาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากกว่าการจูงใจเป็นรายบุคคล

 

คนชอบมั่นใจว่าเราไม่ใช่คนเชื่อคนง่าย แต่คนอื่น ๆ เขาเชื่อคนง่ายกันหมด

 

ในงานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นที่ถามเกี่ยวกับความเชื่อทางการเมืองว่า “คุณรู้สึกว่าความคิดเห็นทางการเมืองของคุณได้รับอิทธิพลมาจากสื่อหรือโฆษณาที่มาจากโทรทัศน์หรือสื่อออนไลน์มากแค่ไหน” คนส่วนใหญ่ตอบว่าไม่ หรือตอบว่าน้อยมาก แต่ในทางกลับกันเมื่อถามว่า คนอื่น ๆ จะเป็นเช่นนี้ไหม คนส่วนใหญ่ตอบว่า เขามักจะถูกอิทธิพลของสื่อมาชักจูงอย่างมาก ซึ่งการคิดว่า “เราถูกชักจูงได้ยาก แต่คนอื่นชักจูงง่าย” อคติทางความคิดนี้ เรียกว่า อคติของการคิดแบบบุคคลที่ 3 (third person effect)

 

เราจะเปลี่ยนใจได้ง่าย เมื่อแหล่งข้อมูลดูน่าเชื่อถือ

 

งานวิจัยจำนวนมากพบว่า เมื่อเราได้รับการบอกเล่าหรืออ่านข้อมูลใด ๆ ที่ขัดกับความคิดหรือความเชื่อของเรา ปฏิกิริยาแรกคือเราจะปฏิเสธและต่อต้าน แต่เมื่อเราพบเหตุผลที่ฟังขึ้น หรือ วิเคราะห์ดูแหล่งที่มาว่าน่าเชื่อถือ มีเจตนาที่ดี หรือ มีคนเชื่อกันมาก เราก็มักจะขยับความเชื่อหรือความคิดตาม ซึ่งแม้แต่เด็กอายุ 3-5 ปี ก็มีทักษะนี้ที่จะวิเคราะห์จากสัญญาณตรงหน้าว่า ใครที่ควรฟัง แหล่งข้อมูลไหนที่ดูน่าเชื่อถือ แล้วเขาก็จะเชื่อในข้อมูลนั้น

 

โฆษณาชวนเชื่อ ไม่มีผลเปลี่ยนใจ แต่มีผลให้อะไร ๆ ชัดเจนขึ้น

 

การทดลองเกี่ยวกับโฆษณาชวนเชื่อพบว่า โฆษณาชวนเชื่อไม่ได้มีผลเปลี่ยนใจคนได้สักเท่าไร แต่โฆษณาชวนเชื่อช่วยทำให้ความชอบ (preference) ที่มีในใจของแต่ละคนปรากฏชัดเพราะถูกแสดงออกได้มากขึ้น และผลโดยอ้อมที่เกิด คือ เมื่อคนแสดงออกว่าเห็นด้วย ว่าชื่นชอบมากขึ้น ก็อาจทำให้คนส่วนน้อยที่ไม่ได้ชอบดูเหมือนคล้อยตามเพราะถูกอิทธิพลของสังคม อิทธิพลจากความกลัว ทำให้แสดงออกน้อยลง และอาจมีผลดูเหมือนเปลี่ยนความเชื่อหรือเปลี่ยนใจในที่สุด

 

การทำให้คนสักคนด้อยกว่าหรือดูโง่ ไม่ได้ช่วยให้เปลี่ยนใจได้ง่าย

 

งานวิจัยยังศึกษาต่ออีกว่า การใช้อิทธิพลหรือการแปะป้ายให้ใครสักคนหรือคนบางกลุ่มดูโง่หรือคิดได้น้อย ไม่ได้มีผลให้คนเหล่านั้นหยุดคิด หรือ ถูกจูงใจได้ง่ายขึ้น แต่พบว่าการได้ชวนให้เขาคุย ชวนให้เขาคิด สร้างความเชื่อใจระหว่างเขากับเรา และการหยิบยื่นหลักฐานและเหตุผลที่จะทำให้สิ่งที่เราเสนอไปพอฟังขึ้นได้จากมุมมองของเขาต่างหากที่จะช่วยทำให้คนเปลี่ยนใจ

 

ทำอย่างไรไม่ให้ถูกลวง

 

ในโลกที่มีข้อมูลท่วมท้นหลั่งไหลเข้ามามากมายในแต่ละวัน คำแนะนำที่ง่าย แต่ได้ผลในการสอนคนไม่ให้ถูกลวงได้ง่าย คือ “สงสัยเสมอ” (being skeptical) เพราะเมื่อเราสงสัยเราจะพยายามหาข้อมูลว่าคนที่สื่อสารเรื่องนี้น่าเชื่อถือหรือไม่ หรือ มีส่วนไหนในข้อมูลที่จริงหรือไม่จริงบ้าง

 

ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุนก็เช่นกัน ถ้าหากคุณไม่ต้องการเป็นคนที่ถูกลวง การสงสัยเสมอ การคิดถึงเจตนาและที่มาของข้อมูลยังคงเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะเดินบนเส้นทางของการลงทุนในตลาด

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน