ทัศนคติ

ชีวิตของคุณมีค่าแบบสัมพัทธ์หรือสัมบูรณ์?

คุณค่าของชีวิต

ปรกติวิธีการประเมินมูลค่ามีอยู่ 2 แบบ ทั้งหุ้นหรือ คุณค่าของชีวิต ผมว่าเราก็มีวิธีการประเมินมูลค่าไม่ต่างกัน

 

Absolute valuation หรือการประเมินมูลค่าแบบสัมบูรณ์ คือการวัดมูลค่าจากหุ้นนั้นโดยตรง เช่น คิดมูลค่าจากทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ กับ relative valuation หรือการประเมินมูลค่าแบบสัมพัทธ์ คือการวัดมูลค่าของหุ้นนั้นจากการเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น เช่น คิดมูลค่าโดยเปรียบเทียบกับP/E ของตลาดหลักทรัพย์

 

คำถามคือ แล้วเราประเมินตัวเราเองแบบ absolute หรือ relative?

 

คุณค่าของเราเกิดขึ้นจากตัวเราเองอย่างสัมบูรณ์ไม่อ้างอิงกับใครทั้งสิ้น หรือคุณค่าของเราขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้อื่นอย่างสัมพัทธ์

 

ผมเคยประเมินมูลค่าตัวเองอย่าง Relative

 

คิดเปรียบเทียบตัวเองกับคนโน้นคนนี้คนนั้น อยากได้อยากมีอยากเป็นเหมือนอย่างเขา ผูกพันอยู่กับการเปรียบเทียบอย่างไม่มีจบสิ้น

 

มันเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยมาก

 

เคยสังเกตไหม มนุษย์ทุกคนชอบเอาข้อด้อยตัวเองไปเปรียบเทียบกับข้อดีของผู้อื่น มันอาจจะเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่เวลาวิ่งแข่งชอบมองไปข้างหน้า มองไปยังคนที่เก่งกว่า มากกว่าจะหันไปมองว่าตัวเราวิ่งออกมาจากจุดเริ่มต้นไกลเท่าไหร่แล้ว

 

แท้จริงแล้วมนุษย์ทุกคนมีคุณค่าอย่าง Absolute

 

คุณค่าที่แท้จริงในตัวเราเอง คุณค่าที่แม้แต่โลกใบนี้จะมีเพียงเราอยู่คนเดียว มันก็ยังคงมีอยู่อย่างนั้น

 

ผมเริ่มตั้งตัวเองอยู่กับเป้าหมายในชีวิตมากกว่าคนหรือสิ่งของ

 

ผมบอกตัวเองว่าผมอยากส่งต่อความรู้และความเป็นกันเองให้เพื่อนในเพจ มากกว่าเพจผมจะมียอดไลค์เท่าไหร่

 

ผมบอกตัวเองว่าผมอยากมีความสุขจากการเจ้าของธุรกิจที่สุดยอด มากกว่าปีนี้พอร์ตผมจะได้กำไรกี่เปอร์เซ็นต์

 

ผมบอกตัวเองว่าผมอยากทำธุรกิจเพื่อดูแลสุขภาพประชาชน มากกว่าปีหน้ายอดขายบริษัทผมจะเป็นเท่าไหร่ อัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นไหม

 

ผมเลิกสนใจสวนในบ้านผมกับสวนคนข้างบ้านมานานแล้ว

 

ผมไม่อยากรู้ว่าพอร์ตคนอื่นโตปีละกี่เปอร์เซนต์ ผมไม่อยากรู้ว่ากำไรสุทธิของบริษัทอื่นปีนี้ได้เท่าไหร่ เพราะรู้ไปแล้วผมก็ไม่ได้มีความสุขเพิ่มขึ้นเลย

 

เฮ้ยยย อยู่กับตัวเองดีกว่า

 

เขียนมาจนถึงตอนนี้ คนอ่านหลายคนก็เริ่มสงสัยว่ามันพล่ามอะไรของมันมากมายวะ ไม่เห็นจะมีสาระอะไรเลย

 

ผมแค่อยากจะบอกว่า “เราทุกคนมีคุณค่าในตัวเองนะ ไม่ว่าคนอื่นจะมองเห็นหรือมองไม่เห็น หรือจะตีความว่ามันมากหรือน้อยเท่าไหร่ก็ตาม เราห้ามสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป”

 

ผมเคยส่งโครงการสตาร์ทอัพเข้าร่วมประกวดแต่ตกรอบ ส่งต้นฉบับแปลหนังสือให้สำนักพิมพ์แล้วมีคนแปลไปแล้ว เคยคัทลอทขาดทุนไปมากกว่าเงินเดือนครึ่งปีของผม

 

แล้วไง ใครแคร์?

 

ชีวิตเราก็ยังก้าวต่อไป แพ้บ้างก็เรื่องธรรมดา คนไม่เคยแพ้สิแปลก ล้มได้แล้วลุกขึ้นมาได้นี่มันจะมีภูมิคุ้มกันแข็งแกร่งขึ้นรู้ไหม

 

ดังนั้น ไม่ว่าวันนี้คุณจะผิดหวังอะไรอยู่… อย่ายอมแพ้

 

คุณค่าของชีวิต อยู่ในตัวพวกเราทุกคนอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นมันก็ตาม

 

ผู้พันแซนเดอร์สเริ่มต้นยืนทำอาหารหน้าเตาไฟตั้งแต่อายุ 20 ปี ชีวิตเขาเป็นสุดยอดความสำเร็จแห่งความล้มเหลวเลย โดนเมียทิ้ง ตกงาน คิดจะฆ่าตัวตาย แต่ตอนอายุ 85 ปี KFC ของเขาดังไปทั่วประเทศ และทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีพันล้าน

 

เขาใช้เวลาตั้ง 65 ปีพิสูจน์ความพยายามจนกว่าโชคชะตาจะเห็นใจ

 

ถ้าวันนี้ผิดหวังท้อแท้เสียใจล้มเหลว ไม่ต้องร้องไห้ฟูมฟาย แต่กลับไปทอดไก่ซะ ปรับปรุงสูตรไก่ให้ดี วันหนึ่งคนที่เคยดูถูกปรามาสเราไว้ก็จะมายืนต่อแถวรอกินไก่ทอดฝีมือเราเอง

 

สุดท้ายนี้ก็งงตัวเองว่าเขียนอะไรมาตั้งยืนยาวทำไม แต่คือก่อนหน้านี้ช่วงเวลาที่ผมแย่ๆ บางทีการได้อ่านอะไรดีๆ กำลังใจดีๆ มันมีผลต่อความรู้สึกมากเลยนะ ผมก็แอบคิดว่าเผื่อจะมีใครกำลังทุกข์ใจแล้วผ่านมาแถวนี้ อ่านโพสนี้แล้วยิ้มออกมาได้

 

แม้จะเป็นแค่คนเดียว ผมก็สุขใจจะแย่แล้ว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน