ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท Avast : ผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อมจาก Ransomware

สรุปข้อมูลบริษัท Avast

สรุปข้อมูลบริษัท Avast : ผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อมจาก Ransomware

 

จากข่าวล่าสุดที่มีแฮกเกอร์เจาะระบบเข้าโรงพยาบาลในไทยแห่งหนึ่งแล้วเรียกค่าไถ่เป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ทำให้คนไทยเริ่มกลับมาตื่นตัวอีกครั้งในเรื่องความสำคัญของการปกป้องข้อมูล

 

เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้กังวลถึงอันตรายจากไวรัสคอมพิวเตอร์หรือแฮกเกอร์มากมายนัก แต่เมื่อคราวเคราะห์เกิดขึ้นกับตัว มันก็มักจะสายเกินแก้ เริ่มตั้งแต่คอมพิวเตอร์อาจช้าลง ไปจนถึงข้อมูลบัตรเครดิตถูกขโมยก็มี

 

ด้วยเหตุนี้เอง โปรแกรมที่ไว้ใช้ป้องกันไวรัสจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโปรแกรมอื่น ๆ ในคอมพิวเตอร์ และเพราะภัยคุกคามทางเทคโนโลยีนี้เองที่ทำให้หลายบริษัททำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากโปรแกรมป้องกันไวรัส

 

หนึ่งในนั้นคือ Avast โปรแกรมสแกนไวรัสฟรีที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

 

 

 

Avast เป็นบริษัทผู้สร้างโปรแกรมสแกนไวรัสสัญชาติเช็ก ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1988 โดย Pavel Baudiš และ Eduard Kučera

 

ย้อนไปสมัยปี 1988 หลายคนอาจคิดว่ายุคนั้นไม่น่าจะมีไวรัสคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมแปลก ๆ ในคอมพิวเตอร์มากนัก แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ตอนนั้นที่เป็นยุคสมัยของการใช้แผ่นดิสก์ในการเก็บข้อมูล มันก็มีไวรัสคอมพิวเตอร์ระบาดแล้ว ซึ่งผู้ก่อตั้งทั้งสองก็ได้สร้างโปรแกรมมาเพื่อกำจัดเจ้าไวรัสคอมพิวเตอร์นั้น และกลายมาเป็น Avast

 

ทุกวันนี้ Avast กลายเป็นผู้เล่นอันดับสองของโลกในตลาดโปรแกรมสแกนไวรัส และมีผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านคน แต่ถ้าเป็นสมัยยุคก่อตั้ง Avast ยังไม่ได้เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่อะไรนัก มีผู้ใช้งานแค่นิดหน่อย จนกระทั่งวันหนึ่งบริษัทได้ใช้กลยุทธ์บางอย่างที่ทำให้ทุกวันนี้มีรายได้กว่าปีละ 800 ล้านเหรียญได้ กลยุทธ์ที่ว่าคือ Freemium

 

 

 

งบการเงิน Avast

 

ปี 2017
รายได้ 653 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 687 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ -34 ล้านเหรียญ

 

ปี 2018
รายได้ 808 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 567 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 241 ล้านเหรียญ

 

ปี 2019
รายได้ 871 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 622 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 249 ล้านเหรียญ

 

 

 

 

Freemium เป็นกลยุทธ์ที่พบเห็นได้บ่อยในยุคปัจจุบัน แต่ไม่ใช่สิ่งที่เจอได้ง่ายนักในอดีต

 

อธิบายอย่างง่ายคือ กลยุทธ์นี้เป็นการให้ลูกค้าสามารถใช้สินค้าหรือบริการ “ฟรี” ได้บางส่วน แต่ถ้าอยากได้บริการที่เจ๋งกว่านั้น ก็ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน

 

ด้วยวิธีนี้ บริษัทอาจดูเหมือนขาดทุนในช่วงแรกที่ให้ลูกค้าใช้สินค้าและบริการฟรี ๆ แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การที่ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าก่อน มันก็มีโอกาสที่จะขายของได้มากขึ้นด้วย

 

ในกรณี Avast ก็เช่นกัน พอบริษัทเริ่มใช้กลยุทธ์ Freemium โดยที่ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมสแกนไวรัสไปใช้ได้ฟรี จำนวนผู้ใช้งานก็โตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเพียงไม่กี่คน กลายเป็น 1 ล้านคนในปี 2004

 

และเมื่อมีผู้ใช้งานมากขึ้น จนได้เห็นถึงความสามารถของโปรแกรมที่แท้จริงว่ามันดีขนาดไหน คนก็พร้อมจะจ่ายเงินเพื่อการสแกนไวรัสที่ดีขึ้นกว่าเดิม ยิ่งในยุคปัจจุบันที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นต่อชีวิตมนุษย์ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลต่าง ๆ ก็ยิ่งจำเป็น Avast จึงขายโปรแกรมได้เทน้ำเทท่า จนมีผู้สมัครใช้งานแล้วกว่า 400 ล้านคนทั่วโลกในปีล่าสุด

 

ส่วนราคาหุ้นเอง ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่านับตั้งแต่จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 2018 จนกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการกว่า 7 พันล้านเหรียญ

 

แม้นี่จะเป็นธุรกิจที่ดูดีไม่น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังสำหรับบริษัทเทคโนโลยีก็คือเรื่องของ “คน” เพราะคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ หากปราศจากคนเก่งมาทำงาน ก็อาจส่งผลต่อผลประกอบการหรือราคาหุ้นด้วยเช่นกัน

 

อย่างตอนช่วงต้นปี 2019 Avast ก็มีข่าวเรื่องผู้บริหารประกาศจะลงจากตำแหน่ง จนทำให้ราคาหุ้นร่วงไปกว่า 5% ในวันเดียว เพราะนักลงทุนมีความกังวลที่ผู้บริหารมากความสามารถออกจากตำแหน่งนั่นเอง

 

แต่ตราบใดที่ภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ยังคงมีอยู่ คนก็พร้อมที่จะอุดหนุนโปรแกรมของ Avast เสมอ เพราะการจ่ายเงินนิดหน่อยเพื่อป้องกันข้อมูล ยังไงเสียมันก็ถูกกว่าความเสียหายที่จะเกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์แน่ ๆ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง
Antivirus Program Market Share : statista.com
Annual Report : investors.avast.com
History : investors.avast.com
Avast shares drop as CEO prepares to step down despite cyber fears pushing profits up : cityam.com
งบการเงิน Avast : finance.yahoo.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน