ธุรกิจ

สรุปธุรกิจปูนใหญ่ SCC

SCC

SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายปูนมีส่วนแบ่งตลาดสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย แต่ความเป็นจริงแล้ว ปูนซิเมนต์ไทยมีอะไรมากกว่าการผลิตและจำหน่ายปูนเพียงอย่างเดียว

 

(แบรนด์ของปูนซิเมนต์ไทย คือ SCG แต่ใช้ชื่อหุ้นว่า SCC เพื่อความไม่สับสนจึงเรียกว่า ปูนซิเมนต์ไทย)

 

ธุรกิจของปูนซิเมนต์ไทยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง – เคมิคอลส์ – แพคเกจจิ้ง นอกจากนี้ ยังมีส่วนงานอื่นอีกด้วย

 

SCC

 

1 เอสซีจี ซิเมนต์ – ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

 

ธุรกิจส่วนแรกของปูนซิเมนต์ไทย คือ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง รายได้รวมในปี 2560 อยู่ที่ 177,731 ล้านบาท คิดเป็น 35.61% ของรายได้รวม

 

สินค้าและบริการของเครือบริษัทมีทั้งหมด 4 ประเภทหลัก

 

(1) กลุ่มปูนซีเมนต์ เช่น ปูนซีเมนต์ คอนกรีต อิฐ

(2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เช่น หลังคา ฝ้า ไม้สังเคราะห์ กระเบื้อง ท่อ ระบบผนัง

(3) กลุ่มเซรามิก เช่น เซรามิก เครื่องสุขภัณฑ์ อุปกรณ์ห้องครัว

(4) สินค้าและบริการอื่นๆ เช่น บริการขนส่ง กระจายสินค้า นำเข้า ส่งออก กำจัดของเสีย สินค้ากลุ่มผู้สูงอายุ รับสร้างบ้าน

 

จุดเด่น : ปูนซิเมนต์ไทยถือเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ในอาเซียน และเป็นผู้ผลิตที่มีกำลังการผลิตสูงที่สุดในโลกในส่วนของกระเบื้องเซรามิกปูพื้นและผนัง

 

2 เอสซีจี เคมิคอลส์

 

ธุรกิจส่วนต่อมาของปูนซิเมนต์ไทย คือ ธุรกิจเคมิคอลส์ รายได้รวมในปี 2560 อยู่ที่ 211,978 ล้านบาท คิดเป็น 45.66% ของรายได้รวม

 

สินค้าและบริการของเครือบริษัทมีทั้งหมด 4 ประเภทหลัก

 

(1) โอเลฟินส์ (Olefins) ซึ่งจัดเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้น ประกอบด้วยเอทิลีน (Ethylene) และ โพรพิลีน (Propylene) โอเลฟินส์ผลิตมาจากแนฟทาที่ได้จากโรงกลั่นน้ำมัน โดยมาจากโรงกลั่นในประเทศประมาณ 20% ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่นำเข้ามาจากตะวันออกกลาง

 

(2) เม็ดพลาสติกโพลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไปใช้ต่อในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์อื่นต่อ โดยเม็ดพลาสติกที่บริษัทผลิตได้มีหลายแบบ เช่น HDPE , MDPE , LLDPE , LDPE , PP เป็นต้น โดยแต่ละประเภทก็มีการนำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน ซึ่งสารตั้งต้นก็มาจากโอเลฟินส์ในเครือของบริษัทนั่นเอง

 

(3) เม็ดพลาสติกโพลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinylchloride ; PVC) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ผงพลาสติกพีวีซีบริสุทธิ์ พีวีซีคอมพาวนด์ในรูปเม็ดพลาสติก รวมไปถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มท่อและข้อต่อพีวีซี สารตั้งต้นสำคัญของพีวีซี คือ วีซีเอ็ม (Vinyl Chloride Monomer – VCM) ที่บริษัทสามารถผลิตได้เอง

 

(4) บริการท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภณัฑ์ (Jetty & Tank Terminal)

 

3 เอสซีจี แพคเกจจิ้ง

 

ธุรกิจส่วนสุดท้ายของปูนซิเมนต์ไทย คือ ธุรกิจแพคเกจจิ้ง รายได้รวมในปี 2560 อยู่ที่ 82,862 ล้านบาท คิดเป็น 17.85% ของรายได้รวม

 

สินค้าและบริการของเครือบริษัทมีทั้งหมด 2 ประเภทหลัก

 

(1) สายธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ กระดาษคราฟท์สำหรับใช้ทำกล่องกระดาษลูกฟู ถุง แกนกระดาษ กล่องกระดาษ เป็นต้น

 

(2) สายธุรกิจเยื่อกระดาษ ได้แก่ เยื่อจากยูคาลิปตัส เยื่อเคมีละลายได้ และกระดาษพิมพ์เขียน เป็นต้น โดยเยื่อกระดาษสามารถนำไปต่อยอดผลิตกระดาษได้อีกหลากหลายประเภทมาก

 

หุ้นปูนใหญ่ ถือเป็นหุ้นที่มีความสำคัญต่อตลาดหุ้นไทยมาก

 

เนื่องจากขนาดกว่า 500,000 ล้านบาท จึงทำให้ปูนซิเมนต์ไทยเป็นหุ้นที่ส่งผลต่อดัชนีมาก แถมยังเป็นหุ้นที่นักลงทุนจำนวนมากลงทุน ทั้งในแง่ของการลงทุนโดยตรง และการลงทุนผ่านกองทุนรวม

 

การเข้าใจธุรกิจของหุ้นที่เราถือเป็นส่วนสำคัญของการลงทุน และจะทำให้เรามีความมั่นใจเพียงพอจะถือหุ้นได้ในระยะยาว

 

ใครถือหุ้นตัวนี้ก็อย่าลืมไปศึกษาทำความเข้าใจธุรกิจกัน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน