ทัศนคติ

โตขึ้นอยากเป็นอะไร อาจจะไม่ใช่คำถามที่ดีสำหรับเด็ก

โตขึ้นอยากเป็นอะไร อาจจะไม่ใช่คำถามที่ดีสำหรับเด็ก

โตขึ้นอยากเป็นอะไร อาจจะไม่ใช่คำถามที่ดีสำหรับเด็ก

 

ความเข้าใจพื้นฐานของสังคมคือ ยิ่งเราฝึกฝนมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น แน่นอนความเชี่ยวชาญเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดความสำเร็จที่ต้องอาศัยชั่วโมงฝึกฝนอันยาวนาน แต่ด้วยความเชื่อแบบนี้เอง ก็ผลักให้เราพยายามปลูกฝังเด็กให้เลือกสร้างความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง ตั้งแต่อายุยังน้อย David Epstein เสนอความเห็นใหม่ใน TED talk ที่ชื่อว่า Why specializing early doesn’t always mean career success หรือ การฝึกให้เชี่ยวชาญแต่เนิ่น ๆ ไม่ได้ช่วยให้การงานก้าวหน้าเสมอไป

 

เราอาจเคยได้ยินสิ่งที่เรียกว่า กฏ 10,000 ชั่วโมง กฏนี้มีวิธีคิดพื้นฐานว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราฝึกฝนสร้างความเชี่ยวชาญกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นเวลายาวนานถึง 10,000 ชั่วโมง คุณจะเป็นเลิศในการทำสิ่งสิ่งนั้น ในนัยยะนี้หมายความว่า คุณต้องเริ่มฝึกฝนเร็วกว่าคนอื่น เพื่อจะให้ตัวคุณเองไปถึงจุดที่ประสบความสำเร็จได้ไว ตัวอย่างที่ชัดเจนของกรณีนี้คือความสำเร็จของ ไทเกอร์ วูดส์ ที่ได้ไม้พัตเตอร์จากพ่อตั้งแต่อายุ 7 เดือน เขาฝึกฝนตลอดมาและเมื่อเขาอายุ 21 ก็เป็นโปรกอล์ฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

 

แต่เมื่อติดตามความสำเร็จในวงการกีฬา ของนักกีฬาอีกหลายคน ก็พบว่านักกีฬาที่ประสบความสำเร็จเป็นแนวหน้าของโลกส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ให้เวลาไปกับการฝึกอย่างเจาะจงในกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่งแต่แรก โดยส่วนใหญ่จะมีช่วงทดลองเล่นกีฬาหลากหลายประเภทก่อน ค่อย ๆ เพิ่มพูนทักษะ แล้วเอาดีด้านใดด้านหนึ่งในภายหลัง สำหรับนักดนตรีเองก็ไม่ต่างกัน มีแม่คนหนึ่งส่งลูกสาวไปเรียนไวโอลินตั้งแต่เล็ก สุดท้ายเด็กคนนั้นก็เลิกเล่นไวโอลินไปเอง โดยให้เหตุผลว่า “แม่เลือกเอง ไม่ใช่หนู”

 

ยิ่งในวงการการศึกษา แนวโน้มก็เป็นไปในทางเดียวกัน อย่างตัวอย่างความต่างระหว่างอังกฤษที่ให้นักเรียนฝึกเฉพาะทางช่วงกลางวัยรุ่น ส่วนในสก็อตแลนด์ให้นักเรียนสามารถทดลองเรียนได้จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ผลออกมาพบว่านักเรียนในอังกฤษที่เลือกเรียนเฉพาะทางแต่แรกประสบความสำเร็จและมีรายได้มากกว่าในช่วง 6 ปีแรกหลังเรียนจบ แต่ก็เริ่มออกจากสายงานที่ทำในช่วงเวลาที่ไวกว่า

 

ในยุคปัจจุบันทักษะที่สำคัญมากคือทักษะในการปรับตัว ความสามารถในการบูรณาการ ศึกษาศาสตร์ต่าง ๆ ที่หลากหลาย การจะสร้างระบบนิเวศที่สมดุลได้เราต้องการทั้งคนที่มองโลกจากมุมมองเฉพาะเจาะจง และคนที่มองโลกจากมุมกว้าง ไม่ใช่มุ่งเน้นแต่การพัฒนาความเป็นเลิศอย่างเฉพาะเจาะจงอย่างเดียว เราต้องการทั้งกบที่อยู่ในโคลนบนพื้น มองเห็นความเป็นไปของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ บนพื้นดิน และนกที่บินสูงอยู่ข้างบนที่มองไม่เห็นรายละเอียดเหล่านั้น แต่มองภาพได้ในมุมกว้าง

 

ปัญหาที่ผ่านมาคือเราเอาแต่สร้างความเชี่ยวชาญตั้งแต่อายุยังน้อย โดยไม่เปิดช่องว่างในการทดลอง การที่ทุกคนกลายเป็นกบไม่สามารถพัฒนาศักยภาพของสังคมได้หากขาดมุมมองในภาพกว้าง การเอาแต่ถามเด็กว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรจึงไม่ใช่แง่ที่ดีนัก การเลือกต้องใช้วุฒิภาวะ และเวลา

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน