ธุรกิจ

ROBINS กำลังเปลี่ยนแปลง

ROBINS

ROBINS หรือบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในนามห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (Robinson) นอกจากนี้ยังถือเงินลงทุนในธุรกิจต่างๆ อีก เช่น PowerBuy , SuperSport และศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

 

Robinson ถือหุ้นห้างสรรพสินค้าที่มีลักษณะเป็น Department Stores มากที่สุดในตลาดหุ้นไทย

 

Department Stores คือธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่มีลักษณะเป็นค้าปลีก เช่าพื้นที่ขายสินค้า และได้กำไรจากการขายสินค้า นึกภาพเหมือนห้างเซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน ที่จะมีส่วนที่เป็นห้างสรรพสินค้าที่เปิดโดยแบรนด์ห้างเอง แบ่งโซนการขายเป็นกลุ่มต่างๆ แฟชันผู้ชาย แฟชันผู้หญิง อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เป็นต้น

 

ที่บอกว่า Robinson เป็นธุรกิจห้างสรรพสินค้ามากที่สุด เพราะห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในประเทศอื่นไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น เช่น เดอะมอลล์ เซ็นทรัลรีเทลล์ ส่วน CPN , SF หรือ MBK ที่อยู่ในตลาดหุ้นก็จะเน้นไปเป็นศูนย์การค้า คือ ปล่อยพื้นที่ให้เช่าเป็นหลัก ส่วน HMPRO , MAKRO หรือ CPALL ที่อยู่ในตลาดหุ้นเหมือนกันก็จะเป็นหุ้นค้าปลีกแบบอื่น เช่น Category Killers , Discount Stores และ Convenience Stores ซึ่งก็มีลักษณะธุรกิจที่แตกต่างและจำเพาะออกไป

 

ธุรกิจ Department Stores ถือเป็นธุรกิจที่ถูก disrupt หนักจาก e-commerce

 

เนื่องจากการขายสินค้าถือเป็นหัวใจของการบริการที่เหมือนกันมากระหว่างห้างสรรพสินค้าและค้าปลีกออนไลน์ ธุรกิจกลุ่มนี้จึงถูกคุกคามหนัก เห็นได้จากธุรกิจห้างสรรพสินค้าในสหรัฐอเมริกาอย่าง Sears ที่มีแนวโน้มรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณคนเดินในห้างสรรพสินค้าลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มศูนย์การค้าเป็นกลุ่มที่น่าจะถูก disrupt น้อยกว่า เพราะไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง แต่ส่งมอบประสบการณ์ที่หลากหลาย เช่น การไปธนาคาร การไปทานอาหารนอกบ้าน การไปดูหนัง เป็นต้น

 

ความเป็นจริง Robinson มีธุรกิจทั้ง 2 อย่างอยู่ในบริษัท คือ ห้างสรรพสินค้า (ขายสินค้าโดยตรง) และศูนย์การค้า (ปล่อยพื้นที่ให้เช่า)

 

ในอดีต Robinson จะมุ่งเน้นไปที่การขายสินค้าหรือธุรกิจส่วนห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก ในขณะที่ศูนย์การค้ากลับไม่ใช่รายหลัก แบ่งสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 10% เท่านั้น

 

แต่รายได้ฝั่งห้างสรรพสินค้าของ Robinson กลับมีแนวโน้มเติบโตไม่โดดเด่นนัก Same Store Sale Growth (SSSG) มีแนวโน้มไม่ได้เติบโตในระยะยาวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014 จะพลิกกลับมาเป็นบวกบ้าง แต่ก็ไม่ได้สูงเท่ากับปี 2013 ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกำลังซื้อของคนต่างจังหวัด อีกส่วนอาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ค่อยๆ กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย

 

ROBINS

 

Robinson จึงเปลี่ยนแปลง โดย Robinson หันมาจับรายได้ฝั่งศูนย์การค้ามากขึ้น โดยสังเกตข้อมูลจากบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ทั้งรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ และปริมาณพื้นที่เช่าของ Robinson ก็มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

ขนาดพื้นที่ให้เช่าของ Robinson เติบโต 8.87% ทบต้น ตั้งแต่ปี 2014 – 2017

รายได้จากการให้เช่าพื้นที่ของ Robinson เติบโต 21.77% ทบต้น ตั้งแต่ปี 2014 – 2017

 

ROBINS

 

Robinson มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงลักษณะห้างสรรพสินค้าที่สร้างใหม่อย่างชัดเจน โดยมีการสร้างพื้นที่เช่ามากขึ้น ปรับรูปแบบจากห้างสรรพสินค้าที่เน้นขายสินค้าแบบเก่า กลายมาเป็นแนว Lifestyle Center เน้นพื้นที่เช่า สร้างความทนทานจากการรุกรานจากธุรกิจ e-commerce

 

คงต้องติดตามชมกันว่าจุดสมดุลระหว่างห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าของ Robinson จะไปอยู่ที่สัดส่วนรายได้เท่าไหร่ แน่นอนว่าปัจจัยตรงนี้มีผลต่อมูลค่าหุ้นด้วย เพราะนักลงทุนก็ไม่ควรประเมินมูลค่าของกำไรจากห้างสรรพสินค้าและกำไรจากศูนย์การค้า ด้วยค่า PE ที่เท่ากัน

 

ROBINS

 

Go Lifestyle!

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy