การเงิน

ประกันสังคมเก็บเงินเราไปทำอะไร

ประกันสังคม

ประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคมจัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารการประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเปรียบเสมือนการดูแลสวัสดิการด้านพื้นฐานให้กับลูกจ้างขององค์กรเอกชน รวมไปถึงผู้สมัครใจประกันตนเอง

 

เชื่อขนมกินเลยว่าคนที่อ่านบทความนี้มากกว่า 80% ต้องเสียเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอยู่ทุกเดือน เดือนละ 750 บาท ยิ่งตอนนี้มีข่าวการพิจารณาปรับขึ้นเพดานการหักเข้ากองทุนมาอยู่ที่สูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน เรายิ่งต้องรู้และเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้รับจากประกันสังคม

 

ประกันสังคมคือการที่สำนักงานประกันสังคมเรียกเก็บเงินสมทบจากลูกจ้างและนายจ้างเพื่อนำเงินไปบริหาร และตอบแทนเป็นสิทธิและสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกันตนควรได้รับ

 

สรุปง่ายๆ ว่าเป็นการเก็บเงินภาคบังคับ เพื่อนำเงินไปสร้างผลตอบแทนให้เราในรูปของสวัสดิการนั่นเอง

 

สิทธิพื้นฐานที่ผู้ประกันตนควรรู้

 

1 สิทธิ์เมื่อเจ็บป่วย

 

ผู้ประกันตนสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ภายในกรอบที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยเราจะต้องเลือกโรงพยาบาลที่เราจะสังกัดไว้ เมื่อเจ็บป่วยเราก็ไปรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว หากไม่มั่นใจว่าตนประกันตนไว้ที่โรงพยาบาลไหน ลองสอบถามนายจ้างของเราดู

 

2 สิทธิ์เมื่อมีบุตร

 

เมื่อผู้ประกันตนมีบุตรหรือกำลังจะมีบุตร เราสามารถเรียกขอรับสวัสดิการได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ค่าคลอดบุตร ค่าชดเชยค่าหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร รวมไปถึงได้รับเงินสงเคราะห์บุตรอีกด้วย

 

3 สิทธิ์เมื่อเกษียณ

 

เมื่อเราอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ความเป็นผู้ประกันตนของเราจะสิ้นสุดและเราจะได้เงินคืนในรูปแบบบำเหน็จหรือบำนาญ ขีดเส้นใต้ตรงนี้ว่าเงินที่เราได้รับส่วนใหญ่มักจะมากกว่าเงินสมทบที่เราสมทบมาทั้งชีวิตของเรา (ยกเว้นเราได้บำนาญ แต่เราเสียชีวิตเร็วมาก)

 

สิทธิ์ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกันตนไม่ค่อยรู้ แต่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเงินที่เราจะได้รับตอนชราภาพถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเงินลงทุนตั้งต้นที่เราสมทบไปแต่ละเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินสมทบที่ได้นั้นมีเงินของนายจ้างสมทบมาครึ่งหนึ่งด้วย ถ้าเทียบผลตอบแทนที่ได้รับจากการสะสมเงินแล้วจึงถือว่าสูงมาก และไม่ใช่การจ่ายเงินที่สูญเปล่าเลยทีเดียว

 

4 สิทธิ์เมื่อทุพพลภาพหรือเสียชีวิต

 

ในกรณีที่เราบาดเจ็บจนพิการหรือเสียชีวิต กองทุนประกันสังคมก็จะจ่ายเงินชดเชยให้เราอีกด้วย การส่งประกันสังคมจึงเหมือนการทำประกันชีวิตภาคบังคับ อย่างน้อย ถ้าเราเสียชีวิตไป คนข้างหลังก็ยังพอจะมีเงินสำหรับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้

 

ประกันสังคมจึงไม่ใช่เรื่องที่แย่อย่างที่คิด

 

กองทุนประกันสังคมจะนำเงินที่เรียกสมทบได้ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือกองทุนรวม เพื่อบริหารเงินให้งอกเงยมากที่สุดในความเสี่ยงที่เหมาะสม

 

ดอกผลที่สร้างได้จากการลงทุนก็จะเห็นออกมาเป็นสวัสดิการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยตอนมีลูก ในขณะที่เมื่อเรารอจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์หรือเกษียณ เราก็จะได้เงินก้อนนี้กลับมาในรูปบำเหน็จบำนาญ และเงินชดเชยยามเสียชีวิต

 

ประกันสังคมจึงเหมือนการบังคับให้ลูกจ้างวางแผนการเงิน

 

การส่งเงินสบทบประกันสังคม เหมือน การส่งเบี้ยประกัน

การได้เงินสมทบค่าพยาบาล เหมือน การทำประกันสุขภาพ

การได้เงินสมทบตอนเกิดอุบัติเหตุ เหมือน การทำประกันอุบัติเหตุ

การได้เงินสมทบตอนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต เหมือน การทำประกันชีวิต

การได้เงินสมทบตอนมีบุตรหรือว่างงาน เหมือน การบังคับวางแผนการเงินและเก็บออม

การได้เงินตอนชราภาพ เหมือน การวางแผนเกษียณ

 

แต่ประกันสังคมมีข้อดีว่านายจ้างจะช่วยสมทบอีกครึ่งหนึ่งด้วย

 

ดังนั้น หากหลายคนไม่ชอบการจ่ายเงินประกันสังคมก็อยากให้ทำใจ (เพราะยังไงเราก็เปลี่ยนกฎหมายไม่ได้) แต่หันมาเข้าใจแทนว่าสิ่งที่เราทำไปเราทำเพื่ออะไร และเราจะได้อะไรกลับมาจากการจ่ายเงินนี้บ้าง

 

ส่วนตัวมองว่าประกันสังคมคุ้มนะ แค่คิดจากเงินบำเหน็จบำนาญก็คุ้มแล้ว

 

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

ติดตามบทความดีดีกดที่นี่เลย FACEBOOK , OFFICIAL LINE และ WEBSITE

 

พิเศษ! เข้ากลุ่มเรียนหุ้นออนไลน์ฟรีกับลงทุนศาสตร์แบบไม่มีเงื่อนไขได้ที่ : เรียนหุ้นฟรีกับลงทุนศาสตร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

ลงทุนศาสตร์

ผมเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนตั้งแต่เบื้องต้น เหมาะสำหรับผู้ลงทุนหรือผู้ที่มีความสนใจที่จะลงทุนที่รักหรือมีทีท่าว่าจะรักในศาสตร์ของการลงทุนเหมือนกัน

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy