เศรษฐกิจ

สรุปวิกฤตค่าเงินตุรกี : แค่พรุ่งนี้ก็อาจสายเกินไป

สรุปวิกฤตค่าเงินตุรกี

สรุปวิกฤตค่าเงินตุรกี : แค่พรุ่งนี้ก็อาจสายเกินไป

 

“ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นอะไรสักอย่าง” เป็นประโยคให้กำลังใจสุดฮิตที่ไว้ใช้เมื่อเราปล่อยให้เวลาผ่านมาเนิ่นนานจนละเลยการทำบางสิ่ง มันเป็นคำพูดให้กำลังใจที่ดีแน่นอนถ้าใช้กับตัวบุคคล แต่ในระดับประเทศ การลงมือดำเนินนโยบายอะไรช้าเกินไปแค่นิดเดียวมันก็อาจสายไปแล้ว เหมือนวิกฤตตุรกีที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2017

 

คนไทยอาจรู้จักตุรกีไม่มากเท่าประเทศท่องเที่ยวอย่างญี่ปุ่นหรือฮ่องกง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ตุรกีนั้นเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก แถมมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ กระทั่งวิกฤตทางการเงินในปี 2008 ประเทศตุรกีก็ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยแม้ทั้งโลกกำลังลุกเป็นไฟ

 

แต่เพราะอะไรเล่า ประเทศแห่งบอลลูนที่เคยลอยสูงกลับต้องตกต่ำและจวนเจียนจะร่วงลงสู่พื้นในปี 2017 ?

 

สรุปวิกฤตค่าเงินตุรกี

 

ดอกเบี้ยต่ำ

 

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจของตุรกีกันสักเล็กน้อย เมื่อก่อนประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยไม่สูงนัก (ราว 5%) เมื่ออัตราดอกเบี้ยไม่สูง ภาคประชาชนก็ไม่มีใครสนใจจะฝากเงินไว้กับธนาคารกันเท่าไหร่นัก ตลาดหุ้นตุรกีตอนนั้นก็พุ่งเป็นจรวด เอาเงินไปเล่นหุ้นยังไงก็คุ้มกว่า เมื่อคนเอาเงินไปลงทุนกับสินทรัพย์อื่นมากแต่ฝากเงินน้อย แน่นอนว่าธนาคารก็จะมีเงินน้อยลงด้วย

 

การที่ธนาคารมีเงินน้อยจะไม่ใช่ปัญหาเลยถ้าประเทศนั้นไม่มีใครอยากกู้เงิน แต่ตุรกีกำลังเป็นประเทศที่เติบโตเร็ว ภาคธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากก็หาเงินกู้ในประเทศไม่ได้เพราะแบงก์เงินหมด ด้วยเหตุนี้เอง บริษัทต่างๆ จึงต้องกู้เงินจากต่างประเทศ (ส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบยุโรป) เพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนทำธุรกิจ และเมื่อมีการลงทุนเกิดขึ้นมากมาย เศรษฐกิจก็ย่อมโตขึ้นไปอีก พร้อมกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

 

ถ้าหากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศอื่น ภาครัฐหรือธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ให้คนเอาเงินมาฝากมากขึ้น ให้ภาคธุรกิจลดการลงทุนลง และสมดุลจะค่อยกลับคืนมาอย่างช้าๆ แต่ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ผู้มีอำนาจตัดสินใจกลับเลือกที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำ เพราะเชื่อว่าดอกเบี้ยต่ำนี่แหละถึงจะดี มันจะกระตุ้นเศรษฐกิจ พอเศรษฐกิจโตขึ้นเงินเฟ้อก็หายไปเอง จะไปกังวลอะไรกันนักกันหนา

 

สรุปวิกฤตค่าเงินตุรกี

 

ความเชื่อมั่น

 

แม้ภาครัฐจะไม่กังวลกับเงินเฟ้อ แต่ในฐานะเจ้าหนี้เงินกู้กว่า 3 แสนล้านเหรียญย่อมกังวลแน่ ลองนึกภาพตามว่า ในสถานการณ์ที่คนทั้งประเทศกำลังกู้เงิน จนในประเทศตุรกีมีแต่หนี้ หนี้ที่สูงมากกว่า 3 เท่าของทุนสำรองระหว่างประเทศ คงไม่มีเจ้าหนี้คนไหนที่อุ่นใจเวลาเห็นลูกหนี้มีแต่หนี้สินรุงรัง นี่คือความไม่เชื่อมั่นที่เกิดขึ้นต่อประเทศตุรกี และเมื่อเกิดความไม่เชื่อมั่น หายนะแห่งการถอนเงินทุนคืนก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 

เมื่อมีการดึงเงินลงทุนกลับ เหล่าเจ้าหนี้ก็จำเป็นต้องขายเงินลีรา (สกุลเงินของตุรกี) แล้วเปลี่ยนเป็นดอลลาร์สหรัฐ การแย่งกันขายนี้เองที่ส่งผลให้ค่าเงินลีราอ่อนตัวจนลอยสูงยิ่งกว่าบอลลูนที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ จากเดิมที่ 1 ดอลลาร์ = 4 ลีรา ก็กลายเป็น 1 ดอลลาร์ = 6 ลีรา

 

อย่างที่ได้กล่าวไว้ โครงสร้างการเงินของภาคธุรกิจในประเทศเน้นการกู้เงินจากต่างประเทศเป็นล่ำเป็นสัน การที่ค่าเงินอ่อนเกือบ 50% นั่นแปลว่าหนี้สินของบริษัทต่างๆ กำลังงอกมาอีก 50% แบบที่ไม่มีใครคาดคิดเช่นกัน ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่เงินทุนกำลังไหลเข้าประเทศ ภาครัฐก็ค่อยๆ ปรับดอกเบี้ยขึ้นเพื่อหวังจะชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ (ดอกเบี้ยขึ้นไปสูงถึง 24% ในปี 2018) แต่พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว เพราะความเชื่อมั่นที่หายไปมันยากที่จะเรียกกลับคืนมาได้

 

สรุปวิกฤตค่าเงินตุรกี

 

ทรัมป์จอมป่วน

 

ในขณะเดียวกัน ประเทศตุรกีก็กำลังมีปัญหาทางการเมืองกับสหรัฐอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่ และประเทศนี้มีผู้นำชื่อ โดนัล ทรัมป์ ที่เราทุกคนน่าจะรู้กันว่าเขามีนิสัยเป็นอย่างไร ทรัมป์ตัดสินใจแก้เผ็ดตุรกีด้วยการขึ้นภาษีนำเข้า นั่นคือภาษีนำเข้าเหล็ก ความซวยก็คือประเทศตุรกีมีเหล็กเป็นสินค้าส่งออกหลักเสียด้วย ภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 50% ต่อให้ทำธุรกิจเก่งแค่ไหนก็ไปไม่รอดถ้าเจอกับไพ่ตายของทรัมป์ การค้าขายในประเทศที่เคยดีอยู่กลับหัวทิ่มแบบฉับพลัน เมื่อขายของไม่ได้ ความเชื่อมั่นต่อประเทศตุรกีก็ยิ่งแย่ลงและทำให้ค่าเงินลีราอ่อนลงไปอีก

 

ท้ายที่สุดแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนเงินลีราก็ขยับมาอยู่ที่ราวๆ 1 ดอลลาร์ = 6 ลีรา ฉุดให้เศรษฐกิจตุรกีที่เคยเติบโตถึง 7.4% ในปี 2017 มาเหลืออยู่เพียง 2.6% ในปี 2018 เท่านั้นเอง

 

ซึ่งการแก้ปัญหาล่าสุดก็ดูเหมือนจะชะลอหายนะทางเศรษฐกิจไม่ให้บานปลายไปกว่านี้ได้ ค่าเงินลีราที่เคยอ่อนตัวสูงสุดเกือบๆ 7 ลีราต่อดอลลาร์ ก็มาอยู่ที่ราวๆ 6 ลีรา แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยในระดับ 20% ดินแดนแห่งบอลลูนนี้คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ทีเดียวกว่าที่บอลลูนจะลอยขึ้นฟ้าได้อีกครั้ง

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง
Turkey falls into recession as lira crisis takes long-lasting toll : ft.com
How Turkey Created a Debt Crisis : bloomberg.com
ย้อนรอยเศรษฐกิจตุรกี จากรุ่งโรจน์สู่วิกฤต : themomentum.co
วิกฤติตุรกี ปัญหาคลาสสิคของประเทศเกิดใหม่ : thaipublica.org
เจาะลึก “วิกฤตค่าเงินตุรกี” หรือจะซ้ำรอย “ต้มยำกุ้ง” ปี 40 : money.kapook.com

 

อัพเดทล่าสุดเมื่อ :

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน