ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท OFO : อุตสาหกรรมโตดี แต่บริษัทล้มละลาย

สรุปข้อมูลบริษัท OFO

สรุปข้อมูลบริษัท OFO : อุตสาหกรรมโตดี แต่บริษัทล้มละลาย

 

เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจไปต่อได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ก็คือเรื่องของภาวะอุตสาหกรรม

 

เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือ มันคงเป็นเรื่องอภิมหายากที่จะเข้าไปทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จได้ในอุตสาหกรรมที่ไม่โต (เช่น สำนักพิมพ์ ฟิล์มถ่ายรูป ฯลฯ) มันน่าจะดีกว่าที่เราจะลงทุนทำธุรกิจในอุตสาหกรรมที่กำลังมีลูกค้าใช้บริการอย่างก้าวกระโดด

 

แต่นั่นก็ไม่แน่เสมอไป เพราะแม้แต่บริษัทที่มีมูลค่ากิจการหลักหมื่นล้านเหรียญ แถมยังอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตแบบสุด ๆ ก็ยังสามารถเจ๊งจนถึงขั้นล้มละลายได้

 

อุตสาหกรรมที่ว่าคือ Bike Sharing และบริษัทนั้นมีชื่อว่า OFO

 

 

 

OFO คือบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้เช่าจักรยาน ก่อตั้งโดย Dai Wei เมื่อปี 2014 ที่ในขณะนั้นเขาเป็นนักศึกษาชมรมจักรยานที่มีฝันว่าอยากจะทำจักรยานให้เช่า

 

สำหรับเมืองไทยเราอาจจะเห็นภาพไม่เท่าไหร่นักว่าจักรยานจะเอามาทำธุรกิจได้ยังไง แต่ในประเทศจีน การใช้จักรยานถือเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างท้วมท้น ท่วมท้นซะจนหลังจากที่ OFO ก่อตั้งไม่นานนัก ก็สามารถขยายจุดให้บริการไปได้ทั่วประเทศจีน จนมีลูกค้าที่ใช้บริการหลักล้านคน

 

แม้ค่าเช่าจักรยานต่อครั้งจะคิดเป็นเงินเพียง 5 หยวน แต่ลองคิดเล่น ๆ ว่าตลาดจักรยานให้เช่าในจีนนั้นมีผู้ใช้งานถึงวันละกว่า 50 ล้านครั้ง บริษัทที่ทำธุรกิจ Bike Sharing จะเก็บเงินต่อวันได้มากขนาดไหน

 

จึงไม่แปลกที่ OFO จะกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ากว่าพันล้านในเวลาไม่กี่ปี รู้ได้อย่างไร? ก็เพราะในปี 2018 ยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba เข้ามาซื้อหุ้นส่วนหนึ่งของ OFO เป็นมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านเหรียญ ทำให้ตอนช่วงพีคที่สุด OFO “เคย” เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงกว่า 10,000 ล้านเหรียญเลยทีเดียว

 

แต่ที่ใช้คำว่าเคย เพราะในปีเดียวกับที่ Alibaba เข้ามาถือหุ้น OFO ก็ยื่นขอล้มละลายอย่างไม่มีใครคาดคิด

 

 

 

ทำไมบริษัทที่มีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านเหรียญถึงล้มได้ เราต้องมาดูที่ลักษณะธุรกิจของ OFO กันก่อน

 

สำหรับโมเดลธุรกิจของ OFO จะเป็นลักษณะของการให้เช่าจักรยานโดยคิดค่าบริการเป็นครั้ง โดยผู้ใช้บริการก็เพียงแค่จ่ายค่าบริการนิดหน่อย ปั่นเสร็จก็เอาไปคืนตรงจุดให้บริการที่ใกล้ที่สุด

 

แต่ประเด็นก็คือ ธุรกิจจักรยานมีข้อเสียอย่างหนึ่งตรงที่มันเป็นสินค้าที่สูญหายได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเพราะคนไปจอดทิ้งจริง ๆ หรือตั้งใจจะขโมย เพราะลำพังเงินค่ามัดจำไม่เท่าไหร่ รวมถึงระบบตรวจสอบที่ทำได้ยาก ทำให้ทรัพย์สินของบริษัทมีโอกาสหายได้เสมอ (อะไรจะตลกร้ายขนาดนั้น เจ๊งเพราะโดนขโมยจักรยาน)

 

ประเด็นต่อมา คือเรื่องของสินทรัพย์ที่บริษัทต้องลงทุนซึ่งก็คือจักรยานที่ต้องลงทุนซื้อเป็นล้าน ๆ คัน แต่ค่าบริการที่ OFO คิดจากลูกค้านั้นอยู่ที่เพียงไม่กี่หยวน ทำให้บริษัทต้องจ่ายเงินมหาศาลไปกับการซื้อจักรยานในขณะที่เก็บเงินจากลูกค้าได้น้อยนิด ประกอบกับ OFO ก็เร่งขยายธุรกิจไปต่างประเทศ (รวมถึงประเทศไทย) จนคุมงบไม่อยู่ สภาพคล่องจึงกลายเป็นประเด็นปัญหาในลำดับสองที่ทำเป็นส่วนสำคัญให้บริษัทนี้ไปไม่รอด

 

และประเด็นสุดท้ายที่เปรียบได้กับสายโซ่จักรยานที่กำลังจะขาดแหล่มิขาดแหล่ คือเรื่องของเงินมัดจำและคู่แข่ง เนื่องจากตลาด Bike Sharing ในจีนที่ใหญ่ขนาดนี้ คงไม่ใช่เรื่องปกติแน่ ๆ ที่จะมี OFO ทำธุรกิจอยู่เจ้าเดียว เพราะตลาดนี้ยังมีคู่แข่งอีกสองรายที่ใหญ่ไม่แพ้ OFO นั่นคือ Mobike และ Bluegogo ที่ทำธุรกิจเหมือนกันเป๊ะ แถมตัดราคากันอย่างดุเดือด

 

เมื่อคู่แข่งมากขึ้น ลูกค้าก็มีทางเลือกหลากหลาย และเมื่อลูกค้ามีทางเลือกหลากหลาย สมาชิกเก่า ๆ ของ OFO ก็อยากยกเลิกสมาชิกและขอมัดจำคืน แต่เมื่อลูกค้านับล้านขอมัดจำคืนพร้อม ๆ กัน บริษัทที่กำลังใช้เงินอย่างหนักไปกับการขยายธุรกิจก็ไม่มีเงินสดมากพอให้ลูกค้า ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์ก็มาลงเอยที่สายโซ่ของธุรกิจขาดสะบั้น นั่นคือการประกาศล้มละลาย

 

 

 

สุดท้ายแล้ว ถึงแม้อุตสาหกรรมการให้เช่าจักรยานในจีนจะยังคงเติบโตอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทที่ทำธุรกิจในเรื่องดังกล่าวจะสามารถทำเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเสมอไป และ OFO เองก็เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ ว่ากิจการระดับหมื่นล้านเหรียญก็สามารถล่มสลายได้ท่ามกลางความรุ่งโรจน์ของอุตสาหกรรมเช่นกัน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
Alibaba งาบหุ้น Ofo 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ : ceochannels.com
Ofo รับเงินทุนเพิ่มอีกกว่า 27,000 ล้านบาท นำโดยกลุ่ม Alibaba ทำให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด : blognone.com
ถอดบทเรียน Ofo สตาร์ทอัพจีนล้ม “เปิดเร็ว โตเร็ว ไปเร็ว” : marketingoops.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน