ธุรกิจ

รายได้เท่าไหร่ถึงควรตั้งบริษัทดี

รายได้เท่าไหร่ถึงควรตั้งบริษัทดี

รายได้เท่าไหร่ถึงควรตั้งบริษัทดี

 

ผู้ประกอบการที่มีธุรกิจส่วนตัวทุกคนคงมีข้อสงสัยหนึ่งเหมือนกัน เรื่องของการจัดตั้งบริษัท เพราะความจริงแล้ว การเปิดร้านขายยาสามารถดำเนินธุรกิจแบบบุคคลธรรมดาก็ได้ หรือจะจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดก็ได้ รูปแบบการบริหารบัญชีและการจัดการภาษีก็จะแตกต่างกันออกไป รายละเอียดที่มีก็จะยิบย่อยอยู่มากพอสมควร

 

ข้อดีของการจดทะเบียนนิติบุคคล

 

การดำเนินธุรกิจโดยนิติบุคคลจะมีข้อดีเรื่องฐานภาษีที่ไม่เป็นลำดับขั้นแบบบุคคลธรรมดา ฐานภาษีสูงสุดของบุคคลธรรมดาในปี 2563 อยู่ที่ 35% แต่ฐานภาษีสูงสุดของนิติบุคคลในปี 2563 อยู่ที่ 20% การจดทะเบียนนิติบุคคลจึงช่วยประหยัดภาษีได้มากในกรณีที่ร้านขายยามีรายได้สูง และยอดรายได้ไปตกฐานภาษีในระดับสูง

 

นอกจากนี้การจดทะเบียนนิติบุคคลยังอนุญาตให้ยื่นภาษีได้ตามจริงด้วย ผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจไปหักรายได้ได้ตามจริง หากผลประกอบการขาดทุนก็ไม่ต้องจ่ายภาษีในปีนั้น ต่างกับการทำธุรกิจในแบบบุคคลธรรมดา ส่วนใหญ่กรมสรรพากรจะเน้นให้ผู้ประกอบการหักแบบเหมา แต่ถึงแม้ผู้ประกอบการจะเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริง แต่ก็ยังมีการคำนวณภาษีแบบเงินได้พึงประเมินอยู่ การคำนวณแบบดังกล่าวค่อนข้างจะการันตีว่าผู้ประกอบการจะต้องเสียภาษีแน่นอน แม้ว่าจะประกอบธุรกิจขาดทุนก็ตาม

 

ข้อเสียของการจดทะเบียนนิติบุคคล

 

การดำเนินธุรกิจโดยนิติบุคคลจะสร้างงานให้อย่างมากในแง่การทำบัญชี ผู้ประกอบการจะต้องจดรายละเอียดทุกอย่างภายในร้านเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับทำบัญชีส่งกรมสรรพากร ตรงนี้ก็จะกลายเป็นงานเพิ่มขึ้นมาสำหรับผู้ประกอบการ นอกจากนี้เจ้าของธุรกิจก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการทำบัญชีด้วย โดยเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายจะประมาณ 5,000 – 10,000 บาทต่อเดือน และมีค่าผู้สอบบัญชีประมาณ 15,000 บาท อีกครั้งตอนปลายปี

 

ใครเหมาะที่จะจดทะเบียนนิติบุคคลบ้าง

 

ผู้ประกอบการที่มีรายได้ของกิจการในระดับที่มากกว่าปีละ 1,800,000 บาท จะถูกกำหนดให้จดเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและทำบัญชีรายการภาษีมูลค่าเพิ่มส่งกรมสรรพากรทุกเดือน โดยปรกติแล้วถ้ามีรายได้และต้องทำบัญชีอยู่แล้ว การจดทะเบียนไปเป็นนิติบุคคลจะง่ายกว่า เพราะการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในนามบุคคลค่อนข้างวุ่นวายในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการรับรายได้พอสมควร

 

อีกประการหนึ่ง สำหรับใครที่ตั้งใจจะทำธุรกิจขนาดใหญ่อยู่แล้ว เช่น คาดว่ารายได้ในอนาคตจะเกิน 1,800,000 บาทแน่ ๆ หรือมีแผนจะขยายหลายสาขา การจดนิติบุคคลไว้ตั้งแต่ต้นก็จะดี เพราะจะช่วยวางแผนบัญชีตั้งแต่รายได้ยังไม่มาก ไม่ซับซ้อน และผลประกอบการขาดทุนที่มักจะเกิดในช่วงต้นของการทำธุรกิจก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในอนาคต

 

วิธีดูว่าตัวเราเหมาะกับการจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่

 

วิธีที่ง่ายที่สุด คือ คำนวณภาษีเทียบกันระหว่างการจ่ายด้วยวิธีบุคคลธรรมดา และการจ่ายด้วยวิธีนิติบุคคล หากส่วนต่างภาษีมากพอจะชดเชยค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และค่าเสียเวลาในการทำงานของตัวเองได้ การจดทะเบียนนิติบุคคลก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยทำให้ธุรกิจประหยัดภาษีได้มากกว่า และรองรับกับการเติบโตในระยะยาว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน