ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท Facebook : แอป Facebook กำไรโต 2 เด้ง ใน 3 ปี

สรุปข้อมูลบริษัท Facebook

สรุปข้อมูลบริษัท Facebook : แอป Facebook กำไรโต 2 เด้ง ใน 3 ปี

 

อาจกล่าวได้ว่า Facebook คือหนึ่งในแบรนด์สินค้าที่มีผู้บริโภคมากที่สุดในโลก นี่คือบริษัทที่มีจำนวนบัญชีผู้ใช้งานกว่า 2,000 ล้านแอคเคาท์ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% เมื่อเทียบกับประชากรทั้งโลก และที่น่าทึ่งก็คือ บริษัทแสนล้านแห่งนี้สร้างขึ้นโดยนักศึกษาที่ตอนนั้นยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป

 

นักศึกษาคนนั้นคือ Mark Zuckerberg

 

 

 

แรกเริ่มเดิมที ตัว Mark เองก็เป็นคนที่ชอบด้านโปรแกรมมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ และพอเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เขาได้สร้างเว็บชื่อ Facemash ที่ไว้ใช้สำหรับโหวตว่าใครเป็นหนุ่มหล่อสาวสวยสุดฮอต และเว็บไซต์นี้เองคือต้นแบบคร่าวๆ ของ Facebook เวอร์ชั่นแรกในปี 2004

 

จากนั้นอีก 8 ปีให้หลัง เว็บไซต์เล็กๆ ที่อยู่ในหอพักนักศึกษา ก็มีขนาดมหึมาซะจนได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2012 โดยราคาซื้อขายในวันแรกอยู่ที่ประมาณ 38 เหรียญต่อหุ้น แต่ในปัจจุบัน ราคาหุ้นของ Facebook พุ่งสูงขึ้นถึงเกือบหุ้นละ 200 เหรียญ พร้อมกับมูลค่าของบริษัทที่สูงกว่า 500,000 ล้านเหรียญไปเป็นที่เรียบร้อย

 

 

 

แล้ว Facebook มีรายได้จากไหนกันล่ะ ?

 

แม้ผู้ใช้อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ จะได้ใช้งานฟรี (ยกเว้นก็แต่คนที่เติมเงินในเกมอย่างหนักหน่วงใน Facebook เมื่อราว ๆ 3-4 ปีก่อน) แต่โลกนี้ไม่เคยมีอะไรฟรีแบบไม่มีเงื่อนไข เพราะทุกครั้งที่เราใช้งาน Mark Zuckerberg ก็จะติดตามเราทุกฝีก้าวเช่นกัน ว่าเรากดไลก์ กดแชร์ ส่องเฟซบุ๊กใคร คอมเมนต์ใครบ้าง หรือสนใจอะไรเป็นพิเศษ นี่คือราคาที่เราจ่ายไปแบบไม่รู้ตัว เพียงแค่มันไม่ได้อยู่ในรูปของเงินก็เท่านั้น

 

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เองที่มีค่ามากกว่าทอง เพราะ Facebook ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลเพื่อค้นหาว่าผู้ใช้คนไหนสนใจเรื่องอะไรบ้าง ในขณะเดียวกัน ทางเว็บก็เปิดรับลงโฆษณาจากคนอื่นที่ต้องการลงโฆษณาขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ แล้วแสดงผลโฆษณาให้กับกลุ่มที่สนใจสินค้าประเภทนั้น ค่าโฆษณานี้เองที่เป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท

 

และที่บอกว่าข้อมูลของเรานั้นมีค่ายิ่งกว่าทองไม่ได้เป็นแค่คำเปรียบเปรย เพราะนี่คือขุมทองออนไลน์ที่ Mark Zuckerberg ทำเงินจากเราได้ปีแล้วปีเล่า เพียงแค่ 3 ปีล่าสุด Facebook ก็มีกำไรสุทธิที่โตขึ้นกว่าเท่าตัวแล้ว

 

ปี 2016
รายได้ 27,638 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 17,421 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 10,217 ล้านเหรียญ

 

ปี 2017
รายได้ 40,653 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 24,719 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 15,934 ล้านเหรียญ

 

ปี 2018
รายได้ 55,838 ล้านเหรียญ
ค่าใช้จ่าย 33,726 ล้านเหรียญ
กำไรสุทธิ 22,112 ล้านเหรียญ

 

เห็นได้แบบชัดเจนยิ่งกว่าความสัมพันธ์กับคนคุยใน Facebook ว่าบริษัทนี้มีกำไรใช่ย่อย อย่างไรก็ตาม องค์กรยักษ์ใหญ่ระดับนี้ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ ความเสี่ยงของบริษัทที่เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน นั่นคือเรื่องของ “ค่าโฆษณา” เพราะรายได้จากส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่า 98.5% ของรายได้รวมทั้งบริษัท

 

นั่นแปลว่า หากในอนาคตคนเลิกใช้งานโฆษณาผ่าน Facebook แล้วไปลงโฆษณากับคู่แข่งแทน (เช่น Google) รายได้ของบริษัทก็อาจหายไปแบบมีนัยสำคัญ แต่โชคยังเข้าข้าง Facebook อยู่บ้างตรงที่สถานะของบริษัทตอนนี้คือเว็บสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงทำให้บริษัทยังขึ้นค่าโฆษณาได้ต่อไปตราบใดที่ยังมีผู้ใช้งานจำนวนมากอยู่ อย่างน้อยก็เห็นได้จากรายได้และกำไรของบริษัทที่โตขึ้นได้แบบไม่มีสะดุด

 

อีกทั้ง Facebook ก็กระจายความเสี่ยงด้วยการขยายแพลตฟอร์มโฆษณามากขึ้น แต่เดิมอาจมีแค่ Facebook เพียงธุรกิจเดียว แต่หลังจากที่ก้าวเข้าสู่การเป็นมหาชน ความพร้อมด้านเงินทุนเริ่มสูงขึ้น บริษัทก็เริ่มเข้าซื้อกิจการอื่นๆ เป็นว่าเล่น ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือการซื้อ Instagram ในราคา 1,000 ล้านเหรียญในปีเดียวกับที่เอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น และซื้อ WhatsApp ที่มีลักษณะคล้ายแอป Line ในฟากฝั่งอเมริกาเป็นเงินกว่า 19,000 ล้านเหรียญในปี 2014 เรียกได้ว่าคนที่จะเลิกโฆษณากับ Facebook คงต้องนั่งคิดนอนคิดอย่างหนักมาก เพราะสามแพลตฟอร์มนี้มีบัญชีผู้ใช้งานรวมกันน่าจะเกิน 3 พันล้านบัญชี

 

แต่ถึงอย่างนั้น โลกของธุรกิจล้วนเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ในอดีต Yahoo! ที่เป็นเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่ก็ยังล้มได้ อะไรก็เกิดขึ้นกับยักษ์ได้เช่นกันถ้าไม่รู้จักปรับตัว

 

แต่ Facebook ก็เป็นผู้ที่ประตัวได้เก่งมาก ดูจากความสามารถในการยืนหนึ่งในวงการโซเชียลมีเดียมาอย่างยาวนาน

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
ประวัติ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้ง Facebook : ceoblog.co
งบการเงิน Facebook : jitta.com
What Is Facebook’s Revenue Breakdown? : nasdaq.com
How Facebook Makes Money : investopedia.com

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน