ธุรกิจ

บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ กำไรดีไหม

บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ กำไรดีไหม

บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ คือ บริษัทที่รับหน้าที่ หรือถือใบอนุญาตในการตามเก็บค่าลิขสิทธิ์ของบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ยกตัวอย่าง ลิขสิทธิ์ในการใช้เพลง หนัง ละคร รวมไปถึงคาแรคเตอร์ต่าง ๆ คำถามที่หลายคนอาจเคยสงสัย คือ บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ กำไรดีไหม

 

บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ คือ ไม้เบื่อไม้เมากับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์

 

เราอาจจะเคยได้ยินข่าวคราวเรื่องการบุกจับลิขสิทธิ์มาเป็นเวลานาน ตั้งแต่สมัยอดีตที่ตามจับเทปผีซีดีเถื่อน การปล่อยภาพยนตร์ดูในออนไลน์ฟรี การจับสินค้าที่นำตัวการ์ตูนมีลิขสิทธิ์มาใช้โดยไม่ขออนุญาต การนำเพลงไปใช้ในร้านอาหารในเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ หรืออย่างกรณีที่เป็นข่าวดัง คือ การบุกจับลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ที่นำมาทำเป็นกระทงตัวการ์ตูน

 

ส่วนใหญ่แล้ว เจ้าของลิขสิทธิ์มักไม่ตามจับลิขสิทธิ์เอง

 

การตามจับลิขสิทธิ์เอง ถือเป็นเรื่องวุ่นวาย และใช้เวลามาก เจ้าของลิขสิทธิ์ใหญ่ ๆ จึงมักไม่ลงมาทำเอง แต่มักจะขายสิทธิ์ หรือใบอนุญาต ให้กับบริษัทอื่นไปตามจับอีกที โดยส่วนใหญ่ บริษัทจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์มักจะเป็นบริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมทุนของบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์นั่นเอง ยกเว้นในกรณีเป็นลิขสิทธิ์จากต่างชาติ บริษัทที่ได้สิทธิ์ในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ อาจจะเป็นบริษัทย่อยของบริษัทที่ได้ใบอนุญาตแฟรนไชส์ซีมาอีกที

 

งบการเงินของ บริษัท จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ไทย จำกัด ปี 2016 – 2018

 

ปี 2016
รายได้รวม 92,071,435 บาท
รายจ่ายรวม 74,036,861 บาท
กำไรสุทธิ 14,427,659 บาท

 

ปี 2017
รายได้รวม 84,245,209 บาท
รายจ่ายรวม 63,417,085 บาท
กำไรสุทธิ 16,676,999 บาท

 

ปี 2018
รายได้รวม 69,149,555 บาท
รายจ่ายรวม 53,668,491 บาท
กำไรสุทธิ 12,392,101 บาท

 

บริษัท จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ไทย จำกัด คือ บริษัทลูกของบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือค่ายเพลง RS เจ้าของช่อง 8 ที่เรารู้จักกันดี

 

จากงบการเงินดังกล่าวจะเห็นว่า อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin ; NPM) อยู่ในอัตราที่ค่อนข้างสูงทีเดียว โดยในปี 2018 NPM ของบริษัทสูงถึง 17.92% โดยเหตุผลหนึ่งอาจจะมาจากการที่บริษัทนี้เป็นบริษัทลูกโดยตรงของบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จึงทำให้ต้นทุนค่าลิขสิทธิ์อาจจะค่อนข้างถูกได้ รายได้ของบริษัทมีแนวโน้มหดตัวลง ใน 3 ปีล่าสุด เหตุผลหนึ่งอาจจะมาจากการที่ RS ไม่ได้มีผลงานเพลงใหม่ ๆ ออกมามากเท่ากับสมัยก่อนแล้ว

 

สรุป คือ อัตรากำไรสุทธิ ของบริษัทตามเก็บค่าลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ถือว่าค่อนข้างสูงทีเดียว เมื่อเทียบกับอัตรากำไรสุทธิโดยค่าเฉลี่ยในการทำธุรกิจทั่วไป ใครจะละเมิดลิขสิทธิ์เพราะคิดว่า บริษัทใหญ่ ๆ คงไม่มีเวลามาตามจับรายย่อยก็ต้องระวังความคิดตรงนี้หน่อย เพราะในความเป็นจริง บริษัทใหญ่ ๆ มักมอบหมายให้บริษัทอื่นตามจับคนละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเป็นระบบมากทีเดียว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน