เศรษฐกิจ

เศรษฐศาสตร์ของการแบนยาฆ่าหญ้า : แบนพาราควอตแล้วผักจะแพงขึ้นจริงเหรอ ?

แบนพาราควอตแล้วผักจะแพงขึ้นจริงเหรอ

อีกหนึ่งกระแสที่กำลังมาแรงช่วงนี้ คือ การแบนสารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต (Paraquat ; ยาฆ่าหญ้า) ไกลโฟเซต (Glyphosate ; ยาควบคุมวัชพืช) และ คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos ; ยากำจัดแมลง) หลังจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติแบน 3 สารเคมีแล้ว กระแสของผู้คนก็ออกมาบอกกันว่า ต่อไปราคาผักจะแพงขึ้นแน่ วันนี้ ลงทุนศาสตร์จึงชวนมาคุยกันเรื่อง เศรษฐศาสตร์ของการแบนยาฆ่าหญ้า และคำถามที่ว่า แบนพาราควอตแล้วผักจะแพงขึ้นจริงเหรอ

 

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า บทความนี้ไม่ได้พูดถึงประเด็น หรือตัดสินว่า การแบน 3 สารเคมีนี้เป็นเรื่องที่ถูกหรือผิดหรือไม่ เพียงแต่นำกรณีศึกษามาพูดคุยในแง่ของเศรษฐศาสตร์เท่านั้น เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจกลไกของเศรษฐศาสตร์ต่อสิ่งรอบ ๆ ตัวมากขึ้น

 

การแบนสารเคมี 3 ชนิด จะทำให้เกิดอะไรบ้าง

 

1) ความต้องการสินค้าทดแทนยาฆ่าหญ้าที่ถูกแบนจะเพิ่มสูงมากขึ้น

 

สินค้าทดแทน หรือ Substitute Good คือ สินค้าประเภทหนึ่งที่สามารถใช้แทนสินค้าอีกประเภทหนึ่งได้ด้วยวัตถุประสงค์เดียวกัน เมื่อยาฆ่าหญ้าชนิดหนึ่งถูกห้ามใช้ ยาฆ่าหญ้าอีกชนิดหนึ่งก็จะมีความต้องการใช้มากขึ้น เนื่องจากคนต้องการนำมาใช้ทดแทนยาฆ่าหญ้าเดิม ความต้องการที่สูงมากขึ้นดังกล่าวอาจส่งผลให้ราคาสินค้าทดแทนเพิ่มสูงขึ้นได้ ถ้าสินค้าทดแทนมีราคาสูงกว่าหรือเท่ากับสารที่ถูกแบน แนวโน้มของราคาสินค้าการเกษตรอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้สารทดแทนประเภทเดียวกัน

 

2) ตลาดมืดของสารที่โดนแบนอาจจะเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ

 

ตลาดมืด หรือ Black Market คือ ตลาดของการแลกเปลี่ยนสินค้าที่ผิดกฎหมาย หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ 100% ระบบเศรษฐกิจก็สามารถเกิดตลาดสินค้าใต้ดินขึ้นเสมอ หากคนในประเทศยังมีความต้องการซื้อ และความต้องการขายกันอยู่ (นึกตัวอย่างถึง ตลาดยาเสพติด หรือตลาดการค้าบริการทางเพศ) เมื่อเกิดตลาดมืด สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ราคาสารที่ถูกแบนจะแพงขึ้น เพราะผู้ขายจะเกิดต้นทุนในการหลบเลี่ยงกฎหมายมากมาย รวมไปถึงผู้ซื้อก็เกิดต้นทุนในการหลบเลี่ยงกฎหมายด้วย เมื่อได้ผลสรุปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ แนวโน้มของราคาสินค้าการเกษตรก็อาจเพิ่มสูงได้เช่นกัน

 

3) ความต้องการสินค้าทดแทนสินค้าการเกษตรจะเพิ่มสูงมากขึ้น

 

หากราคาสินค้าการเกษตรเพิ่มขึ้นจากกลไกด้านตลาดของการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดจริง ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมา คือ ผลตอบรับของผู้บริโภคต่อราคาสินค้าการเกษตรที่แพงมากขึ้น โดยเริ่มต้นจาก ผู้บริโภคที่อาจจะบริโภคสินค้าการเกษตรลดลง รวมไปถึง ผู้บริโภคอาจจะมองหาสินค้าทดแทนมากขึ้น เช่น สินค้าการเกษตรที่มีราคาที่ต่ำกว่า เป็นต้น

 

หากตั้งคำถามว่า แบนพาราควอตแล้วผักจะแพงขึ้นจริงเหรอ คำตอบ คือ มีโอกาสสูงมากที่ผักจะแพงขึ้น ในมุมมองของเศรษฐศาสตร์

 

แน่นอนว่า การจะพิจารณาแบนหรือไม่แบนสารเคมีใดสารเคมีหนึ่ง ย่อมประกอบขึ้นด้วยหลายมุมมอง มุมมองนี้ก็เป็นเพียงมุมมองเดียวที่ยกขึ้นมาเพื่อบอกเล่ากรณีศึกษาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะตัดสิน หรือวิพากย์วิจารณ์การตัดสินใจใด

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน