ธุรกิจ

สรุปข้อมูลบริษัท TikTok : แอปที่เติบโตมหาศาลช่วงวิกฤต

สรุปข้อมูลบริษัท TikTok

สรุปข้อมูลบริษัท TikTok : แอปที่เติบโตมหาศาลช่วงวิกฤต

 

หากต้องการเริ่มต้นธุรกิจอะไรสักอย่างที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ หนึ่งในสิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ ในตลาดนั้น ๆ มีคู่แข่งอยู่มากน้อยแค่ไหน และคู่แข่งที่ว่านั้นแข็งแกร่งขนาดไหน

 

เพราะต่อให้โมเดลธุรกิจจะดูไร้เทียมทาน แต่ถ้าฝืนไปลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีเจ้าตลาดมานานแล้ว อาจไม่ต่างอะไรกับเอาไม้จิ้มฟันไปงัดท่อนซุง มันยากที่จะเอาชนะคู่แข่งได้

 

แค่วิธีคิดแบบนี้ใช้ไม่ได้กับบริษัทแห่งหนึ่ง บริษัทที่เข้าไปในอุตสาหกรรมที่แทบจะผูกขาด 100% อย่างโซเชี่ยลมีเดีย แน่นอนว่าเจ้าตลาดที่เรารู้ ๆ กันก็คือ Facebook แต่บริษัทแห่งนี้สามารถเติบโตจนมีผู้ใช้งานต่อเดือนทะลุหลัก 500 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อย

 

บริษัทดังกล่าวคือ ByteDance ผู้เป็นเจ้าของแอป TikTok

 

 

 

TikTok คือแอปพลิเคชั่นสัญชาติจีนที่เปิดตัวเมื่อปี 2016 โดยผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดคลิปวิดีโอสั้น ๆ ประกอบเสียงเพลงของตัวเองลงในแพลตฟอร์มได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยจุดเด่นคือระยะเวลาคลิปที่สั้นมาก (ไม่เกิน 1 นาที) แต่จุดเด่นนี้เองที่ทำให้แอปดังกล่าวโด่งดังมากในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น และปัจจุบันก็มีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนต่อเดือนเข้าไปแล้ว

 

TikTok เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ByteDance ที่ก่อตั้งโดย Zhang Yiming บริษัทดังกล่าวยังมีแอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับข่าว และมีแผนที่จะทำเว็บค้นหาข้อมูลด้วย ที่น่าสนสนใจคือแทบทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทล้วนมีผู้ใช้งานแบบล้นหลาม จนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่โตเร็วสุด ๆ ชนิดที่ว่า “โตเร็วอย่างน่ากลัว”

 

นั่นก็เพราะว่า แม้แต่ TenCent ผู้เป็นเจ้าของแอป WeChat ที่มีผู้ใช้งานในประเทศจีนหลายร้อยล้านคน ยังออกมายอมรับว่า TikTok คือคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดและพยายามทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คนไปใช้งาน TikTok หรือกระทั่ง Mark Zuckerberg ก็ถึงกับพูดเองว่า TikTok เป็นแอปพลิเคชั่นที่โตเร็วมาก ๆ ในสหรัฐ

 

และถ้าถามว่า ByteDance ใหญ่แค่ไหน? ถ้าคำนวณจากสัดส่วนที่มีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาลงทุน ในปัจจุบันนี้บริษัทนี้จะมีมูลค่าเกือบ ๆ 80,000 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 2.4 ล้านล้านบาท ใหญ่ยิ่งกว่าธนาคารหรือบริษัทพลังงานในประเทศไทยเสียอีก

 

ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือ หากอ้างอิงจากคำกล่าวอ้างของบริษัท รายได้ในปีล่าสุดของ ByteDance นั้นสูงถึง 140,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 20,000 ล้านเหรียญเลยทีเดียว เห็นที ByteDance และแอป TikTok ที่ดูเหมือนเป็นเพียงของเล่นฆ่าเวลาสำหรับคนรุ่นใหม่ จะไม่ได้เป็นเพียงของเล่นฆ่าเวลา แต่ยังเป็นของเล่นที่พยายามมาฆ่าโซเชี่ยลมีเดียเจ้าอื่น ๆ ด้วย

 

 

 

รายได้ของ ByteDance (ตามคำกล่าวอ้างของบริษัท)

 

ปี 2016 : 6,000 ล้านหยวน
ปี 2017 : 16,000 ล้านหยวน
ปี 2018 : 50,000 ล้านหยวน
ปี 2019 : 140,000 ล้านหยวน

 

 

 

การเติบโตของรายได้ดูน่าประทับใจไม่น้อย แต่ไหนล่ะกำไร?

 

น่าเสียดายที่ข้อมูลด้านการเงินของ ByteDance มีจำกัด รวมถึงยังไม่มีข้อมูลด้วยว่าเฉพาะตัว TikTok อย่างเดียวนั้นสามารถทำเงินให้กับบริษัทโดยรวมได้เท่าไหร่ แต่จากข้อมูลล่าสุดเท่าที่พอจะหาได้ก็คือ ในปี 2018 นั้น ByteDance ขาดทุนเป็นเงินประมาณ 85,000 ล้านหยวน จากการที่ขยายธุรกิจของ TikTok ออกไปต่างประเทศ

 

นั่นก็แปลว่า แม้รายได้จะเติบโต แต่ตัวเลขการขาดทุนอาจเติบโตเร็วยิ่งกว่ารายได้เสียอีก ถ้าเป็นในมุมมองของนักลงทุน นี่อาจเป็นกิจการที่น่ากังวลไม่น้อยเพราะยังไม่สามารถทำกำไรได้ชัดเจน ผู้ใช้งานมากขึ้นคือเรื่องที่ดีเสมอ แต่ถ้าทำเงินจากมันไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์

 

เหตุผลอีกประการที่น่ากังวลพอกันก็คือ ดูเหมือนว่า TikTok จะยังมีโมเดลการสร้างรายได้ที่ไม่ชัดเจนนัก เท่าที่พอจะสรุปได้ รายได้ของ TikTok ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดให้ผู้รับชมสามารถซื้อไอเทมเพื่อแจกให้กับผู้ลงคลิปในแพลตฟอร์ม (ชอบคนไหนก็ซื้อของให้คนนั้น) แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่รายได้ส่วนหนึ่ง เพราะตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ได้อย่างชัดเจนว่าวิธีทำเงินของ TikTok มาจากตรงไหนกันแน่ อย่างไรก็ตาม ล่าสุด TikTok ก็เริ่มเปิดให้คนเข้ามาโฆษณาในแอปพลิเคชั่นของตัวเองแล้ว ถ้าการเติบโตของผู้ใช้งานยังโตขึ้นสม่ำเสมอ ไม่แน่ว่าบริษัทอาจจะมีกำไรเป็นครั้งแรกก็ได้

 

และยิ่งสถานการณ์ล่าสุดที่ COVID-19 กำลังระบาดไปทั่วโลกจนทำให้คนนับล้านต้องกักตัวอยู่บ้าน แอป TikTok ก็ยิ่งได้โอกาสเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ไม่ต้องดูตัวอย่างให้อื่นไกล เพลงซุปเปอร์วาเลนไทน์ที่หลอกหลอนคนไทยหลายวันก็มาจากแอปพลิชั่น TikTok และจุดนั้นเองที่ทำให้แอปดังกล่าวกลายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ต้องมีติดโทรศัพท์

 

ไม่ว่าบริษัทจะยังขาดทุนต่อไปหรือกลับมามีกำไรได้เมื่อไหร่ ByteDance และ TikTok ก็นับเป็นตัวอย่างชั้นดีที่น่าศึกษา ว่าต่อให้อุตสาหกรรมนั้น ๆ จะมีเจ้าตลาดที่ดูแข็งแกร่งแค่ไหน (เหมือนตลาดโซเชียลมีเดียที่มีเจ้าตลาดยักษ์ใหญ่อยู่แล้ว) มันก็ยังมีโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ ๆ ได้เสมอ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
ความสำเร็จของ Tik Tok คือฝันที่อยากโค่น Google และ Tencent : marketingoops.com
กรณีศึกษา Tiktok กำลังดิสรัปต์การตลาดให้ธุรกิจเพลงทั่วโลก : ceochannels.com
Analysis of ByteDance : ethz.ch

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน