ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท PepsiCo : Lay’s และ Pepsi มีเจ้าของคนเดียวกัน

สรุุปข้อมูลบริษัท PepsiCo

สรุปข้อมูลบริษัท PepsiCo : Lay’s และ Pepsi มีเจ้าของคนเดียวกัน

 

คิดว่า Coke กับ Pepsi บริษัทไหนมีรายได้มากกว่ากัน ?

 

ถ้ามองเผิน ๆ อาจคิดว่าโค้กน่าจะมีรายได้มากกว่า เพราะเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมน้ำดำของโลก ด้วยตัวเลขรายได้ในปีล่าสุดที่สูงถึง 32,000 ล้านเหรียญ แต่แท้จริงแล้ว คนที่มีรายได้มากกว่าคือเป๊ปซี่ และรายได้สูงกว่าโค้กถึงเท่าตัว

 

มันเป็นไปได้ยังไงที่เบอร์สองในอุตสาหกรรมจะมีรายได้มากกว่าเบอร์หนึ่ง นั่นก็เพราะเป๊ปซี่ไม่ได้ขายแต่น้ำอัดลมน่ะสิ !

 

 

 

เป๊ปซี่ก่อตั้งขึ้นในช่วงเวลาหลังจากที่โค้กก่อตั้งมาแล้ว 13 ปี จุดร่วมที่เหมือนกันกับโค้กก็คือสูตรการทำน้ำอัดลมนั้นคิดค้นโดยเภสัชกรเหมือนกัน ซึ่งเภสัชกรที่คิดค้นเป๊ปซี่มีชื่อว่า Caled Bradham

 

ในยุคนั้น ร้านขายยาแทบทุกหนแห่งจะมีตู้สำหรับชงน้ำอัดลมตั้งอยู่ ถึงขนาดมีอาชีพที่เรียกว่า Soda Jerks (เด็กชงโซดา) ซึ่งเด็กวัยรุ่นยุคนั้นนิยมมาทำเป็นงานพิเศษ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าแบรนด์ที่ติดตลาดมาก่อนแล้วคือโค้ก แต่เป๊ปซี่ก็ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลานั้น พร้อมกับการขยับขยายธุรกิจไปเรื่อย ๆ

 

โชคร้ายของเป๊ปซี่ที่ไม่สามารถตีตลาดของโค้กได้ง่ายนัก แถมบริษัทยังประสบภาวะล้มละลายถึง 2 ครั้งด้วยกัน แต่ก็สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้ พร้อมกับจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นในปี 1965 เมื่อเกิดการควบรวมกับบริษัทอีกแห่งที่ทำให้เป๊ปซี่โตขึ้นแบบติดจรวด นั่นคือบริษัท Frito Lay เจ้าของมันฝรั่งที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง

 

จริงอยู่ว่าเป๊ปซี่จะเป็นเบอร์สองในอุตสาหกรรมน้ำอัดลม แต่ผลจากการควบรวมระหว่างธุรกิจน้ำหวานและธุรกิจขนม จึงส่งผลให้รายได้ของ Pepsi Co พุ่งทะลุ 64,000 ล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อย

 

งบการเงิน Pepsi Co

 

ปี 2016

รายได้ 62,799 ล้านเหรียญ

ค่าใช้จ่าย 56,470 ล้านเหรียญ

กำไรสุทธิ 6,329 ล้านเหรียญ

 

ปี 2017

รายได้ 63,525 ล้านเหรียญ

ค่าใช้จ่าย 58,668 ล้านเหรียญ

กำไรสุทธิ 4,857 ล้านเหรียญ

 

ปี 2018

รายได้ 64,661 ล้านเหรียญ

ค่าใช้จ่าย 52,146 ล้านเหรียญ

กำไรสุทธิ 12,515 ล้านเหรียญ

 

โดยในรายได้ 64,661 ล้านเหรียญปีล่าสุด แบ่งเป็นรายได้จากเครื่องดื่ม (หลักๆ ก็คือเป๊ปซี่) 46% ของรายได้ทั้งหมด และอีก 54% ที่เหลือนั้นมาจากธุรกิจขนม ไม่ว่าจะเป็นเลย์ ชีโตส โดริโทส และขนมยี่ห้อติดตลาดอื่น ๆ อีกเพียบ

 

เห็นได้ชัดว่าข้อแตกต่างระหว่าง Pepsi Co และ Coca Cola ก็คือ โค้กเน้นทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่เป๊ปซี่จะทำทั้งเครื่องดื่มและขนม อย่างน้อยก็เพื่อกระจายความเสี่ยงหากมีอะไรเกิดขึ้นกับธุรกิจน้ำอัดลมของบริษัท

 

ถ้าเป็นสมัย 20-30 ปีก่อนอาจจะยังไม่เห็นภาพชัดนักว่าจะมีอะไรมาสั่นคลอนธุรกิจน้ำอัดลมได้ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราน่าจะเห็นกันแล้วว่าเทรนด์ของผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับสุขภาพตัวเองมากขึ้น ลดการบริโภคอะไรที่มีน้ำตาลเยอะ ๆ อย่างเช่น น้ำอัดลม ในกรณีของโค้ก กระแสผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนี้ถึงกับทำให้ยอดขายลดลงเลยทีเดียว และบริษัทก็ต้องเข็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาสู้ ทั้งโค้กซีโร่ โค้กแบบหวานน้อย หรือแม้แต่โค้กกระป๋องเล็กเพื่อจับลูกค้าที่อยากกินทีละน้อย ๆ

 

Pepsi Co ก็อาจเผชิญชะตากรรมไม่ต่างจาก Coca Cola ในเรื่องของน้ำอัดลม แต่อย่างน้อยบริษัทก็ยังมีธุรกิจขนมพอที่จะทดแทนได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าการมีธุรกิจขนมจะทำให้บริษัทอยู่รอด เพราะขนมคบเคี้ยวก็เป็นอีกสินค้าหนึ่งที่คนเริ่มคิดก่อนกินมากขึ้น เนื่องจากความกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพ ห่ากในอนาคตบริษัทไม่สามารถหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มาตอบโจทย์เทรนด์นี้ได้ รายได้และผลกำไรก็มีสิทธิ์ลดลง

 

อาจดูเหมือนว่า Pepsi Co มีการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่ดีกว่า แต่ถ้าวิเคราะห์ดูจริง ๆ แล้ว สินค้าเกือบทั้งหมดของบริษัทก็อยู่ในหมวดสินค้าที่คนรักสุขภาพมักจะหลีกเลี่ยง

 

หากไม่วิเคราะห์ให้ลึกพอ บางสิ่งที่ดูเหมือนไม่เสี่ยงก็อาจมีความเสี่ยงซ่อนอยู่

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
COKE VS. PEPSI: The Story Behind The Neverending ‘Cola Wars’ :  businessinsider.com/
ประวัติเป๊ปซี่ : narukbell.wordpress.com
รายงานประจำปี Pepsi Co : pepsico.com
งบการเงิน Pepsi Co : jitta.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน