ทัศนคติ

อย่าให้การวิ่งของพี่ตูนสิ้นสุดแค่การบริจาคเงิน

อย่าให้การวิ่งของพี่ตูนสิ้นสุดแค่การบริจาคเงิน

โครงการก้าวคนละก้าวเพื่อระดมเงินบริจาคโรงพยาบาลของพี่ตูน บอดี้แสลม มีระยะวิ่งจากยะลาถึงเชียงราย ระดมทุนได้เป็นหลัก 1,000 ล้านบาท เหตุการณ์นี้ถือเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทยแต่ อย่าให้การวิ่งของพี่ตูนสิ้นสุดแค่การบริจาคเงิน

 

ปัญหาโรงพยาบาลรัฐบาลถือเป็นปัญหาของระบบสาธารณสุขมาอย่างยาวนาน

 

ปัญหาหลักคืองบประมาณที่รัฐมีให้กับงบประมาณที่โรงพยาบาลต้องการใช้นั้นไม่สัมพันธ์กัน โดยส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางขาดแคลน คือรัฐให้ไม่พอโรงพยาบาลใช้ ปัญหาโรงพยาบาลไม่มีเงินในการจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ ค้างชำระค่าเวชภัณฑ์ หรือติดค้างค่าแรงบุคลากรจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไปในโรงพยาบาลรัฐ

 

ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราสามาช่วยกันแก้ปัญหานี้อย่างไรได้บ้าง?

 

แน่นอนว่าการร่วมบริจาคถือเป็นวิธีการที่ดูจะถูกต้องและเหมาะสมที่สุดกับโครงการก้าวคนละก้าวกับพี่ตูนในครั้งนี้ เพราะนี่คือการกระทำที่ให้ผลทันที เงินที่ได้จะนำไปช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ขาดแคลนและผู้ป่วยที่กำลังรอรับความช่วยเหลือทันที เหมือนคนเป็นภูมิแพ้กำลังอาการกำเริบ พ่นยารักษาไปช่วยขยายหลอดลม ถือว่าเร็ว ตรงประเด็น และควรทำที่สุดในเวลานี้

 

แต่ภูมิแพ้จะกลับมากำเริบใหม่ หากไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

 

สาเหตุหลักของปัญหาคือการต้องการใช้บริการทางแพทย์สูงกว่าเงินที่รัฐส่งมาสนับสนุน แน่นอนว่าการแก้ปัญหาต้องเกิดจากความร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่าย คือรัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้มากขึ้น และประชาชนต้องใช้งบประมาณตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

สิ่งที่เราควรทำเพิ่มไปจากการบริจาค คือ การดูแลสุขภาพของตนเอง

 

นี่คือหน้าที่หลักที่ประชาชนทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับรัฐหรือไม่ แต่การช่วยกันดูแลตัวเองจะทำให้ปัญหาที่วิกฤตนี้คลี่คลายมากขึ้น และผู้ป่วยที่กำลังประสบปัญหาหนักกว่าเรามากได้รับการดูแล

 

การดูแลสุขภาพของทุกคนเริ่มต้นจากการดูแลตัวเองระดับพื้นฐานที่ทุกคนคงทราบดี ตั้งแต่ทานอาหารที่มีประโยชน์ก็สามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงจากโรคเบาหวาน ไขมัน ความดัน หัวใจและหลอดเลือดได้ ควบคุมการบริโภคเหล้าและบุหรี่ให้เหมาะสม หรือถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรทำ ดำรงชีวิตอยู่ในความไม่เสี่ยง โดยเฉพาะการเมาไม่ขับซึ่งก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุสูงอยู่มากในประเทศไทย

 

หากเราเป็นโรคร้ายแรงหรือเรื้อรังที่อยู่เหนือการควบคุม การเข้ารับสิทธิจากภาครัฐถือเป็นเรื่องที่ไม่ได้เบียดเบียนใคร แต่เราควรช่วยให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด อย่างเช่น กินยาให้ครบและถูกต้องตามแพทย์สั่ง เพื่อช่วยลดปัญหายาเหลือทิ้งที่เป็นเรื่องใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทย หรือช่วยกันดูแลตัวเองตามที่ภาวะของโรคจะพอทำได้ แต่ถ้าหากโรคที่เราเป็นไม่ได้ร้ายแรงแล้ว การดูแลตัวเองด้วยความรู้สาธารณสุขมูลฐานก็สามารถช่วยเปิดทางให้คนที่เจ็บป่วยหนักได้เข้ารับการรักษาก่อน เช่น อาการหวัดที่น้ำมูกใสก็ไม่จำเป็นต้องทานยาปฎิชีวนะ เราสามารถพักผ่อนให้ดูแลตัวเองเบื้องต้นก็สามารถหายได้เองภายใน 3 – 5 วัน หรืออาการท้องเสียที่ไม่รุนแรง ไม่มีไข้ เราก็สามารถกินเกลือแร่ชดเชยรอจนร่างกายจะรักษาตัวเองได้ภายใน 3 – 5 วันเช่นกัน

 

การดูแลตัวเองเพื่อลดภาระที่ไม่จำเป็นของระบบสาธารณสุขจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ตอนนี้และทำได้เลย

 

ไม่จำเป็นต้องรอภาครัฐ ไม่จำเป็นต้องรอนักการเมืองคนไหน ไม่ต้องรอให้เกิดโครงการอะไรมารณรงค์ เราทุกคนสามารถช่วยประเทศชาติได้ตั้งแต่ตอนนี้ เวลานี้ เพียงหันมาตระหนักรู้ในภาวะวิกฤตของระบบสาธารณสุขไทย และร่วมมือกันคนละไม้ละมือให้วิกฤตเหล่านี้เบาบางลงไปได้ด้วยตัวของพวกเราเอง

 

ยิ่งเราแข็งแรงมาก ประโยชน์ก็จะตกกลับมาที่ระบบสาธารณสุขมาก ตกกลับมาที่ตัวเราเองครอบครัวเราเองมาก ผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาอย่างมากจะมีโอกาสได้ใช้งบประมาณที่จัดสรรมานี้อย่างเต็มที่ และนี่คือสิ่งที่เราสามารถแบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมชาติได้นอกเหนือไปกว่าการบริจาคให้พี่ตูนในครั้งนี้

 

อย่าให้การวิ่งของพี่ตูนสิ่งสุดแค่การบริจาคเงิน

 

แต่เราทุกคนควรหันมาใส่ใจปัญหาของระบบสาธารณสุขไทยและเริ่มแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเราเอง เพราะปัญหาสาธารณสุขไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันเป็นปัญหาของเราทุกคน

 

ก้าวคนละก้าวของพี่ตูนคงไม่ยิ่งใหญ่ หากเราคนไทยไม่ร่วมด้วยช่วยกัน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน