เศรษฐกิจ

สรุปวิกฤตซูดาน : เกิดอะไรกับเศรษฐกิจซูดาน

สรุปวิกฤตซูดาน

สรุปวิกฤตซูดาน : เกิดอะไรกับเศรษฐกิจซูดาน

 

วิกฤตต้มยำกุ้ง คือบทเรียนอันเลวร้ายที่คอยสอนใจคนไทยมานับทศวรรษ ไม่มีใครอยากให้เกิดวิกฤตจนทำให้ประเทศชาติเสียหายหลักล้านล้านบาท แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง ที่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนั้นไม่ได้เป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงจนต้องสูญเสียอะไรที่รุนแรงอย่างเช่นการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต (แน่นอนอาจมีบ้างที่เกิดการจี้ปล้นเพราะเศรษฐกิจไม่ดีจนเกิดอันตรายถึงชีวิต แต่นี่เป็นผลกระทบที่ยากจะวัดออกมาเป็นตัวเลขได้)

 

และนับจากวันนั้น วิกฤตดังกล่าวได้ทำให้ระบบธนาคารของไทยมีความแข็งแกร่งขึ้นมากจนยากที่จะเกิดวิกฤตในลักษณะเดิมซ้ำสอง อย่างน้อยความเจ็บปวดนี้ก็ได้ให้บทเรียนแก่เราและทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

 

ที่บอกว่าเราโชคดี เพราะในทุกวันนี้ ยังมีประเทศหนึ่งที่กำลังประสบปัญหาคล้ายๆ กับประเทศไทยในอดีต ค่าเงินอ่อน เงินหมดคลัง และที่สำคัญ เกิดการประท้วงอย่างรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลักร้อย นั่นคือวิกฤตที่ประเทศซูดาน ซึ่งยังไม่เห็นที่ท่าว่าปัญหาจะจบลงง่ายๆ

 

สรุปวิกฤตซูดาน

 

เผด็จการ

 

เราอาจเคยได้ยืนข่าวความขัดแย้งในซูดานเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับการเมืองหรือความรุนแรงเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วต้นตอของปัญหาส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องเศรษฐกิจที่สามารถย้อนไปหารากเหง้าได้ตั้งแต่ราว 30 ปีก่อน เมื่อประเทศซูดานถูกยึดอำนาจโดยนายทหารผู้หนึ่ง ซึ่งมักเป็นธรรมชาติที่ผู้นำอันได้มาจากการยึดอำนาจนั้นไม่มีความสามารถพอที่จะทำให้ประเทศอยู่ดีกินดีได้ พูดง่ายๆ คือประชาชนเดือดร้อนกันทั้งแผ่นดิน

 

เมื่อประชาชนเดือดร้อน การประท้วงก็เกิด แต่หลายต่อหลายครั้งที่รัฐบาลเผด็จการของซูดานได้ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม หรือแม้จะจัดให้มีการเลือกตั้ง ก็ล้วนเต็มไปด้วยความไม่โปร่งใสราวกับว่าตำแหน่งต่างๆ ในสภาได้ถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ประชาชนจะทำอะไรได้เล่า ? ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนกับความลำบากที่เกิดขึ้น ส่วนเหล่าผู้นำคนดีทั้งหลายก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนความทุกข์ร้อนของผู้อื่น

 

และแน่นอน การใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมย่อมทำให้เกิดกระแสวิพากษ์ในประเทศอื่นๆ จนซูดานถูกคว่ำบาตรจากหลายประเทศ ทำให้เศรษฐกิจของซูดานย่ำแย่ลงไปอีก จริงอยู่ว่าเศรษฐกิจของซูดานจะกระเตื้องขึ้นหลังจากที่ค้นพบแหล่งน้ำมันในปี 2000 แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งประเทศดีขึ้นสักเท่าไหร่เลย

 

และสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อถึงปี 2010 ประเทศซูดานซึ่งมีความขัดแย้งในประเทศอยู่แล้วได้มีการลงประชามติเพื่อแยกประเทศ “ซูดานใต้” ออกมาใหม่ จนทำให้รายได้จากน้ำมันหายไปถึง 3/4 เศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะดีก็สะดุดอีกครั้ง

 

สรุปวิกฤตซูดาน

 

ตรึงค่าเงิน

 

สิ่งที่คล้ายกับไทยในยุคต้มยำกุ้งก็คือซูดานมีระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบค่อนข้างคงที่ และปัญหาของระบบอัตราแลกเปลี่ยนนี้มันจะเกิดขึ้นเมื่อเริ่มไม่มีคนเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เฉกเช่นซูดาน หลังจากที่ซูดานใต้ได้แยกประเทศออกไปจนรายได้น้ำมันหดหาย เงินสกุลปอนด์ซูดานก็เริ่มขาดความน่าเชื่อถือ แต่เดิมเงิน 1 ดอลลาร์อาจแลกได้ 2 ปอนด์ซูดาน แต่วันนี้ประเทศคุณไม่มีรายได้จากน้ำมันแล้วนะ ความน่าเชื่อถือน้อยลง งั้นผมขอ 1 ดอลลาร์แลกเป็น 4 ปอนด์ซูดานก็แล้วกัน นี่คือตัวอย่างของความเชื่อมั่นที่มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน

 

แต่เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดโดยธนาคารกลางของประเทศ ค่าเงินที่ควรจะอ่อนตามกลไกตลาดกลับไม่ได้อ่อนอย่างที่ควรจะเป็น ธนาคารกลางได้ใช้เงินเพื่อรักษามูลค่าของปอนด์ซูดานไว้เหมือนที่ไทยทำกับเงินบาทเมื่อต้มยำกุ้งไม่มีผิด ที่ต่างออกไปก็คือ พวกเขารักษาค่าเงินได้ไม่นานนัก จนต้องยอมลดค่าเงินตัวเองให้กลายเป็น 4 ปอนด์ซูดานต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2012

 

และลดค่าเงินเหลือราว 6 ปอนด์ซูดานต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2014
และลดค่าเงินเหลือ 18 ปอนด์ซูดานต่อดอลลาร์สหรัฐอีกครั้งในปี 2018

 

เงินเก็บที่เคยมีกลายเป็นสิ่งไร้ค่าในพริบตา ราคาข้าวของต่างๆ พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากผลของเงินเฟ้อทั้งประเทศ รัฐบาลประกาศลอยตัวราคาปิโตรเลียมจนพุ่งสูงถึง 3 เท่า และที่แย่กว่านั้นคือ ธนาคารกลางก็ไม่มีเงินเหลือเท่าไหร่แล้ว ประชาชนไม่สามารถไปถอนเงินจากธนาคารได้เพราะตู้เอทีเอ็มก็ไม่มีเงินเหลือสักแดง

 

เมื่อความกดดันสะสมถึงขีดสุด ประชาชนทั้งประเทศจึงทำในสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาจะทำได้ นั่นคือการไปขอร้องให้กองทัพเข้ามายึดอำนาจรัฐบาลคืนสู่ประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น

 

สรุปวิกฤตซูดาน

 

ยึดแล้วไม่คืนนะ

 

ไม่รู้ว่าภาคประชาชนพูดกับกองทัพอย่างไรจึงสามารถเข้าไปยึดอำนาจจากรัฐบาลเผด็จการผู้น่ารักคืนมาได้ แต่แทนที่กองทัพจะทำตามสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องไว้แต่แรก กลายเป็นว่ากองทัพเองที่อยากก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลเสียแทน สิ่งนี้เองที่ทำให้ชนวนความรุนแรงที่กำลังจะดับต้องปะทุอีกรอบ ซึ่งการประท้วงครั้งนี้เองที่เกิดเหตุใช้ความรุนแรงยิ่งกว่าเดิมอย่างที่เราได้เห็นข่าวกันในปี 2018 และมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการประมาณ 100 ราย นั่นหมายความว่าตัวเลขจริงอาจจะสูงกว่านี้อีกมาก

 

จนถึงปัจจุบัน อัตราแลกเปลี่ยนเงินปอนด์ซูดานต่อดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นสูงถึง 45 ปอนด์ซูดาน ประชาชนก็ยังเดือดร้อนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินที่ไม่ควรจะเกิด

 

นี่คือเหตุการณ์ที่คล้ายกับมินิซีรีย์ของต้มยำกุ้ง แต่เราจะเห็นได้ว่า ภาคการเมืองและภาคเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กันมากกว่าที่คิด การที่ผู้นำของซูดานเข้ามายึดอำนาจด้วยอำนาจอาจเป็นสิ่งเลวร้าย แต่สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือการบริหารงานอันแสนจะน่ารักที่ทำให้ประเทศเจริญลงฮวบๆ จนเศรษฐกิจพัง และนำมาซึ่งการประท้วงอย่างที่เราได้เห็นตามข่าว

 

เป็นต้มยำกุ้งถ้วยเล็กที่เจ็บแสบไม่แพ้ที่เราเคยเผชิญเมื่อปี 40 เลย

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
เกิดอะไรขึ้นในซูดาน? สรุปวิกฤต สังหารหมู่ประชาชนครั้งใหญ่ เมื่อเผด็จการถูกโค่น แต่ปัญหายังไม่จบ : thematter.co
รัฐประหาร: ช่วงเฟื่องฟูและตกต่ำของประธานาธิบดีที่ปกครองซูดานยาวนานที่สุด : bbc.com
Where is our money?’: Sudan’s currency crisis deepens : theguardian.com
Economy of Sudan : fanack.com

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน