ทัศนคติ

พรแสวงหรือพรสวรรค์ สิ่งไหนสำคัญกว่า ?

พรแสวงหรือพรสวรรค์ สิ่งไหนสำคัญกว่า

พรแสวงหรือพรสวรรค์ สิ่งไหนสำคัญกว่า ?

 

คุณกำลังท้อแท้หรือกำลังท้อถอยกับความล้มเหลวและการที่ยังไม่สำเร็จเสียทีอยู่หรือเปล่า ? เคยมีความคิดว่าตลาดหุ้นซับซ้อนเกินที่จะเข้าใจ จะคิดรอบด้านอย่างไรก็ไม่ครบถ้วนสักทีบ้างไหม เคยขาดทุนและผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคิดไปถึงขั้นว่า เส้นทางนี้คงไม่ใช่ของเรา คงเป็นพื้นที่ของคนที่ฉลาดและมีพรสวรรค์เขาเล่นกันอย่างนั้นไหม ? อย่าเพิ่งถอดใจไปเพราะงานวิจัยทางจิตวิทยาพบว่าแค่อึดก็ชนะขาดไม่ต้องฉลาดหรือมีพรสวรรค์ก็ชนะได้

 

Angela L. Duckworth ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยามหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียได้ศึกษาบุคคลที่ประสบความสำเร็จจากหลากหลายวงการไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักกีฬา นักดนตรี นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ เพื่อทำความเข้าใจว่าคนเหล่านี้มีอะไรเป็นจุดร่วม และการจะประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องใช้พรสวรรค์แค่ไหน ?

 

การประสบความสำเร็จไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์

 

ผลสรุปจากการวิจัยพบว่าการประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้ขึ้นกับพรสวรรค์ ฐานะ การศึกษา หรือ ประสบการณ์ แต่สิ่งหนึ่งที่พบร่วมกันในทุกคนที่ประสบความสำเร็จ คือ ความอึดอดทน หรือ GRIT

 

GRIT คืออะไร ?

 

GRIT หรือ ความอึดอดทน คือ ส่วนผสมระหว่างความชอบและรักในสิ่งที่ทำ (passion) และ ความมุมานะพยายามไม่ท้อถอย (perseverance) โดย Angela ได้พูดถึง Grit ไว้ในเวที TED Talk ว่า

“Grit คือ ความมุมานะพยายามเพื่อเป้าหมายในระยะยาวที่เราหลงใหลรัก Grit คือ ความอึดอดทน ยึดมั่นในอนาคตที่วาดฝันไว้และทำงาหนักเพื่อทำให้เป้าหมายนั้นกลายเป็นจริง วันแล้ววันเล่าไม่ใช่เพียงแค่ระยะเวลาเป็นสัปดาห์ เป็นเดือนหรือปี แต่ยาวนานกว่านั้น Grit คือการใช้ชีวิตเสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่ แค่การเข้าเส้นชัยในการวิ่งระยะสั้น” – Angela Lee Duckworth

 

GRIT เอาชนะพรสวรรค์และความฉลาดได้อย่างไร ?

 

หากใครคนหนึ่งมีพรสวรรค์ มีความฉลาด แต่ปราศจากความรักในสิ่งที่ทำ (Passion) คนคนนั้นก็ไม่อาจประสบความสำเร็จไปได้ไกล ในขณะเดียวกัน หากมีพรสวรรค์ ความฉลาด และความรัก แต่ปราศจากความมุมานะพยายาม ไม่สม่ำเสมอในสิ่งที่ทำ เมื่อเจอปัญหาและอุปสรรคก็ล้มเลิกและท้อถอยได้ง่าย เปลี่ยนความสนใจไปมา ก็ไม่อาจทำให้คนคนนั้นประสบความสำเร็จไปได้ไกลเช่นกัน

 

GRIT สร้างได้ไหม ?

 

การบ่มเพาะความอึดอดทนด้วยตัวเราเองจากภายใน (inside-out) ทำได้ด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความสนใจ (interest) การมีเป้าหมาย (purpose) การฝึกฝน (practice) และมีความหวัง (hope)

 

เริ่มต้นจากการหาพื้นที่สนใจ (interest) แล้วเข้าไปลองทำเพื่อเรียนรู้ ค้นพบความสงสัย ค้นหาความถนัดและความชอบ ก่อร่างสร้างเป็นความรักในสิ่งที่ทำ (passion) จากนั้นจึงค่อย ๆ ตอบคำถามตัวเองว่า เพราะอะไรเราจึงอยากทำ มันมีคุณค่าประโยชน์อย่างไร ผลลัพธ์จะนำไปสู่อะไร เพื่อสรุปเป็น เป้าหมายหรือเหตุผลของการลงมือทำ (purpose) จากนั้นลงมือทำ (practice) กำกับตัวเองให้ทำอย่างสม่ำเสมอ เรียนรู้จากการลงมือ ลองผิดลองถูก และผิดพลาดให้มาก โดยเราจะยอมรับอุปสรรคและความผิดพลาดเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา แต่ไม่ล้มเลิกหรือยอมแพ้ เพราะมีความหวัง (hope) ด้วยเชื่อว่า เมื่อเราพยายามต่อไปเราจะทำได้สำเร็จ หรือ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่ว่าจะนานเพียงใด หรือ ยากอย่างไรก็ตาม

 

คุณยังอึดอยู่ไหมในการลงทุน ?

 

ทุกวันนี้คุณกำลังถอดใจอยู่ไหม ยอมพ่ายแพ้ต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้นกี่ครั้ง อาจลองกลับมาทบทวนว่าอะไรที่คุณสนใจจริง ๆ ในการลงทุน อาจเป็นกลุ่มธุรกิจ กลุ่มหุ้น รูปแบบการลงทุน ทบทวนถึงเป้าหมายและความหมายของการลงทุนในตลาดของคุณ พิจารณาถึงวิธีฝึกฝนที่คุณกำลังใช้ คุณยังสม่ำเสมอกับการเรียนรู้และการปรับปรุงแก้ไขอยู่หรือไม่ คุณยังดึงตัวเองกลับมาได้หรือไม่เวลาที่ล้มลง คุณยังมีความหวังกับชีวิตการลงทุนอยู่หรือไม่ ?

 

หากทุกคำถามข้างต้น คุณมีคำตอบที่คุณเชื่อและลงมือทำตามได้โดยปราศจากข้อสงสัย ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณอึดอดทนลงมือทำต่อไป เพราะนี่คือปัจจัยที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน