ธุรกิจ

ฝันร้ายของร้านอาหารยังไม่จบ

ฝันร้ายของร้านอาหารยังไม่จบ

ฝันร้ายของร้านอาหารยังไม่จบ

 

หลังจากมาตรการปิดเมือง ปิดร้านอาหาร ปิดสถานประกอบการ ธุรกิจที่ดูจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก คือ กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร เพราะเป็นธุรกิจที่อ้างอิงการขายจากหน้าร้านเป็นหลัก ถึงแม้ว่าหลายร้านจะปรับตัวมาขายเดลิเวอรี่ หรือออนไลน์ได้บ้าง แต่ถ้าเทียบกับยอดขายปรกติแล้ว นั่นก็ถือว่าตกต่ำลงอย่างมาก ผลประกอบการของร้านอาหารส่วนใหญ่ย่ำแย่ ถึงแม้แต่ร้านอาหารแบรนด์ใหญ่ ๆ กำไรก็หายไปอย่างมากมาย

 

ตัวอย่างผลกระทบจากการโรคระบาดและการปิดร้าน

 

เครือร้านสุกี้ MK (หุ้น M) กำไรลดลง 52.07%
เครือร้านขนม After You (หุ้น AU) กำไรลดลง 77.72%
เครือร้าน S&P (หุ้น SNP) พลิกขาดทุน 26.46 ล้านบาท
เครือร้าน ZEN (หุ้น ZEN) พลิกขาดทุน 44.22 ล้านบาท

 

หลังจากวันที่ 17 พ.ค. รัฐบาลก็อนุญาตให้เปิดร้านอาหารได้

 

แต่การเปิดร้านอาหารก็มีข้อกำหนดมากมาย เช่น การต้องเว้นระยะห่างระหว่างโต๊ะ การต้องมีพลาสติกกั้นในจุดเสี่ยง การจำกัดจำนวนคนกินบนโต๊ะ การมีเคอร์ฟิวที่ทำให้เปิดร้านดึกไม่ได้ การมีกำหนดตรวจคนเข้าออก การต้องใช้บริกรเสิร์ฟอาหารแทนการเดินตัก ทั้งหมดทั้งมวลส่งผลกระทบต่อร้านอาหารมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแง่ของ Capacity หรือความจุลูกค้าของร้าน

 

โดยเฉลี่ย ความจุลูกค้าของร้านอาจลดลงถึง 70%

 

จากการลงพื้นที่และประเมินด้วยสายตา ร้านอาหารปรกติที่สามารถรับคนได้เฉลี่ย 2 – 4 คนต่อโต๊ะ กลับเหลือความสามารถในการรับคนได้เพียงโต๊ะละ 1 คน หากตีเฉลี่ยแล้วความจุจากประมาณ 3 คน เหลือ 1 คน นั่นหมายถึง ความจุจาก 100% อาจลดเหลือเพียง 30% เท่านั้น

 

แน่นอนว่าด้วยความจุระดับนี้ เดาโดยง่ายว่าอย่างไรก็คงขาดทุน

 

โดยธุรกิจทั่วไป ร้านอาหารจะมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin ; GPM) อยู่ที่ประมาณ 50% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารประมาณ 40% เหลือเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin ; NPM) ประมาณ 10% หากปรับลดรายได้จาก 100% เหลือ 30% โดยให้คง GPM เท่าเดิม งบการเงินก็จะมีหน้าตาประมาณนี้

 

งบการเงินเดิม
รายได้ 100 บาท
ต้นทุนขาย 50 บาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 40 บาท
กำไรสุทธิ 10 บาท

 

งบการเงินใหม่
รายได้ 30 บาท
ต้นทุนขาย 15 บาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 40 บาท
ขาดทุนสุทธิ 15 บาท

 

รายได้ลดลงมาก แต่ค่าใช้จ่ายแทบลดไม่ได้เลย

 

ค่าใช้จ่ายของร้านอาหารส่วนใหญ่ คือ ค่าแรงพนักงาน ค่าเช่าที่ ค่าเสื่อมอุปกรณ์ ส่วนเดียวที่จะลดได้มากที่สุด คือ ค่าต้นทุนวัตถุดิบอาหาร แต่เมื่อมองถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแล้ว ภาพรวมของร้านอาหารก็ยังดูหนักหน่วง จากทั้งมาตรการเพื่อความปลอดภัยและการจัดจ่ายใช้สอยที่ยังไม่กลับมา

 

นักลงทุนทำนายงบการเงินไตรมาส 2 และ 3 ไว้สูงเกินจริงหรือเปล่า นี่คือคำถามที่เราอาจต้องลองถามตัวเอง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน