เศรษฐกิจ

นักท่องเที่ยว ที่มาไทยใช้เงินกับอะไรมากที่สุด

นักท่องเที่ยว

จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ได้มีการรวบรวมลักษณะการใช้จ่ายเงินของ นักท่องเที่ยว ที่มาท่องเที่ยวประเทศไทยเมื่อปี 2016 แบ่งออกตามกลุ่มประเทศของนักท่องเที่ยว แสดงถึงผลการจับจ่ายใช้สอยที่น่าสนใจ โดยบ่งบอกถึงการกระจายเม็ดเงินของการท่องเที่ยวออกไปในแต่ละภาคธุรกิจได้เป็นอย่างดี

 

นักท่องเที่ยว และการใช้เงินแบ่งตามประเภท

 

1 Shopping

 

หลายคนอาจคิดว่าผู้ที่จะครองแชมป์เจ้าพ่อเจ้าแม่นักท่องเที่ยวขาช็อปจะเป็นประเทศจีน แต่คำตอบคือผิด นักท่องเที่ยวที่ใช้เงินไปกับการซื้อสินค้ามากที่สุดคือกลุ่มเอเชียใต้ ซึ่งคือประเทศกลุ่มอินเดีย โดยมีค่าเฉลี่ยใช้จ่ายอยู่ที่ 56.6 เหรียญ หรือประมาณ 1,800 บาทต่อวัน เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนอินเดียชอบมาซื้อสินค้าไปขายที่ประเทศตนเองด้วย จึงทำให้ยอดเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อหัวสูงขึ้นไปเนื่องจากมีส่วนหนึ่งซื้อไปขายต่อ

 

2 Entertainment

 

เจ้าของแชมป์การใช้เงินไปกับกิจกรรมสันทนาการ เช่น การดูโชว์หรือการแสดงต่างๆ ตกเป็นของนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Oceania หรือประเทศในโซนออสเตรเลีย โดยยอดการใช้จ่ายอยู่ที่ 23.0 เหรียญต่อวัน หรือประมาณ 700 กว่าบาทไทย

 

3 Sightseeing

 

นักท่องเที่ยวที่เสียเงินไปกับค่าทัวร์มากที่สุด คือ นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน โดยค่าทัวร์ท่องเที่ยวอยู่ที่เฉลี่ย 9.5 เหรียญต่อวัน หรือประมาณ 300 บาท สัดส่วนตรงนี้อาจจะแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเป็นนักท่องเที่ยวที่ยังนิยมมาเที่ยวไทยผ่านบริษัททัวร์มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเที่ยวของคนจีนผ่านทัวร์ในประเทศไทยก็มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ และนิยมหันมาท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น

 

4 Accommodation

 

ค่าใช้จ่ายเรื่องที่พักถือเป็นสัดส่วนการใช้จ่ายที่สูงที่สุดในแต่ละวัน โดยถือเป็นประมาณ 30% ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในแต่ละวันเลยทีเดียว โดยนักท่องเที่ยวที่ครองแชมป์การใช้จ่ายเรื่องที่พักต่อวันสูงที่สุดคือ นักท่องเที่ยวในกลุ่ม Oceania โดยยอดการใช้จ่ายค่าที่พักต่อวันอยู่ที่ 53.6 เหรียญ หรือประมาณ 1,700 บาทต่อวัน โดยกลุ่มที่ใช้จ่ายน้อยๆ จะอยู่ในช่วง 26 เหรียญ หรือประมาณ 800 บาทต่อวัน ค่าเฉลี่ยห้องพักจึงอยู่ในช่วงประมาณ 1,600 – 3,400 ต่อบาทต่อห้องต่อสองคน ซึ่งอาจจะเห็นแนวโน้มกลุ่มราคาเฉลี่ยของห้องพักที่นักท่องเที่ยวเลือกพัก

 

5 Food & Beverage

 

การจับจ่ายใช้สอยเรื่องอาหารและเครื่องดื่มของนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ จะเกาะกลุ่มกันอยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน โดยผู้ที่ใช้เงินกับค่าอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุดคือ นักท่องเที่ยวจาก Oceania ครองแชมป์ไปที่ 31.9 เหรียญ หรือประมาณ 1,000 บาทต่อวัน ในขณะที่ห่างจากรองแชมป์คือนักท่องเที่ยวจีนเพียงนิดเดียวที่ 31.5 เหรียญต่อวัน แต่โดยภาพรวมค่าเฉลี่ยในการใช้จ่ายด้านนี้ก็ต่างกันไม่มากนัก

 

6 Local Transportation

 

ผู้ครองแชมป์ด้านการใช้จ่ายไปกับการเดินทางสูงที่สุด คือ นักท่องเที่ยวจากโซนอเมริกา ที่ใช้จ่ายอยู่ที่ 16.5 เหรียญหรือประมาณ 500 บาทต่อวันซึ่งก็เฉือนชนะนักท่องเที่ยวจีนไปเพียงเล็กน้อยที่ 16.1 อีกเช่นกัน

 

7 Overall

 

หากคิดการใช้จ่ายเงินรวมทุกด้านต่อวันแล้ว นักท่องเที่ยวที่พลิกกลับมาชนะครองแชมป์นักจับจ่ายใช้สอยในประเทศไทยกลับกลายเป็น “นักท่องเที่ยวจีน” ซึ่งใช้จ่ายอยู่ที่ 171.2 เหรียญ หรือประมาณ 5,500 บาทต่อวันโดยเฉลี่ย เนื่องจากถึงแม้นักท่องเที่ยวจีนจะครองแชมป์ด้านการจับจ่ายเพียง Sightseeing เพียงด้านเดียว แต่โดยภาพรวมก็ติดอันดับต้นๆ เกือบทุกแขนง แต่ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากกลุ่ม Oceania ที่ได้ครองแชมป์ในหลายๆ สาขา กลับมียอดใช้จ่ายกับการช็อปปิ้งที่ค่อนข้างต่ำ จนดึงค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อวันให้ลดลงค่อนข้างมาก เสียแชมป์ให้กับจีนไปในท้ายที่สุด (อ่านเพิ่มเติมเรื่องนักท่องเที่ยวจีน : คนจีนชอบเที่ยวไทย หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์)

 

อย่างไรก็ตาม ปี 2016 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่นักท่องเที่ยวจีนได้รับผลกระทบเยอะจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ปัจจัยดังกล่าวจึงอาจจะส่งผลให้ค่าเฉลี่ยดังกล่าวผิดเพี้ยนไปได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ในปี 2017 นักท่องเที่ยวจีนที่มายังประเทศไทยก็กลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยในช่วงเดือนธันวาคม 2017 เติบโตมากกว่า 50% yoy และในปัจจุบันยังครองสัดส่วนนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไทยในสัดส่วนประมาณเกือบ 30% ของนักท่องเที่ยวรวมทั้งหมด

 

ในภาพรวมแล้ว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังดูมีแนวโน้มที่สดใสและยังเติบโตได้อีกมาก แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงไม่แพ้กันเลยคือการรักษามาตรฐานการท่องเที่ยวและการรักษาทรัพยากรให้อยู่กับเราได้ไปในระยะยาว เพราะหากการใช้สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศไม่ได้ถูกดูแลรักษาอย่างดี การท่องเที่ยวไทยก็จะไม่ต่างกับบ่อน้ำมันที่ขุดออกมาขายไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งก็จะหมดลงไปกับทรัพยากรที่ร่อยหรอไปทุกวัน

 

นอกจากรอภาครัฐที่จะออกมาตรการมากำกับดูแลการท่องเที่ยวและทรัพยากรแล้ว พวกเราทุกคนก็ยังสามารถช่วยกันดูแลสถานที่ท่องเที่ยวด้วยการท่องเที่ยวอย่างไม่ทำลายธรรมชาติ เพื่อรักษาให้ทรัพยากรเหล่านี้อยู่กับเราไปตราบนานเท่านาน

 

ไม่เอาอะไรกลับไป นอกจากภาพถ่าย

ไม่ทิ้งอะไรไว้ นอกจากรอยเท้า

และไม่เก็บอะไรกลับไป นอกจากความทรงจำ

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

 

ปล. เครดิตรูปภาพ เส้นทางเศรษฐี

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน