ธุรกิจ

กำไรของธุรกิจเรือนจำ (คุก) และความสัมพันธ์กับธุรกิจโรงไฟฟ้า

คุก

คุก น่าจะเป็นธุรกิจอันดับท้ายๆ ที่คนอยากจะทำ นั่นจึงกลายมาเป็นคำถามที่แล้วธุรกิจคุกกำไรดีไหม ถ้าไม่มีคนอยากทำ การไม่เข้ามาของผู้เล่นรายใหม่จะช่วยให้ธุรกิจมีกำไรมากกว่าปรกติหรือเปล่า

 

CoreCivic, Inc. หรือ CXW คือผู้ทำธุรกิจคุกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจดทะเบียนอยู่ในรูปแบบของ REITs (Real Estate Investment Trust) ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ลูกค้าเกือบทั้งหมดของ CXW ได้รัฐ ตั้งแต่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐ ไปจนถึงประเทศ

 

ธุรกิจของ CXW แบ่งเป็น 3 ส่วนได้แก่ การดูแลความปลอดภัย การบริหารงานด้านสังคม และงานด้านอสังหาริมทรัพย์

 

การดูแลความปลอดภัย

 

CXW ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการสร้างความทั้งภายในและภายนอกเรือนจำ โดยภายในเรือนจำ บริษัทดำเนินหน้าที่ดูแลกักขังนักโทษให้เป็นไปตามมาตรฐานของรัฐ แต่ยังดำรงอยู่ซึ่งความต้องการด้านพื้นฐานของมนุษย์ ในขณะที่ภายนอกเรือนจำ บริษัทสร้างความปลอดภัยโดยการสร้างโปรแกรมและรูปแบบคุณภาพชีวิตเพื่อส่งเสริมให้นักโทษเกิดการปรับตัวและลดการทำผิดซ้ำซากที่จะส่งผลร้ายต่อประชาชนโดยตรง

 

คุก

 

การบริหารงานด้านสังคม

 

บริษัทให้การดูแลนักโทษเพื่อทำการส่งต่อนักโทษในวันที่จะออกจากเรือนจำ ตั้งแต่การสร้างความถนัดเพื่อหางานและสร้างอาชีพในอนาคต รวมไปถึงการหาที่พักอาศัยสำหรับนักโทษที่ไม่มีครอบครัวถาวร นอกจากนี้ ยังดูแลในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับสังคมอื่น เช่น บริการตรวจติดตามนักโทษหลังออกจากเรือนจำโดยใช้เครื่องมือติดตามตัว การให้คำปรึกษาเพื่อลดอัตราการทำความผิดซ้ำซากของนักโทษ

 

คุก

 

งานด้านอสังหาริมทรัพย์

 

ธุรกิจเรือนจำของ CXW มีทั้งในรูปแบบเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เองและให้รัฐเช่าพร้อมกับดูแลบริหารเรือนจำให้ รวมไปถึงธุรกิจการให้บริการบริหารเรือนจำอย่างเดียว โดยเรือนจำเป็นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ ซึ่งในส่วนของด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัทก็มีการพัฒนาพื้นที่ใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

ภาพรวมธุรกิจของเรือนจำจึงเหมือนการให้รัฐเช่าอสังหาริมทรัพย์และบริหารงานให้ด้วย คล้ายกับธุรกิจให้เช่าและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อื่น เช่น โรงแรม สนามบิน ห้างสรรพสินค้า เพียงแต่ทรัพย์ที่ CXW ที่ดำเนินธุรกิจคือเรือนจำ และผู้เช่าหลักคือรัฐ

 

คุก

 

อัตรากำไรของ CXW ถือว่าเป็นไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ

 

อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอยู่ที่ 28.80%

อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 14.20%

และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.40%

 

สังเกตว่าถึงแม้จะเป็นธุรกิจที่ไม่ได้มีคู่แข่งเข้ามาในอุตสาหกรรมมากและเป็นที่นิยมสำหรับผู้ประกอบการ แต่ธุรกิจเรือนจำก็ไม่ใช่ธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนได้มากอย่างโดดเด่นอะไร อัตราการทำกำไรก็ใกล้เคียงกับโรงงานอุตสาหกรรมผลิตสินค้าโดยเฉลี่ยเท่านั้น

 

เหตุผลสำคัญหนึ่งคือลูกค้าสำคัญของธุรกิจเรือนจำคือรัฐบาลเกือบทั้งหมด

 

แน่นอนว่าการทำธุรกิจกับรัฐบาลสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงผิดปรกติได้ เพราะโดยทั่วไป รัฐจะทำการประมาณการณ์กำไรอยู่แล้วว่าบริษัทจะได้กำไรประมาณเท่าไหร่ และเลือกให้กำไรกับภาคเอกชนอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะหากจะให้กำไรมากเกินไป รัฐหันมาทำเองจะคุ้มกว่า แต่ถ้าจะให้กำไรน้อยเกินไปก็คงไม่มีใครทำ สุดท้ายผลตอบแทนจึงอิงค่าเฉลี่ยและมักจะไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก

 

คุก

 

ธุรกิจเรือนจำจึงมีความคล้ายคลึงในเชิงโครงสร้างกับธุรกิจโรงไฟฟ้า

 

เนื่องจากทั้ง 2 ธุรกิจอยู่ในกลุ่มที่มีโครงสร้างการสร้างรายได้ที่คล้ายกัน คือรับโครงการจากภาครัฐและนำมาดำเนินธุรกิจ และสร้างรายได้ในกรอบที่ตกลงกันไว้ ดังนั้น โดยส่วนใหญ่ธุรกิจจะไม่ได้มีกำไรมาก อัตรากำไรสุทธิอยู่ในช่วง 8 – 10 % โดยเฉลี่ย

 

เหตุผลที่ทำให้โรงไฟฟ้าในไทยกำไรดีผิดปรกติมาก เช่น BCPG อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 40.24% หรือ SSP ที่มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 47.91% เพราะรัฐให้เงินสนับสนุนค่าไฟ (Adder) เพื่อจูงใจให้เอกชนหันมาผลิตไฟฟ้าตามประเภทพลังงานตามที่รัฐต้องการมากขึ้น เช่น พลังงานทดแทน ทำให้ผลตอบแทนจากเงินทุนสูงกว่าปรกติ

 

แต่หากจะเทียบกับโรงไฟฟ้าที่อยู่ตัวแล้วและไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐมากมาย อย่างโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะพบว่าอัตรากำไรสุทธิจะเกาะอยู่ในช่วง 8 – 10 % หรือไม่ห่างจาก WACC (Weighted Average Cost Of Capital) เท่านั้น

 

ตรงนี้ถือเป็นประเด็นที่ธุรกิจที่พึ่งพิงรายได้จากภาครัฐสูงต้องคำนึงถึงมากที่เดียว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน