ทัศนคติ

ทวงอย่างไร ให้คนเต็มใจจ่ายภาษีมากที่สุด

ทวงอย่างไร ให้คนเต็มใจจ่ายภาษีมากที่สุด

ทวงอย่างไร ให้คนเต็มใจจ่ายภาษีมากที่สุด

 

ภาษี คือ เงินที่เราจ่ายเป็นรายได้ให้กับรัฐนำไปบริหารเพื่อลงทุน ใช้พัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ โดยในทุก ๆ ปี แต่ละคนก็จะต้องรับผิดชอบในการยื่นแบบและบริหารจัดการภาษีของตัวเอง นับเป็นหนึ่งในหน้าที่ อย่างไรก็ตามยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ยื่นแบบและเสียภาษีในเวลาที่กำหนด รัฐในต่างประเทศทำอย่างไรให้สามารถจัดเก็บรายได้เข้ารัฐได้มากขึ้น เร็วขึ้น โดยใช้จิตวิทยาของการทวงภาษี

 

ในประเทศอังกฤษ มีการจัดตั้งหน่วยสะกิดพฤติกรรม (Nudge unit) เพื่อช่วยดูแลในการกระตุ้น เปลี่ยน ปรับ ขยับพฤติกรรมของประชาชน โดยการลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก อาศัยจิตวิทยาเบื้องหลังการตัดสินใจ เข้ามาช่วยในการออกแบบวิธีการซึ่งหนึ่งในโจทย์ของการสะกิดพฤติกรรมที่หน่วยนี้ได้วิจัย คือ พฤติกรรมการจ่ายภาษีที่คนมีการจ่ายช้าหรือหลบเลี่ยง

 

ส่งจดหมายเตือน

 

วิธีปกติหน่วยงานจัดเก็บภาษีทำอยู่ คือ การออกจดหมายเตือนถึงวันครบกำหนดและข้อมูลเกี่ยวกับภาษีที่ต้องชำระ แต่ที่ผ่านมาก็ให้ผลลัพธ์เพียงเล็กน้อย หน่วยสะกิดพฤติกรรมจึงได้ทำการออกแบบการทดลอง โดยปรับเปลี่ยนข้อความในจดหมายเตือนให้มีรูปแบบที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบ ได้แก่ จดหมายเตือนให้จ่ายที่อาศัยความซื่อสัตย์ของเจ้าตัว จดหมายเตือนด้วยอิทธิพลทางสังคมแบบทางบวกและทางลบ จดหมายเตือนที่ให้ข้อมูลเปลี่ยนภาษีที่จ่ายให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

 

  1. จดหมายเตือนให้จ่ายที่อาศัยความซื่อสัตย์ของเจ้าตัว

 

ข้อความในจดหมายเป็นการแจ้งเตือนอย่างสุภาพว่าให้กรุณาชำระภาษีตามกำหนด

 

  1. จดหมายเตือนด้วยอิทธิพลทางสังคมแบบทางบวกและทางลบ

 

ข้อความในจดหมายที่นำที่อยู่ตามทะเบียนบ้านและข้อมูลการจ่ายภาษีของเพื่อนบ้านในบริเวณเดียวกันมาใช้สื่อสารเพื่อกระตุ้น  เช่น “ผู้อยู่อาศัยในละแวกบ้านของคุณมากกว่า 65% ชำระภาษีตรงเวลา” (เชิงบวก) “คุณเป็นส่วนหนึ่งในคนจำนวน 35% ที่ยังไม่ได้จ่ายภาษี” (เชิงลบ)

 

  1. จดหมายเตือนที่ให้ข้อมูลเปลี่ยนภาษีที่จ่ายให้เป็นเรื่องใกล้ตัว

 

“ถ้าคุณจ่ายภาษี เราจะสามารถสร้างสวนสาธารณะใหม่ใกล้บ้านคุณ ให้ลูก ๆ ของคุณได้วิ่งเล่น โปรดช่วยสนับสนุนเรา”

 

แบบไหนให้ผลลัพธ์ได้มากกว่า ?

 

ผลจากงานวิจัยพบว่า แบบสุดท้ายที่เปลี่ยนให้ภาษีที่จ่ายไปเป็นสิ่งที่จับต้องได้และใกล้ตัวของผู้เสียภาษีสามารถทำให้ยอดของการชำระภาษีตรงเวลาสูงขึ้นได้มากที่สุด รองลงมาคือการใช้อิทธิพลทางสังคมเชิงลบ และ เชิงบวก ตามลำดับ

 

การไม่บังคับ แต่ทำสิ่งที่คลุมเครือให้ประจักษ์

 

ภาษีทุกบาทที่เราจ่ายไป ถ้าเกิดการจัดสรรแบ่งปันและย้อนกลับมาลงทุนในสิ่งที่เราเห็นได้ชัดว่าเราได้รับประโยชน์ เราทุกคนก็จะมีความเต็มใจ ตั้งใจ และจ่ายได้ง่ายขึ้น ไม่เกิดแรงเสียดทานทางพฤติกรรม เพราะสิ่งที่เคยไม่ชัดเจนถูกทำให้ชัดเจนและเด่นชัดขึ้นผ่านถ้อยคำและข้อความที่เลือกใช้

 

ในขณะที่การสะกิดพฤติกรรมด้วยบรรทัดฐานหรืออิทธิพลทางสังคม ให้อิทธิพลรองลงมา เพราะเราต่างก็ไม่อยากแปลกแยก ไม่อยากแตกต่างจากคนรอบ ๆ ตัวเรา การทำตัวเองให้เกาะกลุ่มกับคนส่วนใหญ่เอาไว้ ทำให้เราสบายใจและรู้สึกปลอดภัยมากกว่า ส่งผลให้เราไม่รู้สึกผิดหรือแตกต่างในใจ เราสามารถที่จะพบปะและทักทายกับเพื่อน ๆ ในชุมชนและสังคมได้อย่างสบายใจ

 

เหตุผลที่จะต้องทำ อาจไม่ใช่แค่เพียงเพราะเคยทำมา

 

การเก็บภาษีในรูปแบบเก่า คือ การตรวจสอบ ปรับ จับ และลงโทษ แต่การทำแบบนั้น มีสิ่งที่ต้องแลก ไม่ว่าจะด้วยงบประมาณที่จะต้องใช้ในการบริหารจัดการ การกระทบต่อความรู้สึกทางจิตใจทั้งโดยตรงและทางอ้อม ส่งผลให้การเสียภาษีดูเป็นสิ่งที่มากับอารมณ์ทางลบ ไม่ได้เป็นความภูมิใจ เต็มใจ และสร้างความสุข ดังนั้นแล้วบางทีการเปลี่ยนมุมคิดปรับวิธีการ อาจจะได้พบกับวิธีการที่ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมากก็ได้ ไม่ใช่การทุ่มงบประมาณเพิ่มเพื่อไปตรวจสอบ ปรับ และจับ เพียงเพราะนั่นเป็นวิธีที่เคยทำมา

 

นักลงทุนก็เช่นกัน เรากำลังลงเวลาลงแรงมาก ๆ ด้วยวิธีเดิม ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มากแบบไม่มีประสิทธิภาพอยู่หรือเปล่าหรือเรากำลังเรียนรู้ พัฒนาตัวเองด้วยศาสตร์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตามโลกที่หมุนไป เพื่อให้ได้พบกับโอกาสที่จะลงทุนน้อย แต่ได้ผลมากอยู่ ?

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน