ธุรกิจ

DCORP และการปิดตัวของ The Marvel Experience Thailand

The Marvel Experience Thailand

DCORP หรือ บริษัท ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจมีเดีย ธุรกิจนวัตกรรม และธุรกิจพลังงานทดแทน โดยส่วนงานหรือธุรกิจที่มีชื่อเสียงของบริษัทที่สุดในตอนนี้คงจะหนีไม่พ้น The Marvel Experience Thailand โครงการกึ่งนิทรรศการกึ่ง Theme Park ของแบรนด์ Marvel ที่เข้ามาเปิดที่ไทยเป็นครั้งแรก

 

ล่าสุด Marvel Experience Thailand ประกาศปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อ้างอิงประกาศดังนี้…

 

S.H.I.E.L.D. Agent โปรดทราบ

 

จากที่ The Marvel Experience Thailand ได้ส่งมอบภารกิจให้ท่านร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องโลกเคียงข้างเหล่ามาร์เวลฮีโร่ บัดนี้ หน่วยชิลด์ขอประกาศให้ท่านทราบว่าภารกิจปกป้องโลกจากไฮดราในครั้งนี้ กำลังจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์แบบ เป็นอีกครั้งที่หน่วยชิลด์สามารถปกป้องโลกไว้ได้ด้วยความร่วมมือของ S.H.I.E.L.D. Agent ทุกท่าน แต่ว่าเหล่าร้ายได้มีพัฒนาการไปในทุกวัน เทคโนโลยีต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการส่งมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ The Marvel Experience Thailand จะให้บริการจนถึงวันที่ 29 มกราคม 2562 เวลา 18.00 น. เป็นรอบสุดท้าย แล้วพบกันอีกกับความสนุกรูปแบบใหม่สำหรับทุกคนเร็วๆ นี้

 

ในวันเดียวกัน DCORP ก็ประกาศข่าวออกมาทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วยในเนื้อความแบบเดียวกัน

 

DCORP ให้เหตุผลในการหยุดโครงการ Marvel Experience: Theme Entertainment Attraction –TMX Thailand โดยกล่าวว่าบริษัท ฮีโร่ เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ร้อยละ 37.5 ที่เป็นผู้ดำเนินงานธีมปาร์คนี้โดยตรงประสบปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากการขาดสภาพคล่อง และการดำเนินโครงการไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นได้ลงมติหยุดโครงการนี้ด้วยคะแนนเสียง 62.5 ต่อ 37.5 บริษัทจึงประกาศทำการธีมปาร์คนี้ในวันที่ 29 มกราคม 2562 นี้เป็นวันสุดท้าย

 

The Marvel Experience Thailand

 

งบการเงินของ DCORP ก็ถือว่าเหนื่อยและไม่พร้อมจะขาดทุนต่อไปในเวลานาน

 

ปี 2015
รายได้ 240.02 ล้านบาท
ขาดทุน 909.12 ล้านบาท

 

ปี 2016
รายได้ 239.70 ล้านบาท
ขาดทุน 86.30 ล้านบาท

 

ปี 2017
รายได้ 59.05 ล้านบาท
ขาดทุน 206.58 ล้านบาท

 

ปี 2018 (9 เดือน)
รายได้ 11.41 ล้านบาท
ขาดทุน 274.65 ล้านบาท

 

ธุรกิจอื่นของบริษัทก็เรียกว่าไม่สดใสนัก

 

บริษัทมีการยกเลิกสัญญาร่วมผลิตรายการก่อนครบกำหนดกับบริษัท เอ็ม วี เทเลวิชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด จนทำให้รายได้และต้นทุนลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีรายการขาดทุนทางบัญชีและขาดทุนจริงอีกหลากอย่าง ทั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเงินร่วมทุน 29.81 ล้านบาท หนี้สงสัยจะสูญ 86.97 ล้านบาท ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของความนิยม 51.20 ล้านบาท ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม 1.64 ล้านบาท และส่งแบ่งผลขาดทุนในบริษัทร่วม 64.23 ล้านบาท

 

บริษัทเพิ่งได้อนุมัติเข้าซื้อหุ้นบริษัท ฮีโร่ เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด ไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 จำนวน 37.5 เปอร์เซ็นต์ ด้วยมูลค่าเงินลงทุนรวม 324,999,779.28 บาท จวบจนถึงวันนี้ 29 มกราคม 2562 ธีมปาร์คซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทก็ต้องปิดตัวลงเสียแล้ว

 

การปิดตัวนี้ให้ข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากันกับ DCORP

 

ถ้าพูดกันในเชิงบัญชีบริหารแล้ว หากธุรกิจไม่สามารถมีแนวโน้มจะกลับมาทำกำไรได้อีก ทั้งที่พยายามจนถึงที่สุดแล้ว การปิดกิจการถือเป็นการตัดสินใจที่ดี เพราะจะช่วยหยุดการขาดทุนและการไหลออกของกระแสเงินสด ต้นทุนที่ลงไปถือเป็นต้นทุนจม (Sunk Cost) ที่จบไปแล้ว บริษัทจึงควรคำนึงถึงเงินในอนาคตที่จะสูญเสียไปมากกว่า

 

ยิ่งเห็นส่วนของผู้ถือหุ้นที่เหลืออยู่กับอัตราการขาดทุนของบริษัทแล้ว หากบริษัทไม่แก้ไขสถานการณ์ อาจจะต้องนำมาซึ่งการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ ซึ่งผู้ถือหุ้นก็คงไม่ประทับใจนัก เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็มีการเพิ่มทุนเรื่อยๆ มาตลอดทาง

 

จากราคาหุ้น 9.20 บาท ณ สิ้นปี 2016

เหลือราคาหุ้น 0.50 บาท ณ สิ้นปี 2018

มูลค่ากิจการกว่า 5,000 ล้านบาท เหลือเพียงไม่ถึง 300 ล้านบาทเท่านั้น

 

คงต้องรอดูงบการเงินของปี 2018 และการแก้สถานการณ์หลังจากหยุดธุรกิจนี้กันต่อไป คงต้องไปลุ้นกันที่ธุรกิจสื่อกับธุรกิจโรงไฟฟ้าของบริษัท ที่ก็ดูจะต้องปาดเหงื่ออยู่เหมือนกัน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน