ทัศนคติ

จิตวิทยาของการให้ของขวัญ

จิตวิทยาของการให้ของขวัญ

จิตวิทยาของการให้ของขวัญ

 

การเลือกของขวัญเป็นภารกิจที่ยากและอยู่บนความเสี่ยง ไม่มากไม่น้อยไปกว่าการเลือกซื้อหุ้นดี ๆ สักตัว เพราะเราต้องเผชิญกับความผันผวน ความไม่แน่นอนในผลตอบแทนจากการให้ของขวัญ ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบของความประหลาดใจหรือความพึงพอใจของผู้รับ หรืออาจจะเป็นเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคาในสิ่งที่เราได้มอบให้ไป 3 จิตวิทยาที่น่าสนใจของการให้ของขวัญ

 

การให้ของขวัญเป็นกิจกรรมการแลกเปลี่ยนประเภทหนึ่งหากมองในมุมมองเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากมีมูลค่าที่จ่ายออกไปและมีสิ่งที่ได้คืนกลับมา การมองการให้ของขวัญจึงอาจมองได้ทั้งมุมมองการแลกเปลี่ยนในตลาดแบบเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิม และการแลกเปลี่ยนในทางสังคมในแบบเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม มีการศึกษาทางจิตวิทยาสังคมและเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมมากมายเกี่ยวกับการให้ของขวัญ 3 คำอธิบายสำคัญที่จะช่วยให้คำแนะนำเราเพื่อการเลือกให้ของขวัญได้ดีกว่าเดิม

 

มูลค่ามากน้อยไม่สำคัญเท่าไหร่ในมุมมองของคนรับ

 

Francis Flynn นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้ศึกษาความรู้สึกและความหมายที่มีต่อ “ราคาของขวัญ” โดยพบว่าในมุมมองของคนให้ของขวัญ มีความคาดหวังว่าความรู้สึกและความพอใจของผู้รับจะแปรผันตรงตามราคาของของขวัญ กล่าวคือยิ่งของขวัญมูลค่าสูงยิ่งจะสร้างความพอใจได้มาก แต่ในความเป็นจริงเมื่อทำการทดลองด้วยมุมมองของผู้รับนั้น มูลค่าที่เป็นตัวเงินของของขวัญไม่ได้สัมพันธ์กับความพอใจและความสุขที่ได้รับเท่าไหร่

 

ของขวัญคือสิ่งที่ส่งสัญญาณบอกใบ้

 

Barry Schwartz ศึกษาเรื่องความหมายของของขวัญโดยพบว่า ของขวัญ เป็นสัญญาณที่เราส่งออกไปเพื่ออยากจะบังคับให้ผู้รับเข้าใจว่าเราเป็นคนอย่างไร เช่น มอบหนังสือเพื่อสะท้อนว่าเราเป็นคนรักการอ่าน ให้อุปกรณ์งานช่างเพื่อบอกว่าเราเชี่ยวชาญงานฝีมือ และนอกจากนี้สิ่งที่เราเลือกซื้อให้กำลังส่งสัญญาณบอกใบ้ด้วยบอกด้วยว่าเราคาดหวังอยากให้เขาเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น พ่อแม่ที่ซื้อของเล่นวิทยาศาสตร์ให้ลูก ก็กำลังสื่อสารความคาดหวังและกำหนดบทบาทอย่างไม่เป็นทางการว่าอยากให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นอะไร การให้หนังสือพัฒนาตัวเองบางเล่มเพราะเราอาจจะกำลังบอกใบ้ให้เขาปรับปรุงตัวเรื่องอะไร ดังนั้นแล้วความไม่พอใจอาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าสิ่งที่เราคาดหวังให้ผู้รับเป็น เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เขาเป็นอยู่หรือเป็นตัวตนที่เขาไม่ชอบใจ

 

ของขวัญที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร ?

 

หากแบ่งประเภทของของขวัญออกโดยใช้หลักเกณฑ์ 1.) สิ่งที่คนรับจะซื้อกับไม่ซื้อ 2.) สิ่งที่คนรับอยากได้กับไม่อยากได้ จะได้ของขวัญออกเป็น 4 ประเภทได้แก่

 

ประเภทที่ 1 ของขวัญที่คนรับไม่อยากได้แต่ก็ซื้อ (Grocery list Gift)

 

ของขวัญประเภทนี้เป็นของขวัญประเภท “ของมันต้องมี” หรือเป็นของขวัญประเภทที่ใช้อยู่ประจำเป็นกิจวัตร ของขวัญกลุ่มนี้ไม่ควรจะมอบให้ โดยวิธีสังเกตว่าอะไรเป็นของประเภทนี้คือเราจะเห็นสิ่งของกลุ่มนี้อยู่ในรายการช็อปปิ้งรายสัปดาห์ รายเดือน หรือของชำประจำบ้านที่ซื้อเวลาไปซุปเปอร์มาร์เก็ต

 

ประเภทที่ 2 ของขวัญที่คนรับไม่อยากได้และไม่มีวันซื้อ (Recycle gift)

 

ของขวัญประเภทนี้ จะเป็นของขวัญที่เมื่อได้รับมาแล้วเขาก็ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหน จะเอาไปใช้อย่างไร อย่างมากก็จะทิ้งไป หรือนำไปมอบให้คนอื่นต่อในอนาคต พยายามหลีกเลี่ยงของขวัญเหล่านี้โดยคิดขึ้นอีกขั้นว่าถ้าเราได้รับของขวัญลักษณะเดียวกันแบบนี้มาเราจะจัดการกับมันอย่างไร

 

ประเภทที่ 3 ของขวัญที่คนรับอยากได้และจะซื้อ (Gamble Gift)

 

ของขวัญประเภทนี้ต้องระมัดระวัง เพราะอาจได้ทั้งผลดีและผลเสียในการมอบให้ เพราะสิ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าตัวกำลังสนใจและอยากได้ เขาอาจจะมีตัวเลือกในใจอยู่หลายยี่ห้อ ทำให้เมื่อเรามอบให้เขาไปแล้ว ถ้าบังเอิญเป็นยี่ห้อที่หมายตาไว้ก็จะเป็นเรื่องดี แต่หากเป็นยี่ห้อที่ด้อยกว่าหรือเป็นยี่ห้อที่เขาไม่อยากจะเลือกก็จะกลายเป็นปัญหา เพราะกลายเป็นว่าเขามีสิ่งของประเภทนี้แล้ว การจะไปซื้อยี่ห้อที่ถูกใจมาซ้ำอีกก็จะเป็นการสิ้นเปลือง จึงกลายเป็นว่าเราในฐานะผู้มอบของขวัญเป็นคนสร้างเงื่อนไขในชีวิตเขาไปอีก

 

ประเภทที่ 4 ของขวัญที่คนรับอยากได้แต่ไม่ซื้อ (Perfect Gift)

 

เป็นของขวัญที่เหมาะสมที่สุดที่จะซื้อให้ ของขวัญประเภทนี้จะเป็นของขวัญที่เจ้าตัวอยากได้มาก แต่ว่าอาจจะไม่กล้าซื้อ หรือ จะรู้สึกผิดหากซื้อ โดยของขวัญประเภทนี้อาจจะไม่ต้องมีราคาแพง แต่อาจต้องใช้ความพยายามในการสืบและสังเกต ซึ่งอาจจะเป็นได้ตั้งแต่ ของสะสมตัวการ์ตูนที่เขาชอบแต่รู้สึกว่าโตแล้วไม่ควรจะซื้อ อาจจะเป็นอะไรที่ตลก ๆ แต่เจ้าตัวก็มองว่าซื้อมาจะดูว่าเป็นคนไร้สาระ ตั๋วคอนเสิร์ตศิลปินโปรดในวัยเด็กที่อยากดู ปกพาสปอร์ตที่เจ้าตัวชอบมากแต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าไม่จำเป็น ของขวัญประเภทนี้จะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่จะมอบให้

 

 

จะเห็นได้ว่าการเลือกของขวัญนั้น ก็มีความไม่แน่นอนไม่แพ้กับการเลือกหุ้นสักตัวที่จะลงทุน อาจจะต้องมีการศึกษาประวัติย้อนหลัง มีการคาดการณ์ และต้องรับความเสี่ยงในบางที แต่การให้ของขวัญมันก็เป็นความน่ารักและเป็นเสน่ห์ที่เราจะตั้งใจมอบให้กันและกัน อาจจะมีติดลบบ้าง มีบวกบ้าง แต่ก็จะมีโอกาสวนมาใหม่ให้เราได้แก้ตัว ขอให้มีความสุขกับโลกของบวกบวกลบลบที่เมื่อคิดทบ ๆ กันแล้วก็ตื่นเต้นและสุขใจ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อ้างอิง:

  1. Schwartz, B. (1967). The social psychology of the gift. American journal of Sociology, 73(1), 1-11.
  2. Gino, F., & Flynn, F. J. (2011). Give them what they want: The benefits of explicitness in gift exchange. Journal of Experimental Social Psychology, 47(5), 915-922.
  3. Flynn, F. J., & Adams, G. S. (2009). Money can’t buy love: Asymmetric beliefs about gift price and feelings of appreciation. Journal of Experimental Social Psychology, 45(2), 404-409.
  4. https://thedecisionlab.com/insights/society/the-behavioral-science-guide-to-gift-giving/

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน