ธุรกิจ

หุ้น ORI กับ 4 เด้งในปีเดียว

ORI

ORI หรือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มก่อตั้งในปี 2552 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 10.0 ล้านบาท ผ่านมา 9 ปี ตอนนี้บริษัทมีมูลค่ากิจการร่วมสามหมื่นล้านบาทแล้ว โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ราคาหุ้นขึ้นมาจากราคาปิดตอนสิ้นปีที่ 5.57 ขึ้นมาทำจุดสูงสุดที่ 23.50 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทน 321.90% หรือเทียบเท่ากว่า 4 เด้งในปีเดียว

 

ORI เลือกโตอย่างไร ทำไมถึงได้ 4 เด้งในปีเดียว

 

1 โตจากฐานไม่สูง

 

อย่างที่อธิบายว่าออริจิ้นเริ่มต้นก่อตั้งในปี 2552 จึงทำให้บริษัทยังอยู่ในช่วง growth phase หรือการเติบโตสูงซึ่งเป็นปรกติของช่วงแรกในธุรกิจ การเติบโตของออริจิ้นโดดเด่นที่สุดในปี 2560 ที่เรียกได้ว่าก้าวกระโดดจากฐานเดิมเป็นอย่างมาก จนทำให้ราคาหุ้นขึ้นไปเกือบ 4 เด้งอย่างที่เห็น

 

งบการเงินปี 2558 – 2560

 

ปี 2558
รายได้ 2,055.08 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 386.32 ล้านบาท

 

ปี 2559
รายได้ 3,199.04 ล้านบาท (เติบโต 55.66% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ 637.56 ล้านบาท (เติบโต 65.02% จากปีก่อน)

 

ปี 2560
รายได้ 9,987.72 ล้านบาท (เติบโต 212.19% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ 2,020.88 ล้านบาท (เติบโต 217.11% จากปีก่อน)

 

ดังนั้นเหตุผลข้อแรกของการเติบโตอย่างมากของออริจิ้นคือ บริษัทกำลังอยู่ในช่วง growth phase ฐานที่ต่ำในช่วงเริ่มต้นทำให้บริษัทเติบโตได้อย่างมาก

 

2 สร้างแบรนด์ที่ชัดเจนและมีเอกลักษณ์

 

ออริจิ้นมีคอนโดมิเนียมอยู่ในมือ 4 แบรนด์หลักได้แก่ Kensington (ระดับกลาง), Notting Hill (ระดับกลาง-กลางบน), Knightsbridge (ระดับกลางบน-บน) และ Park (ระดับบน) นอกจากนี้ยังมีบ้านจัดสรรและอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าอยู่ในเครือด้วย

 

 

สังเกตว่าออริจิ้นจะเน้นตลาดกลางถึงบนเป็นหลัก

 

ตลาดคอนโดมิเนียมกลางถึงบนนั้นยังถือว่ามีความหลากหลายของผู้เล่นอยู่มาก ต่างจากระดับกลางลงมาที่มีบริษัทแบรนด์ใหญ่ที่แข่งขันได้สูงทั้งในแง่ราคาและความน่าเชื่อถือ ออริจิ้นซึ่งทำแบรนด์ออกมาได้ดีและมีเอกลักษณ์จึงสามารถจับกลุ่มลูกค้าในส่วนนี้ได้ โดยไม่ต้องไปแข่งขันกับตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางลงไปซึ่งถือว่ามีผู้ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่มาก และมีความเป็นน่านน้ำสีแดง (red ocean) มากกว่า

 

3 ขยายธุรกิจในแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture)

 

กลยุทธ์นี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ออริจิ้นเติบโตได้มาก อย่างที่ทราบกันดีว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเงินลงทุนเริ่มต้นสูงมาก การเน้นขยายโครงการอย่างรวดเร็วจะทำให้บริษัทเกิดภาวะการตึงตัวทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะต้องเร่งกู้เงินมาขึ้นโครงการใหม่

 

ออริจิ้นเลือกการผ่อนคลายภาวะดอกเบี้ยจากการกู้เงินผ่านการร่วมลงทุนกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนหนาและพร้อมลงทุน กลยุทธ์ดังกล่าวจะเร่งการเติบโตได้ดีกว่าการลงทุนเองทั้งหมด โดยบริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ผ่าน 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ออริจิ้น ไพร์ม 2 จำกัด , บริษัท ออริจิ้น รามคำแหง จำกัด , บริษัท ออริจิ้น สเฟียร์ จำกัด , บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล จำกัด และบริษัท ออริจิ้น พาร์คที 1 จำกัด รวมทั้งการร่วมทุนเพื่อพัฒนา โครงการโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่ออีกด้วย

 

4 ซื้อโครงการจากผู้ประกอบการอื่น

 

การโตของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบซื้อโครงการจากผู้ประกอบการอื่น เหมือนธุรกิจอื่นที่ทำการซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการ แต่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมีการขายอสังหาริมทรัพย์ออกไปเมื่อโครงการเสร็จทำให้รายได้ก้อนใหม่ที่ซื้อมาอาจจะไม่ต่อเนื่องเท่าธุรกิจที่เน้นสินค้าและบริการขนาดเล็กอื่น แต่อย่างไรก็ตาม การเร่งการเติบโตด้วยการซื้อกิจการก็ช่วยให้ธุรกิจโตไวมาก เมื่อเทียบกับลงทุนเองทั้งหมด

 

อย่างในปี 2560 ออริจิ้นก็มีการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อขายกิจการที่มีขนาดใหญ่มาก โดยพราวด์เรสซิเดนซ์ที่เทคโอเวอร์เข้ามาก็เป็นเจ้าของโครงการ PARK ซึ่งเป็น 1 ใน 4 แบรนด์หลักของออริจิ้นที่จับกลุ่มตลาดบนนั่นเอง

 

ออริจิ้นถือว่าเป็นบริษัทอสังหาที่เติบโตได้อย่างโดดเด่นมาก

 

จากมูลค่ากิจการที่ประมาณ 5,000 ล้านบาทในปี 2559 กระโดดขึ้นมาสูงถึงกว่า 30,000 ล้านบาทในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แข่งขันกันหนักมากอย่างพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่นและน่าสนใจมากทีเดียว

 

คงต้องติดตามชมตอนต่อไปว่าออริจิ้นจะเติบโตไปอย่างไรต่อ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน