เศรษฐกิจ

สหภาพยุโรป เกิดขึ้นได้อย่างไร

สหภาพยุโรป เกิดขึ้นได้อย่างไร

สหภาพยุโรป เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

สหภาพยุโรป (European Union: EU) เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของประเทศในแถบยุโรปเพื่อหยุดยั้งความรุนแรงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 1945 [1] และค่อย ๆ ขยายกลุ่มเพิ่มขึ้นตามวัตถุประสงค์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเข้าร่วมของประเทศต่าง ๆ ปัจจุบัน สหภาพยุโรปมีจำนวนประเทศสมาชิก 27 ประเทศ (เรียงรายชื่อตามลำดับการเข้าร่วม) ได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ กรีซ โปรตุเกส สเปน ออสเตรีย ฟินแลนด์ สวีเดน ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เอสโตเนีย ฮังการี ลัตเวีย ลิทัวเนีย มอลตา โปแลนด์ สโลวาเกีย สโลวีเนีย บัลแกเรีย โรมาเนีย และโครเอเชีย (อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปแล้วเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ.2020) [2] การรวมตัวกันของประเทศในสหภาพยุโรปก่อให้เกิดความร่วมมือกันในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการค้า การจ้างงาน การขนส่ง และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม [3]

 

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดการสู้รบกันเองระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในแถบยุโรปล้วนได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในสงครามด้วยเช่นกัน ดังนั้น ในปีค.ศ. 1950 กลุ่มประเทศยุโรปทั้ง 6 ได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมันตะวันตก อิตาลี ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ จึงเริ่มรวมตัวกันผ่านการก่อตั้งประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป (ECSC) เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันทางด้านการค้า ต่อมา ในปีค.ศ.1957 ผู้ก่อตั้ง ECSC ได้ลงนามในสนธิสัญญาโรม และก่อตั้งประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) เพื่อสร้างตลาดร่วม (common market) ให้ผู้คนแต่ละประเทศภายในประชาคมสามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าได้โดยไม่เสียภาษี และก่อตั้งประชาคมพลังงานปรมาณูยุโรป (EURATOM) เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์โดยสันติในยุโรป [4]

 

การก่อตั้ง ECSC, EEC และ EURATOM ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ EEC ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนในประชาคมได้รับประโยชน์ในด้านการค้าขายเสรี จากความสำเร็จดังกล่าวนี้ ทั้ง 3 ประชาคมได้ถูกนำมารวมกันเป็นประชาคมยุโรป (EC) ในปีค.ศ. 1967 โดยมีจุดประสงค์เพื่อร่วมมือกันทางการค้าและการเกษตร [5] ประเทศต่าง ๆ เริ่มทยอยเข้าร่วมกลุ่มประชาคมยุโรป เช่น เดนมาร์ก อังกฤษ และไอร์แลนด์ เข้าร่วมอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1973 ตามมาด้วยกรีซที่เข้าร่วมในปีค.ศ.1981 และโปรตุเกสและสเปนเข้าร่วมในปีค.ศ.1986 [3]

 

จุดเปลี่ยนที่สำคัญในการก่อตั้งสหภาพยุโรป ได้แก่ การลงนามในสนธิสัญญามาสทริชท์ (Maastricht Treaty) ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 โดยประเทศในประชาคมยุโรปทั้ง 12 ประเทศ สนธิสัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ.1993 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ [6] ทั้งนี้ การรวมตัวกันในสหภาพยุโรปไม่ได้ส่งผลให้แต่ละประเทศต้องรวมอำนาจการปกครองไว้ภายในสหภาพยุโรปทั้งหมด ประเทศที่เข้าร่วมสหภาพยุโรปยังคงมีอำนาจอธิปไตยภายในตนเอง เพียงแต่ต้องยกการตัดสินใจบางส่วนให้เป็นไปตามมติของสหภาพยุโรปโดยผ่านการคัดกรองจากหน่วยต่าง ๆ เช่น รัฐสภายุโรป คณะมนตรียุโรป คณะกรรมาธิการยุโรป เป็นต้น [7]

 

ผลจากการลงนามทำให้ประชาคมยุโรป (EC) เปลี่ยนแปลงเป็นสหภาพยุโรป (EU) โดยประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรปมีความร่วมมือกันทั้งในด้านเศรษฐกิจและประเด็นทางสังคม เช่นนโยบายการศึกษา การให้บริการสาธารณสุข การพัฒนาเทคโนโลยี การรักษาสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการใช้สกุลเงินยูโรภายในสหภาพยุโรป [8]

การใช้สกุลเงินเดียวกันช่วยให้ประเทศในกลุ่มสมาชิกสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากการใช้สกุลเงินเดียวกันแล้ว ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปยังเชื่อมต่อกันด้วยระบบการขนส่งที่ได้รับการพัฒนาให้เชื่อมต่อกัน เช่น การสร้างอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษเพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสในปีค.ศ. 1994 หรือการสร้างสายการบินราคาประหยัดเพื่อเดินทางระยะสั้นภายในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ผู้คนในสหภาพยุโรปยังสามารถใช้บริการคมนาคม ทั้งดาวเทียม สัญญาณอินเทอร์เน็ต และสัญญาณโทรศัพท์ได้ร่วมกัน [9]

 

จากจุดเริ่มต้นในปีค.ศ. 1945 ที่ต้องการยับยั้งความรุนแรงในช่วงสงคราม ประเทศในกลุ่มยุโรปได้รวมตัวกันสร้างสหภาพยุโรปที่เข้มแข็ง แม้ว่าในปีค.ศ. 2020 นี้ อังกฤษได้ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป แต่ในขณะนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ต้องการเข้าร่วมสหภาพยุโรป เช่น แอลเบเนีย มาซิโดเนียเหนือ เซอร์เบีย ตุรกี มอนเตเนโกร เป็นต้น [10] สหภาพยุโรปยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีกเรื่อย ๆ เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าสหภาพยุโรปจะมีการพัฒนาต่อไปเช่นไรในอนาคต

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

 

รายการอ้างอิง

[1] Europa.EU. (July 28, 2020). The history of the European Union. Retrieved from https://europa.eu/european-union/about-eu/history_en

[2] Europa.EU. (October 1, 2020). The 27 member countries of the EU. Retrieved from https://europa.eu/european-union/about-eu/countries_en#tab-0-1

[3] BBC. (September 24, 2015). Profile: European Union. Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-europe-18788906

[4] MALTAEU2017. (2017). A Brief History of the EU. Retrieved from https://www.eu2017.mt/en/Pages/A-Brief-History-of-the-EU.aspx

[5] UK in a Changing Europe 2020. (September 22, 2020). What was the European Economic Community?. Retrieved from https://ukandeu.ac.uk/the-facts/what-was-the-european-economic-community/

[6] European Central Bank. (February 15, 2017). Five things you need to know about the Maastricht Treaty. Retrieved from https://www.ecb.europa.eu/explainers/tell-me-more/html/25_years_maastricht.en.html

[7] European Union. (2018).The European Union: What it is and what it does. Luxembourg: Publications Office of the European Union.

[8] Srader, A. (August 23, 2018). What Is the European Union? Its Purpose, History and How it Looks in 2018. Retrieved from https://www.thestreet.com/politics/what-is-european-union-14690672

[9] BBC Bitesite. (n.d.). The European Union. Retrieved from https://www.bbc.co.uk/bitesize/guides/zgfrd2p/revision/1

[10] Schengen Visa Info. (March 17, 2020). The European Union and Countries in the EU. Retrieved from https://www.schengenvisainfo.com/eu-countries/

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน