ธุรกิจ

ยุคทองของหุ้นค้าปลีกกำลังจะล่มสลายแล้วหรือยัง ?

ยุคทองของหุ้นค้าปลีกกำลังจะล่มสลายแล้วหรือยัง

หุ้นค้าปลีกถือเป็นหุ้นที่ทรงเสน่ห์และคลาสสิกตลอดกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนแนววีไอ ธุรกิจถือว่าเป็นธุรกิจที่เป็นสุดยอดในดวงใจก็ว่าได้ วีไอแทบจะมีติดพอร์ตอยู่ทุกคน คำถามที่คงติดอยู่ในใจนักลงทุนหลายคนตอนนี้คือ ยุคทองของหุ้นค้าปลีกกำลังจะล่มสลายแล้วหรือยัง

 

ค้าปลีกจะมีวันตายไหม?

 

หลังจากที่มูลค่าของหุ้น amazon วิ่งชนะ walmart ไปแล้ว และ alibaba ก็ทำสถิติทุบยอดขายของ walmart ไปเป็นที่เรียบร้อย คำถาม คือ ค้าปลีกจะแพ้ให้กับ e-commerce จริงๆ เหรอ?

 

ผมค้างคาใจในเรื่องนี้มานานมาก และหลังจากที่มีโอกาสได้ศึกษาเรื่องธุรกิจเพื่อการส่งออกไปจีน และมาสัมผัสประเทศอเมริกาด้วยตนเอง ผมก็เข้าใจ

 

ผมขอสรุปปัจจัยที่ทำให้ค้าปลีกแบบเก่าพ่ายแพ้ให้กับ e-commerce 3 ข้อดังนี้

 

1 ลักษณะภูมิประเทศ

 

ประเทศที่มีขนาดใหญ่จะเอื้อประโยชน์ให้ระบบ e-commerce มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอเมริกา จีน หรือออสเตรเลีย การออกไปซื้อของครั้งหนึ่งหมายถึงต้องขับรถออกไปไกลๆ ยิ่งประเทศใหญ่แค่ไหน นั่นหมายความว่าผู้บริโภคย่อมต้องใช้ความพยายามออกไปซื้อของมากเท่านั้น เมื่อเทียบกับระบบ e-commerce ที่ส่งตรงถึงมือคุณ  e-commerce จึงชนะได้อย่างไม่ยากเย็น ยิ่งเป็นของที่หาซื้อได้ไม่ง่ายนัก เช่น สินค้าที่มีแค่บางแหล่ง  e-commerce จะกินขาดไปเลยอย่างง่ายดาย

 

2 กฎหมาย

 

จุดอ่อนของระบบ e-commerce คือลูกค้าจะไม่ได้สัมผัสสินค้าก่อนใช้ ซึ่งจะเป็นปัญหามาก ถ้าสินค้าไม่ถูกใจ ไม่มีคุณภาพ แต่เรื่องเหล่านี้ไม่เป็นปัญหากับประเทศอเมริกาเลย เพราะที่นี่มีระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่แข็งแกร่งมาก ถ้าคุณซื้อของไปแล้วยังอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด ขอแค่คุณมีบิล คุณก็สามารถคืนสินค้าได้ถึง 100% ถึงแม้เหตุผลจะเป็นเพียงแค่คุณ “ไม่ชอบ” ก็ตาม อย่าลืมว่ากฎหมายที่นี่แรงมาก ส่วนใหญ่จะคืนให้หมดเพื่อป้องกันการฟ้องร้อง เรื่องปัญหาคุณภาพสินค้าจึงไม่เป็นเรื่องที่น่ากลัวเท่าไหร่นัก

 

3 พฤติกรรมผู้บริโภค

 

เรื่องนี้สำคัญที่สุด แต่ก็วิเคราะห์ได้ยากที่สุดเช่นกัน ผู้บริโภคบางประเทศมองห้างเป็นเพียงที่ซื้อขายสินค้าเท่านั้น คือไป ซื้อของ กลับ ไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นอีก ลักษณะพฤติกรรมแบบนี้จึงถูกทดแทนได้ง่ายโดย e-commerce  เพราะ e-commerce ก็ส่งมอบการซื้อขายสินค้าให้เช่นกัน แถมสะดวกและประหยัดกว่าด้วย ต่างกับกรณีที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมคุ้นเคยกับ “experience” ที่ได้จากการไปห้าง แบบนี้ e-commerce จะเอาชนะได้ยาก เพราะ e-commerce ไม่สามารถส่งมอบบรรยากาศของการสังสรรค์ กินข้าว เดินเล่นได้ ลองถามตัวเองง่ายๆ ก็ได้ว่าทุกวันนี้เราไปห้างเพราะอะไร เราไปซื้อของจริงๆ ใช่ไหม หรือไปกินข้าวสังสรรค์กัน

 

ยิ่งไปกว่านั้น จีนถือได้ว่าเป็นประเทศที่เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน เพราะจีนเพิ่งจะเปิดประเทศ ประชาชนไม่มีประสบการณ์ในการเดินห้างหรือซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อเลย ทันทีที่เปิดประเทศ ประชาชนก็ได้เรียนรู้กับการซื้อของทางออนไลน์ไปเรียบร้อย กรณีนี้ชัดเจนว่าค้าปลีกแบบเดิมจะสู้ได้ยาก เพราะผู้บริโภคไม่มีความคุ้นเคย หรือความต้องการในประสบการณ์แบบนั้นอยู่เลย

 

สุดท้ายนี้ ผมเองก็ตอบได้ยากว่าสุดท้ายแล้วค้าปลีกจะได้ไปต่อหรือจะเข้าสู้ยุคถดถอยในที่สุด แต่จากการที่ผมได้เดินทางไปประเทศต่างๆ ผมพูดได้ว่าบทบาทของค้าปลีกในแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกันออกไป การจะนำเหตุการณ์จากประเทศหนึ่งไปเทียบเคียงอีกประเทศหนึ่งโดยไม่มองมุมมองอื่นเลย ผมมองว่ามันค่อนข้างจะ “คร่าว” เกินไปสักหน่อย

 

ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ค้าปลีกนะ ถึงแม้จะค่อนข้างมั่นใจว่าค้าปลีกใน “บาง” ประเทศได้ “ตาย” ไปแล้วก็ตาม

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy