ธุรกิจ

มิสแกรนด์ กำไรดีไหม

มิสแกรนด์ กำไรดีไหม

มิสแกรนด์ หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า มิสแกรนด์ไทยแลนด์ คือ เวทีประกวดนางงามหน้าใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งมาเมื่อปี 2012 และสำหรับการประกวดในปี 2019 ก็เพิ่งสิ้นสุดไป พร้อมกับกระแสที่แรงมากกว่าทุกปีกลายเป็น ดราม่ามิสแกรนด์ ที่สะเทือนไปทั้งวงการขาอ่อน คำถามที่น่าสนใจ คือ มิสแกรนด์ กำไรดีไหม เม็ดเงินที่ไหลเวียนอยู่หลังดราม่ามากมายอย่างที่คิดจริงหรือเปล่า

 

เวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์เป็นของ ณวัตน์ อิสรไกรศีล

 

มิสแกรนด์ เป็นเวทีแฟรนไชส์ที่มีเปิดการประกวดทั่วโลก เพื่อหานางงามไปแข่งขันระดับโลกบนเวทีมิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล ณวัตน์อยู่ในวงการขาอ่อนมามากกว่า 12 ปี เคยเป็นผู้บริหารมิสไทยแลนด์เวิลด์ แต่ช่อง 3 เปลี่ยนทีมบริหาร ณวัตน์จึงมาก่อตั้งมิสแกรนด์ และได้รับการตอบรับจากช่อง 7 เป็นอย่างดี

 

รายได้จากเวทีมิสแกรนด์มาจากหลายช่องทาง

 

เงินลงทุนสำหรับเวทีใหญ่อยู่ที่ประมาณ 20 – 30 ล้านบาทต่อปี ส่วนด้านการหารายได้จะมี 4 ส่วนหลัก ได้แก่ (1) โฆษณา (2) อีเวนต์ (3) แฟรนไชส์ และ (4) ค่าขายตั๋วเข้าชม โดยเวทีมิสแกรนด์จะมีสปอนเซอร์เฉลี่ยปีละ 15 – 20 รายต่อปี ค่าโฆษณาตกนาทีละ 400,000 บาท

 

นางงามรางวัลปีละ 6 คนจะเซ็นสัญญาเข้าโมเดลลิ่งต่อ

 

บริษัทจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหางานให้ นางงามจะได้รับการต่อยอดไปสู่อาชีพอื่น เช่น ดารา นักร้อง นักแสดง จากฐานแฟนคลับเก่าที่สนับสนุนอยู่จากเวทีแล้ว สัญญามีเวลา 5 ปี ถัดจากนั้นถ้าใครมีศักยภาพดีก็อาจจะได้รับพิจารณาเซ็นสัญญากับช่อง 7 ต่อไป

 

มิสแกรนด์ กำไรดีไหม?

 

อ้างอิงจากงบการเงินบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่มีรายชื่อคณะกรรมการ คือ นายณวัตน์ อิสรไกรศีล และทำธุรกิจประเภทเป็นตัวแทน นายหน้าเพื่อประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับศิลปิน

 

งบการเงินปี 2016 – 2018

 

ปี 2016
รายได้รวม 7,254,692.93 บาท
ต้นทุนขาย 5,868,264.23 บาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 412,781.74 บาท
กำไรสุทธิ 973,646.96 บาท

 

ปี 2017
รายได้รวม 19,082,927.19 บาท
ต้นทุนขาย 15,222,712.18 บาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 814,989.27 บาท
กำไรสุทธิ 2,768,476.67 บาท

 

ปี 2018
รายได้รวม 33,254,268.45 บาท
ต้นทุนขาย 29,643,726.59 บาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 2,189,418.55 บาท
กำไรสุทธิ 1,128,431.44 บาท

 

หากมองในมุมการเติบโตของรายได้จะพบว่าสูงมาก รายได้รวมมีการขยายตัวถึง 187.15 , 163.04 และ 74.26 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ แสดงให้เห็นภาพการเติบโตของธุรกิจอย่างชัดเจน ในขณะที่ปริมาณกำไรค่อนข้างมีความผันผวน โดยกำไรเติบโตสูงมากในปี 2017 ก่อนจะลดลงค่อนข้างมากในปี 2018 อาจเป็นไปได้ว่าบริษัทมีการขยายไปทำธุรกิจแบบใหม่ที่รายได้สูง แต่อัตรากำไรต่ำลง

 

อัตรากำไรสุทธิในช่วงก่อนหน้าค่อนข้างดูดี

 

ในปี 2016 และ 2017 บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NPM) อยู่ที่ 13.42 และ 14.51 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างดี แต่ในปี 2018 อัตรากำไรสุทธิลดต่ำลงเหลือ 3.39 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้คงต้องดูกันต่อไปว่าปี 2019 จะเป็นอย่างไร

 

เบื้องหลังดราม่าร้อนๆ มีเงินไหลเวียนอยู่ปีละหลายสิบล้านทีเดียว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน