หนังสือ & บรรยาย

อบอุ่นหัวใจไปกับ Green Book

Green Book

กรีนบุ๊ค หรือ Green Book ถือเป็นงานระดับตำนานอีกชิ้นหนึ่งของวงการภาพยนตร์ การันตีด้วยรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม จากออสการ์ ในปี 2019 ในฐานะคนที่ได้มีโอกาสชมและตกหลุมรักภาพยนตร์เรื่องนี้คนหนึ่ง ผมรู้สึกว่ากรีนบุ๊คคู่ควรกับรางวัลออสการ์เหลือเกิน

 

กรีนบุ๊ค เล่าถึงการเดินทางของชาย 2 คน

 

กรีนบุ๊ค หรือ สมุดปกเขียว เป็นชื่อเล่นของ The Negro Motorist Green Book อุปกรณ์สำคัญที่คนผิวดำต้องใช้ในการเดินทางในยุค 1930 – 1960 ที่การเหยียดคนผิวดำยังเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในแผ่นดินสหรัฐอเมริกา หนังสือจะบอกข้อมูลสำหรับคนผิวดำที่ต้องการเดินทางไปยังรัฐต่างๆ เพราะยุคนั้น ไม่ใช่ทุกโรงแรมที่จะเปิดต้อนรับคนผิวดำ คนผิวดำที่จะเดินทางไกลจึงจำเป็นต้องพกไว้ เพื่อที่จะสามารถเข้าพักในโรงแรมได้อย่างถูกต้อง

 

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อ ดร.ดอน เชอร์ลีย์ นักเปียโนผิวดำชื่อดังระดับโลก ต้องการเดินทางไปเปิดการแสดงดนตรีในฝั่งอเมริกาตอนใต้ เขาจำเป็นต้องอาศัยคนขับรถกึ่งบอดี้การ์ดที่จะช่วย ขับรถ จัดการ รวมไปถึง คุ้มครอง เขาไปตลอดการเดินทางนี้ ตำแหน่งงานมาลงตัวที่ โทนี่ ลิป วัลเลลองก้า บอดี้การ์ดชาวอิตาเลียนที่หยาบกระด้างอย่างสุดๆ แถมตัวโทนี่เองก็ยังมีนิสัยเหยียดผิวเองด้วยซ้ำ

 

กรีนบุ๊ค เล่าภาพความขัดแย้งที่สวยงามระหว่างการเดินทางนี้

 

ปรกติ เราจะเห็นภาพการเหยียดผิว ระหว่าง คนผิวขาวที่มีฐานะทางสังคมสูงกว่า และคนผิวดำที่มีฐานะทางสังคมต่ำกว่า แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ตรงกันข้าม ดร.ดอน เป็นคนที่มีการศึกษา สุภาพ และถือตัว ในขณะที่โทนี่ตรงกันข้าม ติดนิสัยลักเล็กขโมยน้อย ชอบทะเลาะวิวาท ติดสินบน และไม่มีเซนต์ด้านศิลปะแม้แต่นิดเดียว

 

พวกเขา 2 คน ต้องผ่านอุปสรรคตั้งแต่เล็กจิ๋วไปถึงใหญ่เบิ้ม ตลอดการเดินทางไปทั่วดินแดนอเมริกาตอนใต้ที่จัดได้ว่าเป็นเขตแดนที่มีการเหยียดผิวสูงกว่าตอนเหนือ ด้วยปูมหลังของสงครามการเมืองของสหรัฐที่เห็นได้ชัดว่าคนทางใต้มีความคิดที่ฝังรากลึกเกี่ยวกับการต่อต้านความเท่าเทียมกับคนผิวดำ ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงแสดงมุมมองของความเจ็บปวดในมุมมองมากมาย ทั้งเรื่องของ สีผิว ชาติพันธุ์ เพศสภาพ สารพัดเหตุผลที่มนุษย์จะยกขึ้นมากล่าวอ้างว่าตนอยู่เหนือกว่าอีกคน

 

ความงดงามของหนังเรื่องนี้ คือ มันเป็นความเจ็บปวดที่นุ่มนวลและอบอุ่นมาก

 

ทั้งที่หนังควรจะนำพาเราไปสู่ความเจ็บแค้นแสนสาหัส แต่กรีนบุ๊คกลับชูประเด็นการเข้าใจกันและยอมรับซึ่งกันและกันขึ้นมามากกว่า หนังจึงอบอุ่นและช่วยเยียวยาความรู้สึกของผู้ชมอย่างผมได้มาก ผมเดินออกจากโรงด้วยความรู้สึกว่า ใครจะไม่เข้าใจเราก็ปล่อยเขาเถิด ขอให้คนที่เราอยากให้เขาเข้าใจเรา เข้าใจเราก็พอ

 

ท่ามกลางของสงครามทางวัฒนธรรมที่ร้ายกาจก็ยังคงมีต้นกล้าแห่งมิตรภาพและความเข้าอกเข้าใจกันเกิดขึ้นมาได้นะ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน