ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท Capcom : เจ้าของลิขสิทธิ์เกมชื่อดีของโลก

สรุปข้อมูลบริษัท Capcom

สรุปข้อมูลบริษัท Capcom : เจ้าของลิขสิทธิ์เกมชื่อดีของโลก

 

Capcom นับว่าเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์เกมที่มีชื่อเสียงค่ายหนึ่งในวงการเกมญี่ปุ่นเลย

 

โดยค่ายของ CAPCOM เองได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เกมที่มีชื่อเสียงดังๆ อย่างเกม Resident Evil , Monster Hunter , Street Fighter , Devil May Cry , Mega Man , Dead Rising และอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่ภายใต้การสร้างและขายเกมภายใต้ลิขสิทธิ์ของธุรกิจของตัวเองแล้ว CAPCOM ก็มีธุรกิจอื่นๆ ในเครือที่ให้ผลกำไรตอบแทนได้ไม่น้อยกว่าตัวเกมแบบ Digital Content เลย เรามาทำความรู้จักกับ CAPCOM กันครับ

 

ประวัติของบริษัท CAPCOM นั้น เริ่มต้นจากการทำวิจัยและผลิตเกม Arcade ผ่านบอร์ดวงจรอิเล็กทรอนิกของตัวเองที่มีชื่อว่า “CP System” ในช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งถัดมาไม่นาน เมื่อครั้นปี 1987 ทางบริษัทก็ได้จำหน่ายเกมที่ได้สร้างตำนานให้แก่วงกามขึ้นมาอย่างเกม Rockman และสุดยอดเกมไฟท์ติ้งตลอดกาลอย่างเกม Street Fighter ให้กับเครื่องเกม NES (Nintendo Entertainment System)

ด้วยความสำเร็จเริ่มแรกของ CAPCOM นี้เองที่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นสู่ก้าวแรกอันแข็งแรงสู่รุ่งอรุณแห่งช่วงทศวรรษ 1990….

 

ในช่วงปี 1990 หลังจากการปรากฏตัวของเครื่องเกม Super Nintendo (Super NES) บริษัทก็ได้สานต่อความสำเร็จด้วยการจำหน่ายเกม Street Fighter 2 และได้ให้กำเนิดตำนานสยองบทหนึ่งแห่งวงการเกม อย่าง Biohazard หรือที่รู้จักกันในชื่อ Resident Evil โดยได้ลงให้กับเครื่องเกม Playstation 1

ช่วงทศวรรษ 1990 นับว่าเป็นปีที่มีการขยายไลน์เกมมากที่สุดและเป็นก้าวที่สองที่ช่วยให้ CAPCOM ก้าวไกลมาถึงปัจจุบัน

 

ต่อมาเข้าช่วงศตวรรษ 2000 บริษัท CAPCOM เองได้เริ่มรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดย 1 ในเกมที่เปิดตำนานใหม่ให้กับค่ายนี้คือ Devil May Cry (ซึ่งปัจจุบันได้มีการสานต่อตำนานมากกว่า 5 ภาคต่อ+1 ภาครีบูทเลยทีเดียว) นอกจากนี้ยังมีเกมแนว Musou อย่างเกม BASARA เกมพิฆาตซอมบี้อย่าง Dead rising และเกมล่ามอนเตอร์(แย้)ขนาดใหญ่ยักษ์อย่างเกม Monster hunter

นับว่าช่วงทศวรรษ 2000 นี้เป็นการบุกตลาดต่างประเทศและเพิ่มฐานแฟนเกมได้อย่างเต็มภาคภูมิทีเดียวครับ

 

และก็มาถึงทศวรรษปัจจุบันนี้เอง แม้ช่วงหนึ่งทางค่าย CAPCOM เองอาจจะไม่ค่อยได้ออกเกม IP ใหม่ขึ้นมา รวมถึงการทำมาร์เก็ตติงที่พลาดไปบ้าง แต่กระนั้นแล้วบริษัทเองก็สามารถกลับมาครองใจแฟนคลับตัวเองและสามารถแก้เกมจนสามารถสร้างผลประกอบการที่น่าชื่นชมให้กับผู้ถือหุ้นได้ จนแสดงออกมาในตัวเลขงบการเงินดังที่จะแสดงไว้ด้านล่างนี้ครับ

 

 

งบการเงินของบริษัท CAPCOM

ปี 2016

รายได้รวม 77,021 ล้านเยน

กำไรจากการดำเนินงาน  12,029 ล้านเยน

อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น 10.6%

 

ปี 2017

รายได้รวม 87,170 ล้านเยน

กำไรจากการดำเนินงาน  13,650 ล้านเยน

อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น 11.6%

 

ปี 2018

รายได้รวม 94,515 ล้านเยน

กำไรจากการดำเนินงาน  16,037 ล้านเยน

อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น 13.4%

 

ปี 2019

รายได้รวม 100,031 ล้านเยน

กำไรจากการดำเนินงาน  18,144 ล้านเยน

อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น 14.4%

 

ปี 2020

รายได้รวม 81,591 ล้านเยน

กำไรจากการดำเนินงาน   22,827 ล้านเยน

อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น 16.9%

 

โดยรายได้ทั้งหมดนี้ นอกจากรายได้จากการจำหน่ายเกมแล้ว ยังมีรายได้อีก 3 หมวดหลักที่แสดงอยู่ในรายงานประจำปีอีกด้วย ได้แก่ Arcade Operations , Amusement Equipments และ อื่นๆ โดยแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้

ธุรกิจสื่อดิจิทอล (Digital Contents): เป็นการจำหน่ายซอฟแวร์เกมดิจิทอล โดยธุรกิจนี้มี Operating Margin ตั้งแต่ 6.8-40.3 % [คิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 70% ของรายได้รวม]

[เข้าใจว่าหากช่วงแรกที่เกมออกยอดขายยังไม่เข้าเป้าเท่าที่ควร จะยังไม่คืนทุนของการผลิตของเขา ส่งผลให้ Operating Margin ยังคงต่ำ แต่หากถึงจุดคุ้มทุนพร้อมทั้งมีการจำหน่ายใหม่ใน Platform เครื่องเกมอื่น จะเป็นเสมือนการขยาย Economic of Scale ทำให้มี Margin มากขึ้นนั่นเองครับ]

 

ธุรกิจบริหารร้านเกมอาร์เคด (Arcade Operations) : เป็นการบริหารร้าน ขายของที่ระลึกและให้บริการเครื่องเกมที่อยู่ภายในเครือ โดยมี Operating Margin อยู่ที่ราว 7.5-16 % [คิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 14% ของรายได้รวม]

 

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์สันทนาการ (Amusement Equipments) : เป็นการจำหน่ายตู้เกมและเครื่องเล่นปาจิงโกะ มี Operating Margin อยู่ที่ราว 25-37 % [คิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 8% ของรายได้รวม]

 

และธุรกิจอื่นๆ : ซึ่งได้แก่การจำหน่ายอนิเมชันจากเกมในเครือ รวมถึงหนังเรื่องต่างๆ ที่สร้างจากเกม นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการจัดประกวดรายการ E-Sport ภายในเครือด้วย มี Operating Margin อยู่ที่ราว 20-50 % [คิดเป็นสัดส่วนรายได้ราว 3% ของรายได้รวม]

 

โดยในช่วงปีที่เกิด COVID นี้ CAPCOM เองสามารถทำผลงานได้ดีมาก โดยได้อานิสงส์จากการจำหน่ายเกม Resident Evil 3 , Devil May Cry 5 Special Edition และมียอดจำหน่ายสะสมจากเกม Monster Hunter World: Iceborne ที่เพิ่มขึ้นมาด้วยในช่วงเวลาที่ผ่านมา

 

โดยตัวเกม Resident Evil 3 นั้นเป็นเกมที่ได้สร้างขึ้นใหม่อยู่แล้ว แต่สำหรับ Devil May Cry 5 Special Edition นั้น เป็นเกมตัวเดิมที่เคยพัฒนาไว้แล้ว หากแต่เป็นการเสริมตัวเกมให้มีลูกเล่นมากขึ้น เหมือนกับการหมุนใช้ทรัพยากรเดิมที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์โดยการจำหน่ายซ้ำนับว่าใช้ต้นทุนไม่สูงมากเหมือนกับการสร้างเกมขึ้นมาใหม่ๆ ครับ

 

กอปรกับมีรายได้จากออเดอร์จำหน่ายเครื่องเกมปาจิงโกะในช่วงโควิดนี้ด้วย จึงช่วยสร้างเสริมให้บริษัทมีทั้งยอดขายและกำไรที่สูงยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยนั่นเองครับ

 

สำหรับเรื่องราวของ CAPCOM นี้ก็มีแต่เพียงเท่านี้ ยาวหน่อยแต่ถ้าคุณชอบ ผมก็ดีใจครับ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

SOURCE:

Capcom Integrated Report 2020 : https://www.capcom.co.jp/ir/english/data/pdf/annual/2020/annual_2020_01.pdf

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน