เศรษฐกิจ

ทำไมการมีลูกถึงช่วยชาติ และลูกแบบไหนที่เศรษฐกิจไทยต้องการ

ทำไมการมีลูกถึงช่วยชาติ

ทำไมการมีลูกถึงช่วยชาติ หลายคนอาจจะตั้งคำถามนี้ เมื่อเห็นว่ารัฐบาลออกมากระตุ้นการมีลูกของประชาชน โดยเร่งใช้นโยบายที่สร้างประโยชน์ของคนมีลูก ยกตัวอย่างเช่น การมีลูกสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบจากนโยบายเก่าที่ผ่านมา

 

ทำไมการมีลูกถึงช่วยชาติ ช่วยได้อย่างไร ทำไมถึงช่วย?

 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเศรษฐกิจจะดำเนินไปได้ด้วยดี เมื่อมีคนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น แน่นอนว่าการมีลูกเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยขึ้นมาอีกหนึ่งหน่วยประชากร นับตั้งแต่เกิดไปจนสำเร็จการศึกษา การมีลูกคนหนึ่งอาจหมายถึงการใช้เงินหลายล้านบาท และเงินจำนวนนี้จะเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ นี่คือผลดีในช่วงแรกของการมีลูกต่อระบบเศรษฐกิจ

 

ระยะที่สอง ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นข้อดีต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่าระยะแรกเสียอีก นั่นก็คือ เด็กที่เติบโตมาจะกลายเป็นแรงงาน หรือผู้สร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจ

 

ในขาหนึ่ง รัฐบาลจะได้รายได้จากการสร้างรายได้ของแรงงาน ผ่านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้บุคคลที่แรงงานสังกัด ส่วนอีกขาหนึ่ง รัฐบาลจะได้รายได้จากจากการใช้จ่ายของแรงงาน ผ่านภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากสินค้าและบริการ ภาษีอื่น เช่น ภาษีสรรพสามิต รวมไปถึง ค่าใช้จ่ายที่แรงงานใช้จ่ายกับรัฐวิสาหกิจของรัฐ ที่ก็ถือว่าเป็นช่องทางรายได้ของรัฐด้วยเช่นกัน

 

สรุปง่ายๆ ว่าการมีลูก จะช่วยสร้างแรงงานในอนาคต ซึ่งแรงงานจะนำมาซึ่งการสร้างรายได้และการมีรายจ่าย ที่ทั้งหมดทั้งมวลจะเป็นรายได้ที่นำส่งรัฐ กลายเป็นภาษีที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจต่อไป ต่างกับการไม่มีลูก ที่เมื่อประชาชนแก่ตัวไปและหมดช่วงอายุที่ทำงานแล้ว รัฐบาลจะเก็บภาษีจากคนเหล่านี้ได้ลดลง แต่กลับต้องช่วยสนับสนุนสวัสดิการให้ผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็จะไม่ได้หน่วยแรงงานที่มาจากครอบครัวดังกล่าวที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเลย

 

ลูกแบบไหนที่เศรษฐกิจไทยต้องการ

 

คำถามน่าคิดต่อไป คือ ถ้าจะมีลูกแล้ว อยากจะช่วยชาติแล้ว ลูกแบบไหนดีที่เราควรจะมีเพื่อช่วยเหลือชาติ คำตอบง่ายๆ คือ เราควรมีลูกที่สร้างรายได้มาก ใช้จ่ายมาก และเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง

 

1 สร้างรายได้มาก

 

การสร้างรายได้มากทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีเงินได้มาก ผ่านภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล ยิ่งรายได้สูงขึ้นเท่าไหร่ ฐานภาษีที่เก็บยิ่งสูงขึ้น ยิ่งมีเงินไปหมุนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้นเท่านั้น

 

2 ใช้จ่ายมาก

 

การใช้จ่ายมากก็เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน แต่สังเกตว่าการใช้จ่ายนี้ให้ดูเชิงตัวเลขเป็นหลัก ไม่ได้บอกว่าให้เราใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยไม่อดออม เปรียบเทียบประชากร 2 คน คนแรกมีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ใช้จ่าย 15,000 บาทต่อเดือน ไม่มีเงินเก็บเลย แต่อีกคนมีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน ใช้จ่าย 20,000 บาทต่อเดือน แบบนี้ประเทศจะได้ผลดีจากคนหลังมากกว่า ดังนั้น การจับจ่ายใช้สอยไม่ได้หมายถึงการใช้เงินให้หมดกระเป๋า การมีรายได้ให้มาก และเพิ่มระดับคุณภาพชีวิตที่ดีต่างหากที่ดีกับรัฐในภาพรวม

 

3 เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง

 

การเป็นบุคลากรที่ดีของชาติจะช่วยทำให้ชาติขับเคลื่อนไปสู่ยุคสมัยใหม่ หน่วยประชากรทุกคนจะช่วยสนับสนุนให้ชาติแข็งแกร่งและหารายได้ได้สูงขึ้น แข่งขันในเวทีโลกได้ คิดถึงภาพบุคคลระดับโลก อย่าง Mark Zuckerburg, Jack Ma, Steve Jobs คนเหล่านี้สร้างชาติได้อย่างมากมายมหาศาล สร้างรายได้ สร้างงานสร้างอาชีพ และส่งผลให้รัฐมีความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวที่ยั่งยืน

 

การมีลูกจึงเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจมาก ยิ่งลูกเราดี เรายิ่งช่วยชาติได้เป็นทวีคูณ

 

แต่อย่าลืม ก่อนจะมีลูกก็ต้องวางแผนการเงิน วางแผนครอบครัวด้วย ไม่งั้นจะกลายเป็นว่ารายจ่ายมากมายมหาศาล ช่วยชาติมาก แต่ไม่ช่วยตัวเอง นำมาซึ่งความฝืดเคืองของการเงินส่วนบุคคลในที่สุด

 

เอ้า! ปิดสวิตซ์โคมไฟหัวเตียงได้แล้ว รู้นะว่าคิดอะไรอยู่!

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน