ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท Baidu : Search Engine สัญชาติจีน

สรุปข้อมูลบริษัท baidu

สรุปข้อมูลบริษัท Baidu : Search Engine สัญชาติจีน

 

หากย้อนไปสัก 3-4 ปีก่อน ชื่อ Baidu อาจทำให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์หลายๆ คนต้องปวดใจทุกครั้งเวลาเห็นโปรแกรมนี้โลดแล่นอยู่บนเครื่อง บางคนก็ใช้งานได้แบบลื่นปรี๊ด แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ใช้แล้วทำให้คอมพิวเตอร์มีปัญหา จึงทำให้แบรนด์ของ Baidu ไม่สู้ดีนักในสายตาของผู้ใช้งานชาวไทย

 

ตัวโปรแกรมที่คนไทยคุ้นเคยกันดีก็อย่างเช่น Baidu PC Faster และ Baidu Browser แต่นอกจากตัวโปรแกรมแล้ว รู้หรือไม่ว่า Baidu ที่แผ่นดินเกิดนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิด

 

เพราะ Baidu นั้นเปรียบได้กับ Google ของประเทศจีน แถมใหญ่เสียจนได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ

 

 

 

Baidu ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 โดยชายที่ชื่อ Robin Li

 

ปี 2000 อาจเป็นปีที่โกลาหลทั้งวิกฤตหุ้น dotcom ล่มสลาย รวมถึงข่าวลือต่าง ๆ มากมายว่าระบบคอมพิวเตอร์จะล่มเพราะวิกฤต Y2K แต่ด้วยความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ที่สั่งสมมายาวนานตั้งแต่สมัยอยู่สหรัฐอเมริกา Robin Li จึงตัดสินใจก่อตั้ง Baidu เพราะเขาเห็นอยู่แล้วว่าอินเทอร์เน็ตจะต้องก้าวเข้ามาเปลี่ยนโลกในไม่ช้า

 

Baidu เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหา (search engine) รายแรกๆ ของจีนที่เกิดมาพร้อมกับความบูมของอินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้งานระบบค้นหาเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จนหลังจากนั้นอีกเพียง 5 ปี บริษัทก็นำพาตัวเองเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของสหรัฐได้สำเร็จในชื่อ BIDU

 

นับจากวันที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ ราคาหุ้นของ BAIDU ก็พุ่งทะยานจากราว ๆ หุ้นละ 6 เหรียญไปทำจุดสูงสุดได้กว่า 280 เหรียญ ธุรกิจของ Baidu ก็ขยับขยายซะจนกลายเป็น Google ของประเทศจีนได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่า Google มีอะไร Baidu ก็จะมีแบบนั้น รวมไปถึงโครงสร้างรายได้ก็มีความคล้ายคลึงกับ Google เช่นกัน นั่นคือมาจากค่าโฆษณา

 

งบการเงิน BAIDU

 

ปี 2016
รายได้ 10,159 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 8,484 ล้านเหรีญ
กำไรสุทธิ 1,675 ล้านเหรียญ

 

ปี 2017
รายได้ 13,285 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 10,481 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 2,804 ล้านเหรียญ

 

ปี 2018
รายได้ 15,102 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 11,093 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 4,009 ล้านเหรียญ

 

งบการเงินเองก็ดีไม่ใช่น้อย แต่ที่น่าแปลกคือราคาหุ้นกลับร่วงลงมาเกิน 50% เป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว

 

 

 

แม้ปัจจุบัน BAIDU จะครองส่วนแบ่งตลาด search engine ได้กว่า 3/4 พร้อมกับรายได้และผลกำไรที่สูงขึ้น แต่คู่แข่งก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยมาจากทั้ง Tencent ที่ทำธุรกิจเกมออนไลน์และยังมีแอปพลิเคชันที่พร้อมจะแย่งเวลาจากคนใช้งาน Baidu ไปได้เสมอ และยังมีน้องใหม่อย่าง TikTok แอปพลิเคชันวิดีโอแบบสั้น ที่เริ่มกระโดดเข้าสู่ตลาด search engine อีกด้วย

 

เรียกได้ว่า ใครก็ตามที่สามารถแย่งเวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปได้ คน ๆ นั้นก็เป็นคู่แข่งรายใหม่ของ BAIDU ไปโดยปริยาย

 

นี่จึงเป็นสาเหตุหลักให้ราคาหุ้น BAIDU ลดลงได้มากกว่าครึ่งตลอดสองปีที่ผ่านมา (ราคาหุ้นล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 120 เหรียญ) จริงอยู่ว่าตัวเลขรายได้และผลกำไรจะเพิ่ม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ราคาหุ้นนั้นซื้อขายทั้งการอิงจากสภาพปัจจุบันของบริษัท และอีกส่วนก็อิงจากอนาคตของบริษัท ซึ่งในกรณีของ BAIDU บริษัทเองก็มีความเสี่ยงทั้งจากรายได้ที่พึ่งพิงแต่ค่าโฆษณาเป็นสัดส่วนกว่า 85% ของรายได้รวม และตลาดโฆษณาเองก็มีคู่แข่งที่ดุเดือดและเงินทุนหนาพอกันเข้ามาเรื่อย ๆ จึงไม่แปลกที่นักลงทุนจะกังวลจนสะท้อนผ่านราคาหุ้นที่ร่วงหนัก

 

ทุกวันนี้อาจเป็นเบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรม แต่ก็อย่างที่หลายคนบอกไว้ การรักษาเบอร์หนึ่งไว้ให้นานเท่านาน มันยากยิ่งกว่าการได้มาซึ่งความเป็นเบอร์หนึ่งเสียอีก

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
Baidu หลุดจาก Top 5 บริษัทไอทีรายใหญ่ของจีน มี NetEase ขึ้นแซงในแง่มูลค่ากิจการตามราคาหุ้น : blognone.com
เจาะเส้นทางธุรกิจ Robin Li, ผู้ก่อตั้ง ‘Baidu’ Search Engine และเป็น 1 ใน 3 มหาอำนาจทางเทคโนโลยีของจีน : ceoblog.co
งบการเงิน BAIDU : jitta.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน