ทัศนคติ

เสียงในใจที่ขวางเราไว้ ไม่ให้มีความสุข

เสียงในใจที่ขวางเราไว้ ไม่ให้มีความสุข

เสียงในใจที่ขวางเราไว้ ไม่ให้มีความสุข

 

เมื่อเปิดข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ดูข่าว ฟังเรื่องเล่าของใครต่อใครที่กำลังเผชิญกับวิกฤติหรือคนที่กำลังคิดไม่ตกอยู่กับปัญหาชีวิต เราอาจจะเคยบอกกับตัวเองว่าชีวิตเราก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ แต่ทำไมเราถึงไม่ค่อยมีความสุข หลาย ๆ คนกำลังมีเสียงนี้ในหัวหรือไม่ เสียงในใจที่ขวางไว้ไม่ให้เรามีความสุข

 

“ถ้าเพียงแต่…”

 

ถ้าเพียงแต่วันนั้นฉันตั้งใจกว่านี้ ถ้าเพียงแต่วันนั้นฉันขยันกว่านี้ ถ้าเพียงแต่ฉันกดขายหุ้นไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าเพียงแต่ฉันถือหุ้นตัวนี้ยาวต่อมาอีกสักวันสองวันคงจะไม่เป็นแบบนี้ ถ้าเพียงแต่ฉันเชื่อคำเตือน ถ้าเพียงแต่… ถ้าเพียงแต่… มีหลาย “ถ้าเพียงแต่…” ที่เรามักจะสรรหามาบอกตัวเอง ทำให้เราไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่เราได้รับหรือพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นเลย

 

“อาการติดคำว่า ถ้าเพียงแต่…” (If-only syndrome) คือ การที่ใครสักคนหนึ่งวนเวียนอยู่แต่กับสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในอดีต จดจ่อกับสิ่งที่ยังไม่มีหรือยังไม่ได้มากกว่าสิ่งที่มีหรือได้มาแล้ว โดยคาดหวังอยากจะได้และอยากจะมีในอนาคต โทษสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้พลาดโอกาสหรือไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ ด้วยความคิดว่า “ถ้าเพียงแต่…”

 

“ถ้าเพียงแต่…” ทำให้เราผิดหวัง

 

คำว่า “ถ้าเพียงแต่…” เป็นสิ่งที่คอยหักล้างการชื่นชมขอบคุณสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ทำลงไป หักลบคำขอบคุณที่ควรมีต่อคนรอบข้าง ทำให้เราไม่พอใจในสิ่งที่ได้รับ แทนที่ความรู้สึกดี ๆ ด้วยความผิดหวังและการรู้สึกไม่เติมเต็ม เพราะเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปและอิจฉาอยากได้ในสิ่งที่คนอื่นมีแต่เราไม่มี วนเวียนอยู่กับความผิดพลาด หรือ สิ่งที่ยังไม่ได้ทำ มองข้ามความดีงามของสิ่งที่มี ไปจดจ้องแต่สิ่งที่ไม่มี ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้เราไม่พอใจและไม่มีความสุข แม้ว่าสิ่งที่มีหรือได้รับมาจะดีประมาณหนึ่งแล้ว

 

“ถ้าเพียงแต่…” ทำให้เรามองหาคนผิดและโทษสิ่งต่าง ๆ

 

การคิดว่า “ถ้าเพียงแต่…” ทำให้เมื่อมองย้อนกลับไปยังความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น มักจะมองหาคนผิด ส่งผลร้ายต่อความสัมพันธ์เพราะการกล่าวโทษคนอื่น เช่น ถ้าเพียงแต่…ครอบครัวเราไม่ได้เป็นแบบนี้ ถ้าเพียงแต่…เพื่อนช่วยบอกฉันสักนิด ถ้าเพียงแต่…หัวหน้าของเราดีเหมือนของเขาบ้าง ถ้าเพียงแต่…เขารับผิดชอบมากกว่านี้ ถ้าเพียงแต่…ภรรยาเราเขาเป็นแบบนั้นบ้าง ทำให้เราไม่มีความสุขและหงุดหงิดกับคนรอบตัวไปด้วย

 

หนีไปจากคำว่า “ถ้าเพียงแต่…”

 

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือ แม้กระทั่งว่า “ถ้าเพียงแต่…” ที่เราคิดอยู่ในใจในเวลานั้นกลายเป็นจริงขึ้นมา มันก็จะยังมี “ถ้าเพียงแต่…” อันถัดไปเกิดขึ้นใหม่ เราเองก็ยังจะคงไม่พอใจอยู่วันยังค่ำ เป็นการวิ่งไล่ตามอย่างไม่สิ้นสุด ถ้าเราไม่เตือนตัวเองและหยุดที่จะคิดว่า “ถ้าเพียงแต่…”

 

หมั่นเตือนตัวเองเสมอ เมื่อไรก็ตามที่มีเสียงนี้ดังก้องขึ้นมา เลิกที่จะตำหนิสิ่งต่าง ๆ เลิกที่จะหาคนผิด แต่ใส่ใจที่จะยอมรับในสิ่งที่มีและหาวิธีใช้ในสิ่งที่ได้รับมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น แทนที่จะคิดว่าถ้าวันนั้นเป็นแบบนั้นจะเป็นอย่างไร ถ้าฉันได้กำไรจนร่ำรวยจากหุ้นตัวนั้นจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง มาเป็นฉันจะลงทุนครั้งต่อไปอย่างไรดี จะใช้กำไรที่ได้มาแม้ไม่มากนัก แต่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไปได้อย่างไร เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดและก้าวเดินอย่างไรต่อ เลิกโทษคนอื่น และหันกลับมามองตัวเอง และสิ่งที่ตัวเองจะสามารถทำได้ เราเป็นคนที่จะเลือกการกระทำเพื่อแก้ไขมากกว่าจะไปรอให้ใครคนอื่นปรับปรุงตัวหรือแก้ไขให้เรา

เปลี่ยน “ถ้าเพียงแต่…” เป็น “ฉันจะ…”

 

หยุดใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเสียใจในสิ่งที่ทำหรือเสียดายในสิ่งที่พลาดไป แต่เอาเวลามาคิดว่า “ฉันจะ…” ทำอะไรต่อไป และ “ลงมือทำ” เพราะเราจะเก่งมากขึ้นเมื่อเราได้ลงมือ เราจะมีข้อมูลมากขึ้นเมื่อเราได้ทำ และการทำซ้ำ ๆ ทำบ่อย ๆ จะทำให้เรามีประสบการณ์จนเกิดเป็นทักษะ และยิ่งเรา “ได้ทำ” มากเท่าไหร่ สิ่งที่ “ยังไม่ได้ทำ” ที่จะเหลือให้เสียดายจะยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น “ถ้าเพียงแต่…” ที่เกี่ยวกับการกระทำของเราก็เกิดขึ้นได้น้อย เพราะเราได้ทำไปหมดแล้ว!

 

ในโลกของการลงทุนไม่เคยมีใครสำเร็จตลอดโดยไม่เคยผิดพลาดและไม่มีอะไรได้ดั่งใจเสมอ การยอมรับว่ามีสิ่งที่ดี ๆ ซ่อนอยู่ในความไม่ดีจะทำให้ลุกและก้าวต่อไปได้ไว ยิ่งเก่งขึ้นได้เร็ว การบอกตัวเองว่า “ฉันจะ…” ทำอะไร ย่อมดีกว่าการเสียเวลากับความเสียใจ การเสียดาย และไปกล่าวโทษใคร พยายามลดเสียงที่พูดว่า “ถ้าเพียงแต่…” ที่เกิดขึ้นในใจ จะทำให้คุณเป็นนักลงทุนที่มีความสุขและเติบโตไปอย่างมั่นคง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน