ธุรกิจ

งบ ERW กับรายได้ที่หายไป 94%

งบ ERW กับรายได้ที่หายไป 94%

งบ ERW กับรายได้ที่หายไป 94%

 

ERW หรือ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คือ ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมที่สำคัญในตลาดหุ้นไทย เนื่องจากหุ้นโรงแรมส่วนใหญ่มีธุรกิจร้านอาหารผสมอยู่มาก ERW จึงเป็นหุ้นตัวต้น ๆ ที่ใช้สำหรับดูภาพรวมธุรกิจโรงแรมอย่างจริงจัง ไม่มีธุรกิจอื่นมาเกี่ยวข้อง และอย่างที่ทราบกันดีว่า ปีนี้เป็นปีที่หนักหน่วงอย่างมากของโรงแรม ลงทุนศาสตร์จึงชวนทุกคนมาอ่านงบของ ERW ในไตรมาสนี้กัน

 

รายได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรม 96%

 

ในไตรมาส 2 ปี 2020 รายได้ของ ERW เท่ากับ 84 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าที่ 1,414 ล้านบาท หรือเทียบเท่ากับลดลง 94% โดยรายได้จากโรงแรมลดลงถึง 96% ในขณะที่รายได้จากค่าเช่าและค่าบริการ ลดลง 59% โดยภาพรวมการลดลงของรายได้ก็มาจากที่การที่บริษัทต้องปิดโรงแรมจำนวนมากในช่วงไตรมาสที่ 2 เนื่องจาก COVID – 19

 

แม้แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันก็ยังไม่ดีนัก

 

บริษัทให้ข้อมูลว่า กลุ่มโรงแรมที่ยังทำเงินได้ คือ โรงแรมที่อยู่ที่ชะอำ หัวหิน พัทยา หรือบริเวณที่เดินทางด้วยรถยนต์ถึง ที่พักบริเวณนี้เป็นที่นิยมมาก ส่วนโรงแรมราคาประหยัดก็กลับมาเปิดได้ปรกติ ส่วนโรงแรมในกรุงเทพต้องหันมาเน้นธุรกิจห้องอาหารในโรงแรมแทน เพราะกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ หายไปเป็นอย่างมาก

 

ส่วนของกำไรขาดทุนตั้งแต่ EBITDA

 

EBITDA (Earning Before Interest, Tax, Depreciation and Amortization) หรือ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ถือเป็นกำไรที่ใช้ดูกันมากในธุรกิจโรงแรม เนื่องจากโรงแรมเป็นธุรกิจที่มีค่าเสื่อมราคามาก กินกำไรไปเยอะ EBITDA จึงไว้ใช้ดูกำไรที่เกิดจากการทำธุรกิจที่ไม่นับค่าเสื่อมราคาต่าง ๆ แต่สำหรับไตรมาสนี้ ERW พลิกจากกำไร 330 ล้านบาท ในปีที่แล้ว มาเหลือขาดทุน 249 ล้านบาท ในปีนี้ ถือว่าหนักหนาสาหัสมาก เพราะรายได้ที่มียังไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ของธุรกิจได้เลย

 

ภาพรวมไตรมาสนี้ ERW ขาดทุนสุทธิ 625 ล้านบาท

 

เรียกได้ว่ายอดตัวเลขนี้สูงกว่ากำไรทั้งปีของบริษัทที่ผ่าน ๆ มา ใน 4 ปีที่แล้วด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินของบริษัทก็ยังไม่ได้มีวี่แววจะล่มสลายจนถึงขั้นน่ากังวล เพราะยังมีส่วนทุนเหลืออยู่อีก 4,885.62 ล้านบาท แต่ปริมาณหนี้ก็สูงเพิ่มมากขึ้นเป็น 16,373.85 ล้านบาท จากหนี้ที่มีอยู่เพียง 11,892.97 ล้านบาท ณ สิ้นปีที่แล้ว บางส่วนมาจากการนำมาตรฐานบัญชี TFRS16 มาใช้ ส่งผลให้หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 3,230 ล้านบาท

 

ดูดีที่สุดที่ Hop Inn

 

ในส่วนของโรงแรมประหยัดดูจะได้รับผลกระทบน้อยสุด เพราะมีการลดลงของอัตราการเข้าพักที่ 50% ในขณะที่เครืออื่นเฉลี่ยกันรวมอยู่ที่ 74% ทางบริษัทเองก็ยังเห็นว่า COVID – 19 ก็ยังคงไม่ได้ผ่านไปโดยเร็ว และนักท่องเที่ยวก็คงยังไม่กลับมาโดยง่าย แต่คงต้องมาดูกันว่า ERW จะปรับตัว และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้ดีที่สุดได้อย่างไร

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน