ธุรกิจ

ลงทุนในความชิค ลงทุนในหุ้น CHIC Republic

CHIC Republic

CHIC หรือ บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) คือ ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์สแตนอะโลนซึ่งถือเป็นโฮมแฟชั่นสโตร์รายแรก และรายเดียวในประเทศไทย ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ สาขาประดิษฐ์มนูธรรม พัทยา บางนา ราชพฤกษ์ และสาขาใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งเปิดดำเนินการในเดือนตุลาคม 2561  นั่นคือ สาขาที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในห้างสรรพสินค้า Aeon Mall 2 Sen Sok City ซึ่งถือเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรกของ CHIC อีกด้วย โดยปัจจุบัน CHIC Republic กำลังจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพื่อนำเงินที่ได้ไปลงทุนในสาขาใหม่เพิ่มเติม ชำระคืนเงินกู้กับสถาบันการเงิน และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

 

CHIC Republic

 

CHIC ประกอบธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน

 

1 การขายสินค้าผ่านหน้าร้านของบริษัท

 

CHIC มีสาขาของตนเองทั้งหมด 5 สาขาดังที่ได้กล่าวข้างต้น โดยมีขนาดพื้นที่ประมาณ 6,500 – 12,000 ตารางเมตรต่อสาขาในประเทศไทย (ยกเว้นสาขาที่กัมพูชาที่มีขนาดพื้นที่ขายประมาณ 3,003 ตารางเมตร เนื่องจากตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า) ลักษณะเหมือนห้างค้าปลีกสไตล์ Category Killers แบบตะวันตกที่จะมีลักษณะเป็นเหมือนห้างที่ตั้ง stand alone แต่จะขายสินค้าเฉพาะประเภทอย่าง CHIC Republic ก็จะขายสินค้าจำพวกเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน เป็นหลัก ลักษณะภายในร้านจะตกแต่งแบบมีเอกลักษณ์แต่ทันสมัย  ภายในร้านมีการจัดสินค้าเป็นห้องตัวอย่างซึ่งผสมผสานการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ได้อย่างน่าสนใจ เพื่อให้ผู้ที่มาเดินเลือกซื้อของเกิดจินตนาการในการตกแต่งที่อยู่อาศัยของตนเอง โดยจุดเด่นที่ค่อนข้างชัดของ CHIC คือ มีการนำเสนอสินค้าใหม่ทุก 4 – 6 เดือน เรียกว่ากลับไปเดินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ หมุนเวียนมาให้เลือกซื้อตลอดทุกช่วงเวลา

 

สำหรับสาขากัมพูชาที่เพิ่งเปิดดำเนินการ จะมีรูปแบบสาขาแตกต่างกับสาขาอื่นๆ ในกรุงเทพ กล่าวคือ สาขากัมพูชา  จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า AEON MALL 2 SEN SOK CITY  ซึ่งเป็นห้างขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกรุงพนมเปญ เปรียบได้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 3 ในประเทศไทย ทำให้สาขาดังกล่าวมีขนาดพื้นที่เล็กกว่าสาขาอื่นๆ อยู่ที่ 3,003 ตารางเมตร แต่แลกมาด้วยกับทำเลชั้นเยี่ยมและจำนวนลูกค้าที่มาเยี่ยมชมสินค้ามากขึ้นซึ่งจากการเปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา เรียกได้ว่าได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

สินค้าที่วางขายอยู่ใน CHIC Republic จะมี 2 ประเภท คือ สินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง (แบรนด์ CHIC และ RINA HEY) ส่วนนี้บริษัทจะมีการออกแบบและจ้างผลิต (ODM) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโรงงานต่างประเทศ และสินค้าภายใต้แบรนด์ของคู่ค้าอื่นในลักษณะของสินค้าฝากขาย ซึ่ง CHIC ก็จะทำธุรกิจเหมือนบริษัทค้าปลีกอื่นที่จะมีพื้นที่   ให้แบรนด์อื่นวางสินค้าสำหรับขาย โดยจะมีการแบ่งกำไรกันตามข้อตกลงเหมือนบริษัทค้าปลีกทั่วไป โดยบริษัทจะมีสัดส่วนการขายระหว่างสินค้าแบรนด์ตนเองกับแบรนด์คู่ค้าอื่น (คิดจากยอดขายรวมซึ่งไม่ได้หักต้นทุนขาย) อยู่ที่ประมาณ 65 : 35 เปอร์เซ็นต์  นอกจากนี้ บริษัทยังมีกลยุทธ์ในการปรับพื้นที่ค้าปลีกภายในร้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของพื้นที่ขายและเพิ่มรายได้ โดยจะปรับพื้นที่ขายประมาณ 1,000 ตารางเมตรในทุกสาขา  เพื่อขายสินค้าแบรนด์ Ashely แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาในรูปแบบ Shop in shop เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรูปแบบสินค้า เพื่อตอบรับกับรสนิยมของผู้บริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ จะเพิ่มการขายเฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะมากขึ้น

 

CHIC Republic

 

2 การขายงานโครงการ

 

CHIC มีการรับงานโครงการตกแต่งภายในให้กับโครงการคอนโดมิเนียมหลากหลายโครงการ เช่นกัน โดยลูกค้าของ CHIC ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทชั้นนำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ แสนสิริ พฤกษา ออริจิ้น เป็นต้น โดย CHIC จะให้บริการทั้งการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์แบบสำเร็จรูป และ Built-in สำหรับโครงการใหม่ หรือรวมถึงการตกแต่งภายในห้องชุดบางยูนิต สำหรับโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว เพื่อเร่งการขายห้องชุด เป็นต้น

 

โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 CHIC มีงานโครงการในมือที่รอส่งมอบ (Backlog) รวมเท่ากับ 156 ล้านบาท และมีงานที่จะเข้าร่วมประมูลที่เหลือในปี 2561 ประมาณ 502 ล้านบาท ซึ่งหากอ้างอิงจากข้อมูลในอดีต CHIC จะมีอัตราการได้งานจากการประมูลสูงถึงประมาณ 47%

 

3 การให้บริการพื้นที่เช่า

 

นอกจากนี้ CHIC Republic ยังเป็นร้านค้าปลีกที่แบ่งพื้นที่บางส่วนให้กับผู้ประกอบการอื่นมาเช่าด้วย ซึ่งมีประโยชน์   ทั้งในแง่การเพิ่มรายได้ และเป็นเสมือนแม่เหล็ก (Magnet) ในการดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาเดินชมสินค้าที่ร้านมากขึ้นซึ่งผู้ประกอบการที่จะมาเปิด จะผ่านการคัดเลือกจาก CHIC มาเป็นอย่างดี โดยคัดเลือกร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้เหมาะสมกับคอนเซปต์ของ CHIC คือ มีสไตล์ มีรสนิยม มีดีไซน์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร เช่น สตาร์บัคส์ แมคโดนัลด์ ร้านอาหารลูกไก่ทอง ร้านอาหารญี่ปุ่นมากูโระ ร้านสเต็กกล่องชา 24 ของคุณป๋อ ณัฐวุฒิ เป็นต้น

 

CHIC Republic

 

4 การส่งออก

 

ในอนาคต CHIC ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายเพิ่มเติมอีกหนึ่งช่องทาง คือ การส่งออกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านไปขายให้กับลูกค้าซึ่งเป็นผู้จำหน่ายปลีกสินค้าเฟอร์นิเจอร์ในแถบเอเชีย โดยจะเริ่มดำเนินการในปี 2561 และคาดว่าจะขยายการเติบโตของส่วนนี้มากขึ้นในอนาคต

 

วิเคราะห์ภาพรวมรายได้จากช่วง 2558 – 2560 ที่ผ่านมา

 

เหตุผลที่รายได้ของบริษัทลดลงในปี 2559 เนื่องจากบริษัทมีการปิดสาขาบางสาขาในปีก่อนหน้า โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานสาขาที่มีศักยภาพ และคงเอกลักษณ์ของความเป็น Stand-alone shop และในปี 2560 แม้ว่ารายได้การขายหน้าร้านจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีการเปิดสาขาที่ราชพฤกษ์ในช่วงปลายปี 2559 แต่ก็มีรายได้ในส่วนของการขายงานโครงการที่ลดลง เนื่องจากในช่วงปี 2559 – 2560 CHIC ได้เน้นการให้บริการลูกค้างานโครงการเฉพาะเจาะจงเพียงบางราย รายได้จากการขายงานโครงการจึงมีความผันผวน  ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว โดยเพิ่มจำนวนลูกค้าและงานโครงการให้หลากหลายยิ่งขึ้น อีกทั้งลูกค้าโครงการในปัจจุบันของบริษัทยังเป็นผู้ประกอบการชั้นนำที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกด้วย  นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการให้บริการพื้นที่เช่ามาชดเชยรายได้จากส่วนอื่นๆ ที่หายไป โดยรายได้จากการให้บริการพื้นที่เช่าปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่ทำให้มีพื้นที่เช่าและรายได้มากขึ้นไปตามสัดส่วน อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

CHIC Republic

 

CHIC Republic

 

วิเคราะห์ภาพรวมงบกำไรขาดทุนจากช่วง 2558 – 2560 ที่ผ่านมา

 

แนวโน้มของกำไรเป็นไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มของรายได้ที่มีลักษณะหดตัวลง ในช่วงปี 2559 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลง เนื่องจาก CHIC มีสัดส่วนการขายงานโครงการที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งงานโครงการจะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าการขายสินค้าหน้าร้าน อย่างไรก็ตามในปี 2560 และครึ่งปี 2561 อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนตามรายได้การขายหน้าร้านที่เริ่มฟื้นตัวจากปี 2559 ในขณะที่งานโครงการปรับตัวลง แม้ว่าโดยรวมแล้ว CHIC จะมีกำไรสุทธิลดลง แต่ CHIC ยังมีอัตรากำไรขั้นต้น และคาดว่าจะรักษาระดับนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

 

CHIC Republic

 

แนวโน้มของ CHIC จะเป็นอย่างไรต่อไป

 

สาขาใหม่ทั้งในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่

 

หลังจากเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ CHIC มีแผนจะนำเงินทุนไปขยายสาขาเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงสาขาในกรุงเทพฯ  ได้แก่ สาขารามอินทราในปี 2562 และสาขาในหัวเมืองใหญ่ เช่น สาขาอุดรธานี ในปี 2563 โดยสาขาทั้งหมดจะมีลักษณะเป็นร้านค้า stand alone นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะขยายตัวไปยังหัวเมืองใหญ่อื่นๆ ที่มีกำลังซื้อสูงตามภูมิภาคต่างๆ ด้วย เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ตหรือหาดใหญ่ เป็นต้น โดยบริษัทตั้งเป้าจะขยายสาขาให้ได้ 5 สาขาในเวลา 5 ปี ซึ่งบริษัทได้บรรลุเป้าหมายแล้วหนึ่งสาขา นั่นคือ สาขาประเทศกัมพูชาที่เพิ่งเปิดตัวไปนั่นเอง

 

เข้าสู่ยุค E-commerce เพื่อเชื่อมต่อ O2O

 

บริษัทได้ขยายการขายสินค้าผ่านทาง e-commerce เพิ่มเติมอีกด้วย โดยนำ RINA HEY มาเป็นเรือธงในการขายสินค้าออนไลน์ โดยจุดเด่นของแบรนด์ คือ จะมีราคาไม่แพง เข้าถึงได้ เหมาะกับการใช้ในคอนโดมิเนียมที่กำลังขยายตัวเรื่อยๆ ในปัจจุบัน กลยุทธ์ O2O จึงกลายมาเป็นอีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจของบริษัท เพราะค้าปลีกในยุคปัจจุบันต่างพากันเน้นไปที่การเชื่อมโยงประสบการณ์แบบ Online และ Offline เข้าด้วยกัน ซึ่งบริษัทก็มุ่งเน้นตรงนี้เป็นอย่างดี ทั้งการสร้างประสบการณ์ในการใช้เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียที่จะเชื่อมไปสู่การไปเดินชมเฟอร์นิเจอร์จริงที่หน้าร้าน เรียกได้ว่าขยายช่องทางของประสบการณ์และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อให้กว้างขึ้น

 

เติบโตด้วย Backlog และงานประมูล

 

บริษัทก็มีแนวโน้มที่จะมีรายได้จากงานโครงการเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากยอด Backlog กว่า 156 ล้านบาท ในช่วงกลางปี  2561 และมูลค่าโครงการที่เหลืออีกกว่า 502 ล้านบาทที่บริษัทจะเข้าประมูลในปีนี้ ยังไม่รวมถึงงานโครงการที่มีโอกาสเข้ามาเพิ่มเติมในปีถัดๆ ไป จากยอด Backlog ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นลูกค้าของ CHIC ที่ยังแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มเติบโตดี

 

สรุป

 

ในแง่ของภาพรวมการเติบโตของรายได้นั้น นักลงทุนควรจะต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการเติบโตของกำลังซื้อภายในประเทศที่มีความสัมพันธ์กับยอดขายหน้าร้าน และการเติบโตของภาคพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการขายงานโครงการ ทั้งนี้ CHIC ถือเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นและ Degree of Operating Leverage ที่สูง ส่งผลให้การเติบโตของรายได้จากการขยายสาขาและฐานลูกค้างานโครงการ การขายสินค้าออนไลน์ และการทำการตลาดแบบรุกหนักจะผลักดันกำไรสุทธิของ CHIC ให้เติบโตอย่างรวดเร็วจากการประหยัดต่อขนาด

 

CHIC Republic

 

CHIC Republic

 

บริษัทจะเสนอขายหุ้นจำนวนทั้งสิ้น 360 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 26.47 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

 

บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาแนะนำซื้อ ถือ หรือขายหลักทรัพย์ เพียงแต่สรุปข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในหนังสือชี้ชวนเพื่อให้นักลงทุนสะดวกต่อการใช้เป็นข้อมูลในการลงทุนเท่านั้น หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=175783

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy