ธุรกิจ

EVEANDBOY กำไร 150 ล้าน

EVEANDBOY

EVEANDBOY หรือ อีฟแอนด์บอย คือร้านค้าปลีกเครื่องสำอางชื่อดังที่เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ มาก จนถูกตั้งนิคเนมกันว่า งีบแอนด์คอย คือคุณแฟน คุณพ่อบ้านที่มารอแฟนซื้อเครื่องสำอางจะต้องรอนานมาก เพราะร้านค้าปลีกเครื่องสำอางเป็นที่นิยมของคุณผู้หญิงมากนั่นเอง

 

จุดเด่นของอีฟแอนด์บอยในมุมมองของผู้บริโภคคือ “ความถูก” และ “ความหลากหลาย”

 

คุณผู้หญิงที่เคยเดินอีฟแอนด์บอยคงจะทราบกันดีว่าสินค้าในอีฟแอนด์บอยมีหลากหลายมาก โดยเฉพาะแบรนด์ไทยหรือสินค้าที่ไม่ใช่เคานเตอร์แบรนด์จะมีให้เลือกหลากหลายมาก เดินเข้าไปเหมือนสวนสนุกเพราะมีเครื่องสำอางใหม่ๆ ให้เลือกหาเลือกชมตลอด โดยเฉพาะความถูกที่แทบเรียกได้ว่าเป็นจุดขายหลักของอีฟแอนด์บอย อย่างตอนลดราคาประจำปี ท้ายแถวคิวจากสาขาสยามสแควร์ก็เคยยาวไปถึงสยามพารากอนมาแล้ว

 

อีฟแอนด์บอยเริ่มต้นจากภาคอีสาน

 

คุณหิรัญ ตันมิตรสืบทอดธุรกิจมาจากรุ่นพ่อแม่ โดยมีสาขาแรกที่มหาสารคาม ก่อนจะขยายมายังขอนแก่น และมาประสบความสำเร็จอย่างมากในกรุงเทพ และตั้งเป้าหมายว่าภายใน 10 จะขยายเป็น 20 สาขา

 

กลยุทธ์หลักคือการขายสินค้าราคาถูก

 

จากปรกติที่ร้านค้าปลีกเครื่องสำอางจะขายสินค้าเอากำไรขั้นต้นประมาณ 30% อีฟแอนด์บอยก็ลดมาขายเอากำไรเพียง 15% เท่านั้น ถึงแม้อัตราการทำกำไรลดลง แต่ได้ปริมาณการซื้อมากขึ้น เพราะเมื่อสินค้าราคาถูกลง ลูกค้าก็เข้ามาที่ร้านมากขึ้น จนอีฟแอนด์บอยกลายเป็นร้านขายเครื่องสำอางชื่อดัง

 

จากงบการเงินของอีฟแอนด์บอยในปี 2560 ถือว่าน่าสนใจมาก

 

บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 1,627,356,120.07 บาท แต่มีกำไรสุทธิในบรรทัดสูงถึง 156,552,534.01 บาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเกือบ 10% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงมากถ้าเทียบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ 15% (เป้าหมายของบริษัท)

 

งบการเงินสะท้อนว่าบริษัทใช้กลยุทธ์ราคาต่ำได้ค่อนข้างดี

 

จากอัตรากำไรขั้นต้นไม่มาก (เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมค้าปลีกด้วยกัน) แต่เหลือเป็นกำไรสุทธิค่อนข้างสูง แปลว่าบริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารค่อนข้างดี รวมอาจจะหมายถึงมีการประหยัดจากขนาด (economy of scale) ที่เกิดจากการกระจายค่าใช้จ่ายกันเมื่อธุรกิจมีขนาดใหญ่ขึ้นถึงขนาดหนึ่ง จนทำให้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิที่สูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม

 

ในอนาคตเราอาจจะได้เห็น EVEANDBOY เข้าตลาดหุ้น

 

ด้วยแบรนด์ ด้วยธุรกิจ และด้วยผู้บริหาร วันหนึ่งเราอาจจะได้เห็นหุ้นอีฟแอนด์บอยในตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งแม้จะเทียบในปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกระดับกำไร 150 ล้านบาทก็ถือว่าไม่เล็กเลยสำหรับหุ้นค้าปลีกตัวอื่นที่อยู่ในตลาดหุ้น

 

หากให้ค่า PE อีฟแอนด์บอยสัก 20 เท่าประมาณใกล้เคียงกับหุ้นค้าปลีกขนาดเล็กในตลาด มูลค่าบริษัทในวันนี้ก็ประมาณ 3,000 ล้านบาทแล้วซึ่งธุรกิจขนาดนี้จะนำเข้าตลาดก็คงไม่แปลกอะไร

 

ความน่าสนใจของอีฟแอนด์บอยคงจะอยู่ที่การหันมาเล่นกลยุทธ์ราคาถูก ในขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางเน้นกันแต่การสร้างความพรีเมี่ยมและเน้นอัตรากำไรสุทธิที่สูงปรี๊ด แค่เทียบกับหุ้นค้าปลีกเครื่องสำอางตัวอื่น กำไรสุทธิของหุ้นตัวอื่นก็น่าจะสูงกว่าอัตรากำไรขั้นต้นของอีฟแอนด์บอยเสียแล้ว แสดงให้เห็นถึงทิศทางการวางกลยุทธ์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน

 

ถ้าอีฟแอนด์บอยอยู่ในตลาดหุ้นก็คงจะได้รับฐานะเป็นหุ้นเติบโต (ในมุมมองของนักลงทุน) ได้อย่างโดยไม่ต้องแปลกใจเลย

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน