ธุรกิจ

ค่าแรงตัวเอง : จุดตายที่ผู้ประกอบการชอบหลงลืม

ค่าแรงตัวเอง

ค่าแรงตัวเอง น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ SMEs หรือ ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก ขาดทุนแบบไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบ รู้สึกเหมือนมีกำไร แต่กลับไม่ได้รู้สึกว่ารวยขึ้น กลายเป็นการขาดทุนแฝง ปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการที่ไม่เข้าใจเรื่องของบัญชี

 

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักลืมคิดค่าแรงตัวเอง

 

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการเปิดร้านอาหาร พ่อค้า แม่ค้า ก็มักจะคิดต้นทุนอาหารที่ขายมาจากค่าวัตถุดิบ ค่าแก๊ส ค่าอุปกรณ์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสถานที่ ค่าพนักงานภายในร้าน ค่าจิปาถะต่าง ๆ มากมาย แต่เท่าที่เคยถามลึกลงไปส่วนใหญ่ มักลืมใส่ค่าแรงตัวเอง

 

การไม่คิดค่าแรงตัวเองทำให้เราขาดทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

การขาดทุนทางตรง คือ ตัวเราเองในฐานะพนักงานคนหนึ่งในธุรกิจก็ไม่มีรายได้ ลองนึกสภาพเราจ้างลูกจ้างคนหนึ่งมาทำงาน แต่เราไม่จ่ายค่าแรงเขา แบบนี้ตัวลูกจ้างขาดทุนแน่ ๆ แต่ตัวเราเองจะสามารถขายสินค้าได้ถูก เพราะต้นทุนเราหายไปหนึ่งก้อน โครงสร้างต้นทุนบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง

 

การขาดทุนทางอ้อม คือ ถึงแม้บางครั้งเราใส่รายได้ หรือ กำไรคาดหวัง ของตนเองลงไปด้วย แต่ถ้าเราจงใจใส่มันน้อยเกินไป เราก็อาจจะกำลังขาดทุนทางอ้อมอยู่โดยที่เราไม่เคยรู้ตัว

 

การขาดทุนทางอ้อมที่ว่ามาจาก ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost)

 

เช่น ปรกติเราทำงานบริษัท ได้เงินเดือนเดือนละ 30,000 บาท พอลาออกมาเปิดร้านขายของ เรากลับใส่รายได้ให้ตัวเองแค่ 15,000 บาท แบบนี้แปลว่าเรากำลังขาดทุนโอกาสแล้ว เพราะถ้าเราทำงานอยู่ที่เก่า เราก็ได้เงินมากกว่านี้เห็น ๆ ดังนั้น ทางที่ดีเราควรจะใส่ต้นทุนให้สมเหตุสมผลกับตัวเราและสถานการณ์มากที่สุด

 

เราจะยอมได้ค่าแรงน้อย ๆ ก็ต่อเมื่อมีความคุ้มค่าด้านอื่นมาชดเชย เช่น เรามองว่าการทำร้านค้าทำให้เรามีความสุขมาก ตีเป็นเงินแล้วอาจจะได้ส่วนต่างสูงกว่า แบบนี้ก็พอจะคิดได้ แต่เราต้องเข้าใจโครงสร้างของต้นทุนก่อน เพื่อที่จะประเมินความคุ้มค่าในการทำธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

 

ดังนั้น ทำธุรกิจทุกครั้งอย่าลืมใส่ค่าแรงตนเองด้วย

 

หลายคนคิดว่าธุรกิจที่ตนเองทำอยู่กำไรสูงมาก เดือน ๆ หนึ่งได้กำไร 20,000 บาทตลอด แต่ปรากฏว่าความจริงเราลืมคิดเงินเดือนตัวเอง ถ้าแต่ก่อนเงินเดือน 20,000 บาทเท่ากัน แบบนี้กลายเป็นว่าธุรกิจไม่มีกำไรเลย แบบนี้เราอาจจะต้องคิดใหม่ว่า ธุรกิจนี้ยังคุ้มค่าจะทำต่อไปไหม ในเมื่อไม่มีกำไร เปิดธุรกิจเองกับเป็นลูกจ้างอันไหนเหนื่อยกว่า เห็นได้ว่าตัวเลขที่ต่างกันส่งผลต่อการตัดสินใจมากทีเดียว

 

ยิ่งธุรกิจกงสี กินกันหลายคน ไม่ใส่เงินเดือนสักคนยิ่งแล้วใหญ่ แบบนี้เราอาจจะเผลอคิดว่าธุรกิจเรากำไรมหาศาลได้ ทั้งที่ความจริงอาจจะกำไรบางเฉียบ เพราะเมื่อใส่ค่าแรงพ่อ แม่ พี่ น้อง เราไปหมดแล้ว กำไรก็อาจจะเหลือเพียงนิดเดียว

 

ลองไปปรับต้นทุนของธุรกิจตนเองกันดู

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน