เศรษฐกิจ

สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกขนาดไหน

สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกขนาดไหน

สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกขนาดไหน

 

สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1939 และจบลงในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 ช่วงระยะเวลา 6 ปีในสงครามสร้างบาดแผลให้กับผู้คนทั่วโลก [1] ไม่เพียงแต่ความเสียหายที่เกิดจากจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายในสงคราม ทรัพย์สิน บ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่ถูกทำลาย แต่ยังรวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจทั่วโลกทั้งในช่วงสงครามและช่วงหลังสงคราม [2] ประเทศมหาอำนาจล้วนเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทั้งในเชิงบวก เช่น สหรัฐอเมริกา [3] และในเชิงลบ เช่น ในยุโรป หรือญี่ปุ่น [4]

 

ภาวะสงครามส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจนั้นมีที่มาจากจำนวนประชากรที่ลดลงในช่วงสงคราม ทหารทั่วโลกเสียชีวิตรวม 19,395,617 คน บาดเจ็บและสูญหายรวม  30,555,675 คน ในขณะที่ประชาชนทั่วโลกเสียชีวิต 27,454,305 คน บาดเจ็บสูญหายอีก 34,982,924 คน ผู้เสียชีวิตส่วนมากเป็นชาวบ้านธรรมดา จำนวนแรงงานในช่วงหลังสงครามจึงลดลงเป็นอย่างมาก [5] ทั้งนี้ ในช่วงสงคราม แรงงานที่จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจก็มักจะถูกใช้ในสงคราม เช่นในเยอรมัน ผู้ชายมากถึง 13.7 ล้านคนถูกเกณฑ์ไปออกรบ ในขณะที่ผู้หญิงก็ต้องผลิตอาวุธและประจำหน่วยพยาบาล [6]

 

จำนวนประชากรที่ลดลงในแต่ละประเทศยังสัมพันธ์กับ GDP ที่ลดลง ยิ่งประชากรลงลงมากเท่าไหร่ จีดีพีก็ลดลงมากเท่านั้น ตัวอย่างเช่น สหภาพโซเวียตสูญเสียจำนวนประชากรมากที่สุด โดยประชากรเสียชีวิตมากถึง 31.5 ล้านคน การหมุนเวียนของ GDP (GDP flow) จึงสูญเสียมากถึงร้อยละ 24.8 เช่นเดียวกับยูโกสลาเวียที่สูญเสียการหมุนเวียนของ GDP ร้อยละ 22.6 หรือโปแลนด์ที่สูญเสียการหมุนเวียนของ GDP ร้อยละ 23.5 [5] ในช่วงปีค.ศ. 1945-1946 อัตราการเติบโตของ GDP ต่อหัวของประชากรโลกติดลบมากถึงร้อยละ 15.4 [7]

 

ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกขาดแคลนแรงงานเนื่องจากภาวะสงคราม สหรัฐอเมริกากลับเป็นประเทศที่ได้เปรียบอย่างมาก เนื่องจากความเสียหายเชิงกายภาพที่เกิดขึ้นกับประเทศจำกัดอยู่แค่ที่ฮาวายและฐานทัพในต่างประเทศเท่านั้น [4] ยอดผู้เสียชีวิตที่เป็นทหารต่างจากพลเรือนอย่างเห็นได้ชัด โดยทหารเสียชีวิตอยู่ที่ 292,101 คน ประชาชนเสียชีวิต 6,000 คน [5] สหรัฐอเมริกาจึงได้เปรียบประเทศอื่น ๆ โดยมีเวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม [4] เช่น การค้นพบไนลอนและเทปลอนขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1938 [8] ต่างจากประเทศอื่นที่ต้องฟื้นฟูประเทศจากความเสียหายทางสงคราม

 

นอกจากสหรัฐอเมริกาจะได้เปรียบในด้านจำนวนแรงงานและความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว หลังจากจบสงครามโลกครั้งที่ 2 การเป็นฝ่ายชนะยังสนับสนุนให้สหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจทางการเงิน ระบบการเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศถูกเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ใช้ระบบมาตรฐานทองคำ กลายเป็นระบบที่ใช้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนได้ทั่วโลก สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่สามารถพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ได้จึงมีอำนาจทางเศรษฐกิจขึ้นมาทันที [9]

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 จะส่งผลดีต่อสหรัฐอเมริกา และแม้ว่าประเทศต่าง ๆ จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นหลังจากได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในสงครามโลกครั้งที่ 2 นับเป็นสิ่งที่เลวร้าย และสร้างความเสียหายมากมายจนไม่อาจประเมินค่าได้ [10] เราคงได้แต่เรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นจากอดีต และหวังว่าสงครามเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

รายการอ้างอิง

[1] History Extra. (May 4, 2020). The Second World War: a timeline. Retrieved from https://www.historyextra.com/period/second-world-war/timeline-important-dates-ww2-exact/

[2] Kesternich, I., Siflinger, B., Smith, J. P., & Winter, J. K. (2014). The effects of World War II on economic and health outcomes across Europe. Review of Economics and Statistics96(1), 103-118.

[3] Pruitt, S. (May 14, 2020). The Post World War II Boom: How America Got Into Gear. Retrieved from https://www.history.com/news/post-world-war-ii-boom-economy

[4] Boyte-White, C. (February 29, 2020). The Basic Economic Effects World War II Had on the Global Economy. Retrieved from https://www.investopedia.com/ask/answers/112814/how-did-world-war-ii-impact-european-gdp.asp

[5] Taylor, A. M., & Glick, R. (2005). Collateral damage: trade disruption and the economic impact of war (No. 05-15). Working Paper. Retrieved from https://www.frbsf.org/economic-research/files/wp05-11bk.pdf

[6] BBC Bite size. (2021).World War Two and Germany, 1939-1945. Retrieved from https://www.bbc.co.uk/bitesize/guides/z3h7bk7/revision/1

[7] Kose, A. and Sugawara, N. (June 15, 2020). Understanding the depth of the 2020 global recession in 5 charts. Retrieved from https://blogs.worldbank.org/opendata/understanding-depth-2020-global-recession-5-charts

[8] Gladwell, M. (January 10, 1988). AT 50, Nylon and Teflon Still Key to Du Pont. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/archive/business/1988/01/10/at-50-nylon-and-teflon-still-key-to-du-pont/939ddd1d-e5df-4247-9f24-8beb15883d14/

[9] Amadeo, K. (November 06, 2020). The Economic Impact of World War II. Retrieved from https://www.thebalance.com/world-war-ii-economic-impact-4570917

[10] Britannica. (2021).World War II – The Far East. Retrieved from https://www.britannica.com/event/World-War-II/The-Far-East

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน