เศรษฐกิจ

สรุปมหากาพย์ 1MDB

สรุปมหากาพย์ 1MDB

สรุปมหากาพย์ 1MDB

 

หากพูดถึงกองทุน หน้าที่หลักของกองทุนจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการแสวงหากำไรสูงสุดภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล หรือกองทุนอื่น ๆ

 

แต่เคยเจอไหม กองทุนขนาดยักษ์ใหญ่ที่กลับไม่สามารถทำกำไรได้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว แต่กลับสร้างหนี้ที่สูงเป็นหลักหมื่นล้านเหรียญ ผลขาดทุนที่สูงยิ่งกว่าขนาดของบริษัทจดทะเบียนในไทยบางแห่งเสียอีก

 

และจะน่าตกใจขนาดไหน ถ้ารู้ว่าการสูญเงินเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผลการลงทุนตามปกติ แต่เกิดจากการฉ้อฉลบางอย่างที่ทำให้ “ผู้เกี่ยวข้อง” ทั้งหลายสบายตัว ในขณะที่ผู้ลงทุนกลับเสียหายและยังไม่สามารถตามจับใครได้อย่างจริงจัง

 

กองทุนที่ว่านั้นไม่ใช่กองทุนรวมที่เราสามารถซื้อขายได้ตามปกติ เรากำลังพูดถึงกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนทั่วโลกอยู่ตอนนี้ คือกองทุน 1MDB

 

 

 

1MDB คือกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของมาเลเซียหรือ Sovereign Wealth Fund ก่อตั้งในปี 2009 ภายใต้การนำของ นาจิบ ซารัค ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแบบเต็มตัวในขณะนั้น

 

สำหรับจุดประสงค์ของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติก็คือ นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อทำให้กองทุนมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่านั่นหมายถึงเงินของคนในชาติที่มากขึ้น หากนึกภาพไม่ออก ก็อารมณ์คล้ายกับกองทุนเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์นั่นเอง

 

 

 

แม้จะขึ้นชื่อว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ แต่ดูเหมือน 1MDB จะทำอะไรที่ผิดวัตถุประสงค์ไปหน่อย เพราะหลังจากก่อตั้งกองทุน แทนที่ 1MDB จะทำกำไรอย่างที่ควรจะเป็น แต่กองทุนกลับมีหนี้รวมถึง 11,000 ล้านเหรียญ ช่างต่างลิบลับกับกองทุนเทมาเส็กที่เป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่อย่างน้อยก็ทำกำไรได้ 1.50% จากเงินทุนกว่า 3 แสนล้านเหรียญ

 

อันที่จริง จะว่ากองทุน 1MDB ไม่เคยทำกำไรได้เลยก็ไม่ถูกนัก เพราะในช่วงแรก ๆ ราวปี 2009 – 2010 กองทุนก็ยังพอจะมีกำไรอยู่บ้าง คืออยู่ที่ประมาณ 140 ล้านเหรียญ แม้จะน้อยแต่ก็ยังพอเรียกได้ว่ามีกำไร

 

แต่หลังจากนั้น สิ่งที่กองทุนเริ่มทำก็เริ่มมีความผิดปกติมากขึ้น ทั้งการนำเงินไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่ไม่ได้ดำเนินงานอยู่จริง หรือไปซื้อสินทรัพย์ในราคาที่แพงกว่าตลาด ผลก็คือการเป็นหนี้สะสมสูงถึง 11,000 ล้านเหรียญ

 

ด้วยเหตุนี้เอง กองทุน 1MDB จึงเริ่มถูกจับตาว่ามีใครไปทำอะไรสนุก ๆ กับมันรึเปล่า เพราะด้วยความที่มันเป็นแหล่งรวมเงินก้อนใหญ่ พอเงินมาก ๆ อยู่ในที่ ๆ การตรวจสอบไม่ดีนัก ก็ไม่แปลกที่จะมีการแอบตอดเล็กตอดน้อยไปเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากมีการสอบสวนแบบเป็นเรื่องเป็นราว ก็พบว่าไม่ใช่ใครอื่นใดเลย นอกจากผู้ที่วางแผนสร้างกองทุนนี้มาแต่แรก คือนายนาจิบ ซารัค

 

แต่การตอดเล็กตอดน้อยนี้ว่ากันว่าเป็นมูลค่าเงินที่สูงถึงกว่า 4,500 ล้านเหรียญ หรือพูดให้ชัดเจนกว่านั้นก็คือ มันเป็นการคอรัปชันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

 

 

 

แล้ว 1MDB เข้าไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้าง?

 

เริ่มตั้งแต่บริษัท PetroSaudi International Limited บริษัทน้ำมันสัญชาติซาอุดิอาระเบีย ที่เข้าไปลงทุนด้วยเงิน 2,500 ล้านเหรียญ

 

ต่อมาคือบริษัท State Grid Corporation of China (SGCC) บริษัทพลังงานสัญชาติจีน

 

Abu Dhabi Future Energy บริษัทพลังงานสัญชาติอาบูดาบี ที่วางแผนจะเปลี่ยนประเทศมาเลเซียให้เป็นเมืองสะอาดไร้มลพิษ

 

Qatar Investment Authority (QIA) ที่มีแผนธุรกิจคือจะเปลี่ยนมาเลเซียให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินของอิสลาม รวมถึงเข้าพัฒนาพลังงานและระบบนิคมอุตสาหกรรมในมาเลเซียด้วย

 

ดูแล้วก็เป็นการกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจ แต่อย่างที่บอกว่าการเข้าซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ ของกองทุน 1MDB มักมีวาระซ่อนเร้นอยู่ด้วย รวมถึงสินทรัพย์หลาย ๆ อย่างที่กองทุน 1MDB เข้าลงทุน ล้วนมีส่วนพัวพันกับนายนาจิบ กระทั่งเงินทุนในการสร้างภาพยนตร์อย่าง Wolf of Wall Street ส่วนหนึ่งก็มาจากเงินของกองทุนนี้ จะย้อนแย้งอะไรขนาดนั้น กองทุนที่โกงสุดขั้วให้เงินไปสร้างหนังที่เกี่ยวกับการโกงอย่างสุดขั้ว

 

เรื่องราวของ 1MDB คงเป็นที่เก็บเงียบต่อไป ถ้าไม่ใช่เพราะมีอดีตพนักงานคนหนึ่งของบริษัทที่ 1MDB เข้าไปลงทุน คือบริษัท PetroSaudi International Limited ออกมา “ขาย” หลักฐานให้กับนักข่าว โดยหลักฐานที่ว่านั้นคืออีเมลกว่า 230,000 ฉบับที่เป็นการพูดคุยระหว่างบริษัทและกองทุน 1MDB นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เราได้เห็นข่าว 1MDB ฉาวโฉ่อย่างทุกวันนี้

 

 

 

1MDB คงเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาของการฉ้อฉลครั้งประวัติศาสตร์

 

แต่ต่อให้กองทุนนี้จะไม่ได้มีเรื่องยักยอกเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง การที่ 1MDB มักจะเข้าลงทุนในสินทรัพย์ด้วยการจ่ายในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด (ตามที่แหล่งข่าวอ้าง) ไม่ว่ากองทุนนั้นจะโกงหรือไม่มันก็มีโอกาสขาดทุนสูงได้เสมอ มันคงยากที่จะลงทุนให้ประสบความสำเร็จได้หากซื้อสินทรัพย์ในราคาสูงเกินไป

 

ซึ่งนั่นก็ไม่ต่างกับการลงทุนที่เราทำอยู่ในทุกวันนี้ แน่นอนเราคงไม่ยักยอกเงินตัวเองออกจากพอร์ตโพลิโอของตัวเอง แต่หายนะของการซื้อหุ้นในราคาที่แพงเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการไล่ราคาสำหรับนักเทคนิคอล หรือซื้อหุ้นในราคาแพงเกินพื้นฐานมาก ๆ สำหรับนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า ก็มีโอกาสสูงที่ผลลัพธ์ของการลงทุนดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนที่ไม่ดีเท่าไหร่

 

เพราะสุดท้ายมันก็ย้อนกลับมาที่กฎการลงทุนเบื้องต้นก็คือ ผลตอบแทนจะขึ้นอยู่กับราคาที่คุณจ่าย ไม่เช่นนั้นแล้ว แทนที่พอร์ตโฟลิโอ (ไม่ว่าจะกองทุนหรืออะไรก็ตามแต่) จะสร้างกำไร มันอาจกลายเป็นขาดทุนแบบไม่มีใครคาดคิด เฉกเช่น 1MDB

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
ย้อนรอย 1MDB คดีคอร์รัปชันข้ามชาติกระฉ่อนโลก ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทยอีกต่อไป : thestandard.co
1MDB คืออะไร กองทุนฉาว อนาคตใหม่ ซัดเชื่อมโยง “นาจิบ – พล.อ.ประยุทธ์” : springnews.co.th
เปิดที่มา ลีโอนาร์โด ดิ คาปริโอ จุดเริ่มต้นจนวันให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่คดี 1MDB : workpointnews.com

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน